บทความสุขภาพ

Knowledge

ฝีคัณฑสูตร อาการเป็นแบบไหน สาเหตุคืออะไร รักษาอย่างไรดี?

นพ. เกรียงศักดิ์ คำหลอย

ฝีคัณฑสูตร อาการเป็นแบบไหน สาเหตุคืออะไร รักษาอย่างไรดี?

หนึ่งในโรคทางทวารหนักที่พบได้บ่อยไม่แพ้ริดสีดวงก็คือ ฝีคัณฑสูตร ซึ่งสร้างความไม่สบายใจไม่สบายกายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อย ในบทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับฝีคัณฑสูตรกันว่าจริง ๆ แล้วคืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไร มีลักษณะอาการแบบไหน และจะมีแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมอย่างไรบ้าง


Key Takeaways


  • ฝีคัณฑสูตรเกิดจากการอุดตันและติดเชื้อภายในต่อมผลิตเมือก (Anal Gland) ทำให้เกิดหนองสะสมเป็นโพรงภายในทวารหนักและทะลุออกมาทางผิวหนังด้านนอกจนกลายเป็นฝีคัณฑสูตร ซึ่งส่วนใหญ่อาจเกิดจากฝีรอบรูทวาร (Recurrent Perianal Abscesses)
  • อาการฝีคัณฑสูตร ได้แก่ อาการเจ็บปวดบริเวณทวารหนัก มีน้ำเหลือง หนอง หรือเลือดซึมบริเวณรูแผล คันระคายบริเวณทวารหนัก ขณะเดียวกันในบางรายอาจมีไข้ อ่อนเพลียร่วมด้วย
  • ฝีคัณฑสูตร รักษาเบื้องต้นได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อระบายหนองในฝีออก และดูแลตัวเองหลังการรักษาให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อและกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต
  • ฝีคัณฑสูตรไม่สามารถหายเองได้และมีโอกาสเป็นเรื้อรังหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม จึงควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันทีหากมีอาการ

ฝีคัณฑสูตร คืออะไร? แบ่งออกเป็นกี่ชนิด


ฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula) หมายถึง การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณทวารหนัก เนื่องจากต่อมผลิตเมือก (Anal Gland) ที่อยู่บริเวณขอบรูทวารหนักนั้นเกิดการอุดตันและติดเชื้อแบคทีเรียจนพัฒนากลายโพรงฝีด้านในต่อมและเชื่อมมายังผิวหนังภายนอก ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดบริเวณขอบรูทวารหนักและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก


โดยฝีที่ทวารหนักนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่


  • ฝีคัณฑสูตรที่ไม่ซับซ้อน (Simple Fistula) หมายถึงลักษณะของฝีที่ก้นที่มีโพรงเชื่อมต่อระหว่างรูทวารและผิวหนังเพียงหนึ่งทางเท่านั้น สามารถดูแลรักษาได้ง่าย
  • ฝีคัณฑสูตรที่ซับซ้อน (Complex Fistula) หมายถึงฝีคัณฑสูตรที่มีความรุนแรงเนื่องจากโพรงเชื่อมกับผิวหนังหลายทางหรือมีรูปแบบที่หลากหลาย และมีโอกาสที่จะขยายใหญ่หรือเชื่อมไปหาอวัยวะข้างเคียงจนเกิดอาการแทรกซ้อนที่อันตรายขึ้นมาได้

ฝีคัณฑสูตรเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?


บริเวณรูทวารหนักมีต่อมผลิตเมือก (Anal Gland) อยู่รอบ ๆ ซึ่งฝีคัณฑสูตร เกิดจากการที่ต่อมผลิตเมือกนี้ผลิตของเหลวมากเกินไปจนเกิดการอุดตันร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดเป็นหนองอยู่ภายในต่อม และเมื่อหนองนั้นมีปริมาณที่มากขึ้นก็จะทะลุผ่านผนังของทวารหนักออกมายังผิวหนังรอบ ๆ จนกลายเป็นฝีคัณฑสูตรในที่สุด


ฝีคัณฑสูตร ลักษณะอาการเป็นแบบไหน?


อาการฝีคัณฑสูตร

ฝีคัณฑสูตรเป็นโรคที่สร้างความไม่สบายกายไม่สบายใจให้แก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก รวมถึงยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งอาจถูกวินิจฉัยเป็นฝีรอบรูทวารและรักษาหลายครั้งแล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยอาการฝีคัณฑสูตรที่ผู้ป่วยจะต้องเผชิญ มีดังนี้


  • รู้สึกเจ็บปวดบริเวณรอบ ๆ หรือบริเวณรูทวารหนักตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่เฉย ๆ หรือขณะขับถ่ายก็ตาม
  • รู้สึกคันระคายเคืองบริเวณรอบทวาร
  • มีรูฝีคัณฑสูตร หรือเนื้อแข็ง ๆ บริเวณรอบทวารหนัก
  • มีน้ำเหลือง เลือด หรือหนองซึมออกมาจากรูแผลนั้น และของเหลวเหล่านี้อาจมีกลิ่นไม่ประสงค์
  • ผู้ป่วยฝีคัณฑสูตรบางรายมีไข้ หนาวสั่น รู้สึกอ่อนเพลียร่วมด้วย
  • ในบางรายรู้สึกว่ากลั้นอุจจาระได้ยากกว่าปกติ

ไขข้อสงสัย ฝีคัณฑสูตรและฝีรอบทวารหนัก แตกต่างจากโรคริดสีดวงทวารอย่างไร?


ทั้งฝีคัณฑสูตรและริดสีดวงต่างก็เป็นโรคทางทวารหนักที่พบได้บ่อย และมีลักษณะอาการที่ใกล้เคียงกัน ทั้งรู้สึกเจ็บปวดบริเวณทวารหนักและมีของเหลวอย่างเลือดปะปนออกมาจากทวารหนัก แต่จริง ๆ แล้ว 2 โรคนี้มีความแตกต่างกัน ดังนี้


  • ฝีรอบทวารหนัก คือ การติดเชื้อของเนื้อเยื่อรอบ ๆ รูทวารหนัก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจสามารถก่อให้เกิดฝีคัณฑสูตรได้
  • ฝีคัณฑสูตร คือ โรคที่มีลักษณะแผลเป็นก้อนแข็งบริเวณรอบรูทวาร มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อของต่อมผลิตเมือกและมีการสะสมหนองภายใน ก่อนที่จะทะลุผ่านผิวหนังออกมาและมีหนองหรือเลือดซึมร่วมด้วย
  • ขณะที่ริดสีดวงนั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่มีสาเหตุมาจากการขยายตัวของหลอดเลือดดำบริเวณรอบ ๆ ทวารหนักและกลายเป็นติ่งนิ่ม ๆ ยื่นออกมาทางรูทวารหนัก ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บบ้างเป็นครั้งคราว และจะมีเลือดปะปนออกมาเมื่อขับถ่าย

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นฝีคัณฑสูตร? พบได้ในทุกเพศทุกวัยหรือไม่?


ฝีที่ทวารหนัก

ฝีคัณฑสูตรเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้คนในทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบได้บ่อยในกลุ่มวัยหนุ่มสาวมากกว่าคนอายุเยอะ เนื่องจากต่อมผลิตเมือกในผู้สูงอายุมักมีการทำงานที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้เพศชายก็มีโอกาสที่จะเป็นฝีคัณฑสูตรได้ง่ายกว่าเพศหญิง เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดของเพศชายจะมีความแข็งแรงมากกว่า ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการที่ซับซ้อนและรักษายากขึ้น


ทั้งนี้ กลุ่มคนที่มีปัจจัยบางอย่างเกี่ยวข้องกับสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นฝีคัณฑสูตรสูงกว่าคนทั่วไป ดังนี้


  • ผู้ที่มีพฤติกรรมขับถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อวัน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นฝีคัณฑสูตรมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ป่วยโรคบางชนิด เช่น วัณโรค, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, โรคลำไส้อักเสบ, โรคท้องเสียเรื้อรัง หรือโรคโครห์น (Crohn's Disease)
  • ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่อง
  • ผู้ที่มีประวัติรักษามะเร็งทวารหนักมาก่อน

การตรวจวินิจฉัยโรคฝีคัณฑสูตรทำอย่างไร?


ถ้าหากสำรวจความผิดปกติของร่างกายตัวเองแล้วว่าอาจกำลังเผชิญกับฝีคัณฑสูตรอยู่ แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายและรับการวินิจฉัยอาการของโรคว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อหาแนวทางหรือวิธีรักษาฝีคัณฑสูตรที่เหมาะสม


โดยการตรวจวินิจฉัยโรคฝีคัณฑสูตรนั้นแพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยเบื้องต้นว่าผิวหนังรอบทวารหนัก หรือลักษณะของฝีคัณฑสูตรนั้นมีลักษณะอย่างไร ซึ่งอาจมีการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการอัลตราซาวนด์ทวารหนักเพื่อตรวจโรคอย่างละเอียดร่วมด้วย ทั้งนี้ ในผู้ป่วยฝีคัณฑสูตรที่ซับซ้อน แพทย์จะเลือกใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แทน


แนวทางการรักษาฝีคัณฑสูตรมีกี่วิธี? อะไรบ้าง?


ฝีคัณฑสูตรเมื่อเป็นแล้วควรหาแนวทางในการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงกว่าเดิม โดยวิธีรักษาฝีคัณฑสูตรนั้นมีหลายวิธีซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละการรักษาของฝีคัณฑสูตรแต่ละชนิด แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อรักษาฝีคัณฑสูตรให้หายขาดหรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำให้น้อยที่สุด ซึ่งสามารถจำแนกแนวทางการรักษาฝีคัณฑสูตรได้ดังนี้


  • แนวทางการรักษาฝีคัณฑสูตรที่ไม่ซับซ้อน (Simple Fistula)

    สามารถทำการตัดโพรงฝีคัณฑสูตรออกได้เลยด้วยการตัดผ่านหูรูดทวารหนัก (Fistulotomy) ซึ่งจะตัดออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อเป็นการระบายหนองออกมาให้ได้มากที่สุด ถือเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและลดโอกาสการเป็นฝีคัณฑสูตรซ้ำได้สูง แต่ผลข้างเคียงหลังผ่าตัดอาจทำให้เกิดปัญหาในการกลั้นอุจจาระได้

    นอกจากนี้แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะรวมถึงยาแก้ปวด ยาลดไข้เพื่อบรรเทาอาการ รวมถึงแนะนำวิธีการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดและบริเวณทวารหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ฝีคัณฑสูตรกลับมาเป็นซ้ำอีกในอนาคต
  • แนวทางการรักษาฝีคัณฑสูตรที่ซับซ้อน (Complex Fistula)

    จะไม่สามารถใช้วิธีการตัดผ่านหูรูดทวารหนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากโพรงฝีมีลักษณะที่ซับซ้อน อยู่ลึก หรือมีหลายโพรงมากเกินไป จึงจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการรักษา เช่น
    • ผ่าตัดเลาะโพรงฝีคัณฑสูตรออกทั้งหมด (Fistulectomy) ซึ่งจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดทั้งโพรงฝีที่ก้นและบริเวณที่ทะลุออกทั้งหมด แต่จะแลกมาด้วยการทำลายกล้ามเนื้อหูรูดที่อาจส่งผลให้มีปัญหาต่อการกลั้นอุจจาระ
    • เทคนิค Seton หรือการใช้เชือกคล้องไว้ในโพรงฝีคัณฑสูตรโดยผู้ป่วยจะต้องค่อย ๆ ดึงไหมออกมาจากทางทวารหนักเพื่อให้เส้นไหมนี้ตัดผ่านกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและระบายหนองออกจากฝี ทั้งนี้ต้องอาศัยระยะเวลานานจนกว่าไหมจะหลุดออกมาจนหมด และถ้าหากดึงไหมออกมาเร็วเกินไปก็มีโอกาสทำให้การรักษาไม่ประสบความสำเร็จได้
    • เทคนิค LIFT (Ligation of Intersphincteric Fistula Tract) หรือเทคนิคผ่าตัดฝีคัณฑสูตรที่ทำลายกล้ามเนื้อหูรูดเสียหายน้อยที่สุด โดยอาศัยการกรีดผ่าเข้าไปยังโพรงฝีแล้วเย็บผูกทางเชื่อมของโพรงฝีด้านในพร้อมทำความสะอาดเนื้อเยื่อที่โพรงฝีเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม
    • เทคนิค Advancement Rectal Flap ที่แพทย์จะนำเนื้อเยื่อส่วนที่ติดเชื้อออก ก่อนใช้เนื้อเยื่อบุผนังทวารหนักที่ดีมาปิดทางเชื่อมต่อของโพรงฝีคัณฑสูตรเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียสะสม ฝีคัณฑสูตรก็จะค่อย ๆ สมานตัวและเล็กลงไปเอง
    • เทคนิคการรักษาฝีคัณฑสูตรด้วยเลเซอร์ จะใช้ลำแสงเลเซอร์ปล่อยเข้าไปในโพรงฝีเพื่อให้เนื้อเยื่อโพรงฝีหดตัวและตีบตันในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาฝีคัณฑสูตรชนิดที่ไม่ซับซ้อน หรือชนิดซับซ้อน จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อระบายหนองออกและป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมในอนาคต แต่สำหรับใครที่ต้องการการฟื้นตัวเร็วและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แนะนำเข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องแทนการรักษาฝีคัณฑสูตรด้วยการผ่าตัดแบบเปิด


ฝีคัณฑสูตร อาการติดเชื้อบริเวณทวารหนัก เป็นแล้วรักษาให้ดีขึ้นได้


ฝีคัณฑสูตร โรคทางทวารหนักที่สร้างความไม่สบายกายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างความเจ็บปวดแล้วยังมีปัญหาหนองไหลเลือดซึมร่วมด้วย ซึ่งเมื่อเป็นแล้วควรพบแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต


โดยหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แผลเล็ก พักฟื้นไม่นาน อาการแทรกซ้อนและผลข้างเคียงต่ำก็คือเทคโนโลยีการผ่าตัดแบบส่องกล้องที่สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนและรักษาฝีคัณฑสูตรได้อย่างตรงจุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฝีคัณฑสูตร


ฝีคัณฑสูตรหายเองได้ไหม?


ฝีคัณฑสูตรไม่สามารถหายเองได้ หากเป็นแล้วควรเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดอาการติดเชื้อที่ต่อเนื่องหรือเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา


ฝีคัณฑสูตร รักษาให้หายขาดได้หรือไม่?


ฝีคัณฑสูตร รักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด แต่จำเป็นต้องมีการติดตามผลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นโรคฝีคัณฑสูตรชนิดซับซ้อน


References


Anal fistula. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/14466-anal-fistula


Anal fistula. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/anal-fistula


Anal fistula. (n.d.). National Health Service. https://www.nhs.uk/conditions/anal-fistula/


Smith, M., & Schmidt, N. (n.d.). Anal fistula. WebMD. https://www.webmd.com/digestive-disorders/anal-fistula-overview

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital