การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง (MIS) เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ศัลยแพทย์จะทำการเจาะรูเล็ก ๆ ที่หน้าท้องเพื่อสอดกล้องและอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัด หลังการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วัน โดยทั่วไปผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 1 สัปดาห์ และฟื้นตัวเต็มที่ภายใน 2-3 สัปดาห์
ข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (MIS)
- แผลขนาดเล็ก: นอกจากลดการเสียเลือดแล้ว ขนาดของแผลที่เล็กยังช่วยลดรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามของร่างกายหลังการรักษา
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ: เมื่อมีการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อน้อยลง โอกาสในการติดเชื้อก็ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด เช่น ภาวะบวมน้ำหรือภาวะแผลติดเชื้อ หรือแผลปริ
- ฟื้นตัวเร็ว: เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
- การนอนโรงพยาบาลสั้นลง: เนื่องจากการฟื้นตัวที่เร็วขึ้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดแบบ MIS มักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นกว่าผู้ที่ผ่าตัดแบบเปิด ช่วยให้ผู้ป่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดแบบส่องกล้อง คลิก
เมื่อไหร่ที่ควรเข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำดี?
- มีอาการปวดท้องรุนแรง: หากมีอาการปวดท้องเฉียบพลันที่บริเวณช่องท้องด้านขวาบน หรือกลางท้องที่รุนแรงและไม่หายไปเอง ควรปรึกษาแพทย์ทันที
- มีภาวะแทรกซ้อน: มีการอักเสบของถุงน้ำดี ตับอ่อนอักเสบจากนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตันจากนิ่ว เป็นภาวะที่ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน
- มีนิ่วหลายก้อนหรือขนาดใหญ่: หากตรวจพบว่ามีนิ่วจำนวนมาก หรือมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถหลุดออกเองได้ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการอุดตันในอนาคต
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี
- งดอาหารและน้ำ: ควรงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลักในระหว่างที่ดมยาสลบ
- หยุดยาบางชนิด: หากผู้ป่วยรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการผ่าตัด
- การเตรียมร่างกาย: หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ควรได้รับการตรวจสุขภาพและรักษาภาวะต่าง ๆ ให้คงที่ก่อนการผ่าตัด
เงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนนัดหมายเข้ารับบริการ
- สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรม โทร 1270
ค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
- ค่าแพทย์ ได้แก่ แพทย์ผ่าตัด แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด วิสัญญีแพทย์
- ค่าห้องผ่าตัด เครื่องมือ ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
- ค่าห้องพักฟื้นสังเกตอาการหลังผ่าตัด
- ค่าห้องพักผู้ป่วย (Premium Deluxe หรือ Private) ค่าอาหารและค่าบริการพยาบาลตามจำนวนวันที่ระบุในแพ็กเกจ
- ค่ายากลับบ้าน (Home Medication)
- ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ; ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ค่าตรวจชิ้นเนื้อ 1 ชิ้น
ค่าใช้จ่ายที่แพ็กเกจไม่ครอบคลุม
- ค่าปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ (ถ้ามี)
- ค่าตรวจวิเคราะห์ก่อนการผ่าตัด ได้แก่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) การตรวจทางรังสีวิทยา (X-Ray) และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- ค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์เพิ่มเติมในการผ่าตัดที่ใช้เกินจากรายการที่กำหนด ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำหัตถการที่ใช้ระยะเวลามากกว่าที่กำหนดไว้ หรือทำหัตถการเพิ่มเติม โดยทางโรงพยาบาลจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริง
- กรณีผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องพักรักษาตัวที่ห้อง ICU, CCU หรือกรณีปรับเปลี่ยนประเภทห้องพักที่มีราคาสูงกว่าที่กำหนดโรงพยาบาลจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริง
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเพิ่มเติมภายในห้องพัก เช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารตามสั่ง และค่าโทรศัพท์
หมายเหตุ
- ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สาหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
- ขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถนำค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ทำก่อนเข้าโปรแกรมเหมาจ่ายเป็นส่วนลดได้
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรส่วนลดและรายการส่งเสริมการขายอื่น