บทความสุขภาพ

Knowledge

สมองขาดออกซิเจนเกิดจากอะไร อาการแบบไหนที่ควรเฝ้าระวัง

นพ. จักรพงศ์ วงศ์แสงนาค

สมองขาดออกซิเจนเกิดจากอะไร อาการแบบไหนที่ควรเฝ้าระวัง

สมองขาดออกซิเจน ถือเป็นภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีลักษณะอาการเป็นอย่างไร ดังนั้น มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ สาเหตุ และวิธีการรักษา รวมถึงการสังเกตเห็นอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะนี้ ให้สามารถนำผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายถาวรของสมอง และลดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้


Key Takeaways


  • ภาวะสมองขาดออกซิเจน (Cerebral Hypoxia) คือภาวะที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเซลล์สมองจะเริ่มตายภายใน 4-5 นาที หากขาดออกซิเจนต่อเนื่อง
  • อาการขาดออกซิเจนของสมองมีตั้งแต่ระดับเบา เช่น มึนงง สับสน อ่อนแรง ไปจนถึงระดับรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ชัก หมดสติ และหยุดหายใจ
  • สาเหตุหลักของภาวะพร่องออกซิเจนในสมอง ได้แก่ โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด, โรคระบบทางเดินหายใจ, การขาดอากาศ (จมน้ำ, สำลัก), และการได้รับสารพิษ
  • การรักษามุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่สมองให้เร็วที่สุด ด้วยการแก้ไขสาเหตุที่ทำให้ขาดออกซิเจน และการให้ออกซิเจนผ่านเครื่องช่วยหายใจ

ภาวะสมองขาดออกซิเจน คืออะไร


ภาวะสมองขาดออกซิเจน หรือ Cerebral Hypoxia คือ ภาวะที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายอย่างอาการหายใจสั้นและถี่ เวียนศีรษะ ชัก หรือหมดสติ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะอันตรายมาก เพราะเซลล์สมองจะเริ่มตายภายในเวลาเพียง 4-5 นาที หากขาดออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความพิการทางสมอง หรืออาจเสียชีวิตได้


สาเหตุหลักของภาวะสมองขาดออกซิเจนมาจากหลายปัจจัย เช่น จมน้ำ สำลักควัน ภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือโรคหอบหืดรุนแรง หากพบผู้ที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของสมองในระยะยาว


สมองขาดออกซิเจน มีอาการอย่างไร


สมองขาดออกซิเจน อาการ

ภาวะสมองขาดออกซิเจน อาการแสดงจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและระยะเวลาที่ขาดออกซิเจน โดยมีอาการเบื้องต้น หรืออาการเตือนที่ไม่รุนแรง ดังเช่น


  1. รู้สึกมึนงง สับสน
  2. มีเหงื่อออกมาก
  3. แขนขาอ่อนแรง เคลื่อนไหวลำบาก
  4. การตัดสินใจแย่ลง
  5. ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อได้
  6. ความจำเสื่อมชั่วคราว

ในกรณีที่ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ ส่งผลให้เกิดภาวะสมองมีการขาดออกซิเจนรุนแรง เป็นเวลานาน อาจแสดงอาการที่อันตรายถึงชีวิต เช่น


  1. หายใจสั้น เร็ว และมีเสียงหวีด
  2. ชีพจรเต้นเร็ว
  3. ชักเกร็ง
  4. หมดสติ
  5. ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียว-ม่วงคล้ำ
  6. ตาพร่ามัว ดวงตาไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง
  7. หยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

สมองขาดออกซิเจน มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง


สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง หากขาดไปเพียง 5 นาที อาจทำให้เซลล์สมองเริ่มตายได้ โดยสมองขาดออกซิเจน เกิดจากสาเหตุหลายประการ ดังนี้


  • โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  • โรคระบบประสาทและสมอง เช่น โรคลมชักที่อาจทำให้หมดสติและนอนคว่ำจนหายใจไม่ออก รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองหรือการบาดเจ็บที่สมองที่กดการทำงานของระบบหายใจ
  • โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ทำให้ร่างกายแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่ดี
  • ภาวะอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตต่ำรุนแรง โรคโลหิตจาง การได้รับยาเกินขนาด
  • การขาดอากาศ เช่น จมน้ำ สำลัก ถูกบีบรัดคอ
  • สารพิษ การได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับกับออกซิเจนได้ หรือไซยาไนด์ ที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้
  • การเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยง เช่น ชกมวยเกิดการบาดเจ็บรุนแรงในสมอง ดำน้ำเกิดการแลกเปลี่ยนของก๊าซไนโตรเจนมาแทนก๊าซออกซิเจน หรือปีนเขาสูงๆที่มีออกซิเจนเบาบาง

สมองขาดออกซิเจน มีการวินิจฉัยอย่างไร


สมองขาดออกซิเจน วินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยภาวะสมองขาดออกซิเจนโดยใช้ข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน ได้แก่


  • การซักประวัติ สอบถามอาการและสาเหตุที่เกิดขึ้น
  • การตรวจร่างกาย เพื่อประเมินภาวะโดยรวมของผู้ป่วย
  • การตรวจเลือด วัดระดับปริมาณออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้า ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อประเมินการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ
  • การตรวจภาพถ่ายสมอง ใช้ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูความเสียหายของเนื้อสมองที่เกิดจากการขาดเลือด

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan ให้มากขึ้น พร้อมเรียนรู้การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ และการดูแลตัวเองหลังตรวจอย่างเหมาะสมได้ที่บทความ : CT Scan คืออะไร ต่างจาก MRI ไหม วินิจฉัยอะไรได้บ้าง?


สมองขาดออกซิเจน รักษาได้อย่างไรบ้าง


การรักษาการฟื้นฟูผู้ป่วยสมองขาดออกซิเจน มีเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนสู่สมองให้เร็วที่สุด โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้


  • แก้ไขสาเหตุ แพทย์จะรีบหาสาเหตุของภาวะพร่องออกซิเจนและแก้ไขอย่างทันท่วงที เช่น การเอาสิ่งแปลกปลอมที่อุดกั้นทางเดินหายใจออก รักษาภาวะหอบหืดรุนแรง หรือการรักษาภาวะหัวใจหยุดเต้น เป็นต้น
  • ให้ออกซิเจน ผู้ป่วยจะได้รับออกซิเจนผ่านท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้สมองและอวัยวะสำคัญได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
  • รักษาภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน หากมีความดันโลหิตต่ำ แพทย์จะให้ยาเพื่อเพิ่มความดันโลหิตให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด หากมีภาวะชักต่อเนื่อง แพทย์จะให้ยาหยุดชักเพื่อให้สมองกลับมาทำงานได้ไวที่สุด

เมื่อสัญญาณชีพกลับมาคงที่แล้ว แพทย์จะเริ่มลดการใช้เครื่องช่วยหายใจลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Weaning) เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เครื่องเป็นเวลานาน เช่น ปอดติดเชื้อ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายและสมองด้วยการทำกายภาพบำบัด ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามคำแนะนำของทีมแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด


ภาวะแทรกซ้อนจากสมองขาดออกซิเจน มีอะไรบ้าง


สมองขาดออกซิเจน

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะสมองขาดออกซิเจนที่อันตรายที่สุดคือ ‘ภาวะเจ้าชายนิทรา (Persistent Vegetative State)’ ซึ่งเป็นภาวะที่สมองส่วนควบคุมความรู้สึกนึกคิดและการรับรู้ถูกทำลาย ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวหรือตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง แต่สมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น การหายใจ และการเต้นของหัวใจยังคงทำงานอยู่ ผู้ป่วยจึงสามารถลืมตาและหายใจเองได้


หลังจากเข้าสู่ภาวะเจ้าชายนิทราแล้ว ผู้ป่วยมีความเสี่ยงเสียชีวิตภายใน 1 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลของญาติและคนใกล้ตัว และยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น


  • การขาดสารอาหาร
  • แผลกดทับ
  • ปอดบวม
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงในระดับที่เข้าสู่ภาวะเจ้าชายนิทรา ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้นและระยะยาวได้เช่นกัน ดังนี้


  • นอนไม่หลับ หรือหลับแบบไม่มีคุณภาพ
  • กล้ามเนื้อกระตุก รวมไปถึงภาวะชักเกร็งกระตุก
  • เห็นภาพหลอน
  • มีพฤติกรรมถดถอย
  • ความจำเสื่อม

สมองขาดออกซิเจน ภาวะเสี่ยงสมองเสียหายถาวรที่ไม่ควรมองข้าม


ภาวะสมองขาดออกซิเจน (Cerebral Hypoxia) คือ ภาวะที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นภาวะอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเซลล์สมองจะเริ่มตายภายใน 4-5 นาที หากขาดออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดความพิการทางสมองหรืออาจเสียชีวิตได้ สาเหตุหลักของภาวะนี้มีหลายปัจจัย เช่น การจมน้ำ ภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือโรคหอบหืดรุนแรง หากพบผู้ที่มีอาการ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด


ที่ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนสู่สมอง ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาโดยเฉพาะ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและหน่วยงานกายภาพบำบัดคอยสนับสนุนในระยะยาว


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมองขาดออกซิเจน


1. ญาติควรดูแลผู้ป่วยสมองขาดออกซิเจนอย่างไร?


การดูแลผู้ป่วยสมองขาดออกซิเจนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น ผู้ดูแลควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น ดูแลความสะอาดของร่างกาย และจัดท่าผู้ป่วยให้นอนศีรษะสูง นอกจากนี้ การสังเกตอาการผิดปกติ การกระตุ้นการรับรู้ และการให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้ดีที่สุด


2. สมองขาดออกซิเจน มีโอกาสรอดไหม?


โอกาสในการรอดชีวิตจากภาวะสมองขาดออกซิเจนขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงที่ขาดออกซิเจน


  • หากขาดออกซิเจนเพียงช่วงสั้นๆ สมองอาจฟื้นตัวได้ แต่ถ้าขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง เช่นไม่ได้รับออกซิเจนเลย ถึงแม้เป็นช่วงสั้นๆ เซลล์สมองอาจเสียหายอย่างถาวร และนำไปสู่ภาวะสมองตายได้
  • เช่นเดียวกัน หากขาดออกซิเจนน้อยๆ แต่ขาดเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อสมอง ทำให้สมองบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเยอะเสียหายได้ก่อน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ป่วยแต่ละคนมีการฟื้นตัวของสมองไม่เหมือนกัน เนื่องจากความสามารถในการทนต่อการขาดออกซิเจนของสมองนั้นแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การรักษาอย่างรวดเร็วและการแก้ไขสาเหตุของการขาดออกซิเจนภายใต้การดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มโอกาสรอด และลดความเสียหายของสมอง


References


Seunggu Han, M.D. (2018, September 29). Brain Hypoxia. Healthline. https://www.healthline.com/health/cerebral-hypoxia


Cerebral Hypoxia. (2024, August 3). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/6025-cerebral-hypoxia


Nancy Hammond, M.D. (2023, July 24). What to know about brain hypoxia. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/322803

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital