บทความสุขภาพ

Knowledge

เชื้อราในสมองคืออะไร หาสาเหตุ วิธีสังเกตอาการ และการรักษา

พญ. ณิชนันทน์ เอกพิทักษ์ดำรง

เชื้อราในสมองคืออะไร หาสาเหตุ วิธีสังเกตอาการ และการรักษา

เชื้อราในสมอง เป็นภาวะติดเชื้อที่มีความรุนแรงสูง และอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเท่านั้น ความอันตรายของโรคนี้คืออาการระยะแรกมักคล้ายไข้หวัดทั่วไป ทำให้ถูกมองข้ามได้ง่าย แต่เชื้อสามารถลุกลามและทำลายเนื้อสมองอย่างรวดเร็ว

การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการวินิจฉัยที่แม่นยำ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ความพิการ หรือการเสียชีวิตได้อย่างมาก


Key Takeaways


  • เชื้อราในสมองมักเกิดจากการสูดดมสปอร์เชื้อรา เช่น จากมูลนกพิราบ หรือการสำลักน้ำสกปรก เชื้อสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้
  • แม้คนทั่วไปจะติดเชื้อราในสมองได้ แต่ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง มีความเสี่ยงสูงกว่า และมักมีอาการรุนแรงกว่า
  • อาการสำคัญ ได้แก่ ปวดศีรษะเรื้อรัง ไข้สูง คอแข็ง และอาจมีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น เห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด หรือกลืนลำบาก ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะสมองบวมหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • การหลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น แหล่งมูลนก และการใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดในการลดโอกาสติดเชื้อราเข้าสู่สมอง

เชื้อราในสมองคืออะไร?


เชื้อราในสมอง คือภาวะการติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีความรุนแรงสูง มักเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสปอร์เชื้อราผ่านการสูดดมเข้าปอด หรือการสำลักน้ำสกปรกผ่านโพรงจมูกและไซนัส จากนั้นเชื้อจะแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังสมอง


เชื้อราที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ คริปโตคอคคัส (Cryptococcus) ที่พบในมูลนกพิราบ และเชื้อ Pseudallescheria boydii ที่พบในแหล่งน้ำเน่าเสียหรือกองขยะ เชื้อเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และไข้สมองอักเสบ ส่งผลให้เนื้อสมองและระบบประสาททำงานผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้ออาจลุกลาม จนสร้างความเสียหายอย่างถาวร หรือทำให้เสียชีวิตได้


เชื้อราในสมอง เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง


เชื้อราในสมอง เกิดจาก

การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย สาเหตุหลักที่พบบ่อย ได้แก่


  • การติดเชื้อแบคทีเรีย : เชื้อที่พบบ่อยเช่น Streptococcus pneumoniae, Neisseria meningitidis หรือ Listeria monocytogenes ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
  • การติดเชื้อไวรัส : เช่น Enteroviruses, Herpes simplex virus, Varicella-zoster virus, Japanese encephalitis virus, Rabies virus เป็นต้น
  • การติดเชื้อรา : พบได้น้อยกว่าชนิดอื่นแต่มีความรุนแรงสูง มักเกิดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือในบางรายกำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสแหล่งเชื้อรา เช่น มูลนกพิราบ มูลไก่ หรือการสำลักน้ำสกปรก
  • การติดเชื้อพยาธิ : เกิดจากการรับประทานอาหารดิบ หรืออาหารที่มีตัวอ่อนของพยาธิปะปนอยู่ เช่น หอยโข่ง หอยปัง และหอยเชอรี่ ซึ่งตัวอ่อนสามารถไชเข้าสู่สมองและก่อให้เกิดการอักเสบได้

เชื้อราในสมอง มีอาการอย่างไร


อาการของเชื้อราในสมองมักเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่จะรุนแรงและลุกลามเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้ออาจทำลายเนื้อสมองจนเกิดฝี สมองบวม และความดันในกะโหลกศีรษะสูง


อาการที่พบ ได้แก่


  • ปวดศีรษะเรื้อรังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาก้มหรือเงยหน้า
  • เวียนศีรษะ มึนงง สับสน พฤติกรรมเปลี่ยน หรือความจำลดลง
  • ไข้สูง คอแข็ง แพ้แสง
  • ตามัว อาเจียน กลืนลำบาก เห็นภาพซ้อน
  • อาจมีอาการติดเชื้อที่ปอดร่วม ผื่นบริเวณผิวหนัง
  • ในรายที่รุนแรง อาจเกิดอาการชัก อัมพฤกษ์ อัมพาต หมดสติ หรือเสียชีวิตได้

เชื้อราในสมอง มีแนวทางการรักษาอย่างไร


เชื้อราในสมอง รักษา

การรักษาเชื้อราในสมองมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำ เนื่องจากอาการและภาพทางคลินิกอาจคล้ายกับภาวะเนื้องอกในสมอง หรือภาวะเลือดออกในสมอง แพทย์จึงจำเป็นต้องแยกโรคอย่างรอบคอบก่อนเริ่มการรักษา


การตรวจ MRI สมอง เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นรอยโรค ฝีหนอง หรือการอักเสบของเนื้อสมองได้อย่างละเอียด และในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แพทย์มักพิจารณา การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar puncture) ร่วมด้วย เพื่อนำตัวอย่างน้ำไขสันหลังไปตรวจและเพาะเชื้อ รวมถึงตรวจสารบ่งชี้จำเพาะของเชื้อรา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและเลือกยาต้านเชื้อราที่เหมาะสม ทั้งนี้จะพิจารณาตามความเหมาะสมและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละราย


เมื่อวินิจฉัยแน่ชัดแล้ว แนวทางการรักษาประกอบด้วย


  • การให้ยาต้านเชื้อรา โดยในระยะแรกมักต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และให้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตามดุลยพินิจของแพทย์
  • การลดความดันในสมอง ในรายที่มีภาวะสมองบวมหรือแรงดันในกระโหลกศีรษะสูง แพทย์อาจพิจารณาการเจาะระบายน้ำไขสันหลังเพื่อลดความดันน้ำไขสันหลัง หรือการผ่าตัดระบายฝีหนองในสมอง
  • การฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเป็นโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น เบาหวาน, ติดเชื้อ HIV ต้องได้รับการรักษาโรคร่วมควบคู่เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรค
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย หากมีความพิการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรงหรืออัมพาต ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

เชื้อราในสมอง วิธีป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง


  • หลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น แหล่งน้ำเน่า หรือบริเวณที่มีมูลนกสะสม
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ดูแลสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัวอย่างเหมาะสม
  • หากมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

เชื้อราในสมอง ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษา


เชื้อราในสมอง เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเชื้อสามารถทำลายเนื้อเยื่อสมองจนเกิดฝีหนอง และภาวะสมองบวมอย่างรุนแรง การสังเกตอาการเชื้อราในสมองที่ผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้รับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา หรือการผ่าตัดได้อย่างทันท่วงที การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแหล่งเชื้อโรค และหมั่นดูแลภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ


หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการปวดศีรษะผิดปกติหรือสัญญาณทางระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมดูแลด้วยทีมอายุรแพทย์ประสาทวิทยาและศัลยแพทย์ระบบประสาทเฉพาะทาง เรามีเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ละเอียดแม่นยำด้วยเครื่อง MRI รุ่นล่าสุด และห้องปฏิบัติการที่ตรวจหาเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมการรักษาทั้งการใช้ยาต้านเชื้อราประสิทธิภาพสูง และการผ่าตัดสมองด้วยระบบนำวิถี เพื่อความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา คืนชีวิตที่ปกติสุขให้แก่คุณ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อราในสมอง


1. การตรวจวินิจฉัยว่าเชื้อราขึ้นสมองไหม ทำได้อย่างไรบ้าง?


แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง จะส่งตรวจ MRI สมอง เพื่อประเมินรอยโรค ฝีหนอง หรือการอักเสบของเนื้อสมอง


ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แพทย์มักพิจารณา การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar puncture) ร่วมด้วย เพื่อนำน้ำไขสันหลังไปตรวจและเพาะเชื้อ รวมถึงตรวจสารบ่งชี้จำเพาะของเชื้อรา ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันการวินิจฉัย และช่วยให้เลือกยาต้านเชื้อราที่เหมาะสมกับชนิดของเชื้อได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ อาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อประเมินการติดเชื้อและภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย


2. ติดเชื้อในสมองมีโอกาสหายไหม?


เชื้อราในสมองมีโอกาสรักษาหายได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องรับยาต้านเชื้อราอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อควบคุมการติดเชื้อและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ


อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เชื้อมีความรุนแรงจนทำลายเนื้อสมองบางส่วน อาจหลงเหลือความพิการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง หรือความผิดปกติด้านการพูดและการเคลื่อนไหว ซึ่งอาจต้องได้รับการทำกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะยาว


3. ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีเชื้อราขึ้นสมองได้ง่ายที่สุด?


กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วย HIV/AIDS ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิ ผู้ป่วยมะเร็งสมอง รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี


นอกจากนี้ บุคคลทั่วไปที่มีประวัติ สูดดมมูลนกพิราบ หรือ สำลักน้ำสกปรก ก็มีโอกาสที่เชื้อราจะเข้าสู่ร่างกาย ผ่านกระแสเลือด และลุกลามไปยังสมองได้มากกว่าคนทั่วไป


References


Fungal Meningitis. (2025, August 11). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/fungal-meningitis


About Fungal Meningitis. (2025, September 9). CDC.GOV. https://www.cdc.gov/meningitis/about/fungal-meningitis.html


Meiqing Shi. ()2016, August 2. Fungal Infection in the Brain: What We Learned from Intravital Imaging. PubMed Central. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4969284/

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (3)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital