บทความสุขภาพ

Knowledge

เส้นเลือดที่คอตีบ อาการอย่างไร? สาเหตุโรค Stroke ที่ต้องระวัง

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ

เส้นเลือดที่คอตีบ อาการอย่างไร? สาเหตุโรค Stroke ที่ต้องระวัง

ภาวะเส้นเลือดที่คอตีบ อาการเบื้องต้นอาจดูไม่รุนแรงหรือแทบไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้จนการตีบตันรุนแรงขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิตหรือพิการได้ ควรตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่เริ่มมีอาการ และการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และคงคุณภาพชีวิตที่ดีเอาไว้ได้


Key Takeaways


  • ภาวะหลอดเลือดแดงที่คอตีบ เกิดจากการสะสมของไขมันหรือคราบหินปูนที่ผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงในอนาคต
  • เส้นเลือดที่คอตีบ อาการเตือนสำคัญ ได้แก่ หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เสียการทรงตัว
  • การรักษาในปัจจุบันมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การรับประทานยา ไปจนถึงการทำบอลลูนขดลวด หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะหลอดเลือดที่คอตีบ

ทำความเข้าใจ เส้นเลือดที่คอตีบ คืออะไร?


ก่อนจะรู้ว่าเส้นเลือดที่คอตีบ อาการเตือนสำคัญมีอะไรบ้าง เราควรเริ่มต้นทำความเข้าใจก่อนว่า เส้นเลือดใหญ่ที่คออยู่ตรงไหน? โดยปกติแล้วหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ หรือที่เรียกกันว่า ‘หลอดเลือดคาโรติด’ (Carotid Artery) จะวางตัวอยู่บริเวณข้างลำคอทั้งสองซีก ทำหน้าที่เป็นท่อส่งเลือดหลักจากหัวใจขึ้นสู่ด้านบน เมื่อถึงบริเวณสันกรามจะมีการแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่


  1. เส้นเลือดแดงคาโรติดสายใน (Internal Carotid Artery) : รับหน้าที่ในการส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองโดยตรง
  2. เส้นเลือดแดงคาโรติดสายนอก (External Carotid Artery) : ทำหน้าที่กระจายเลือดไปเลี้ยงอวัยวะบริเวณใบหน้า

ภาวะหลอดเลือดที่คอตีบ เกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดแดงด้านในสูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดการสะสมของไขมันหรือคราบหินปูน ส่งผลให้ช่องทางการไหลเวียนของเลือดแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อเลือดเดินทางไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก ก็จะกลายเป็นสาเหตุหลักของสมองขาดเลือด และนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต หรือมีอาการคล้ายเส้นเลือดในสมองตีบ (Ischemic Stroke) ที่รุนแรงได้


เส้นเลือดที่คอตีบ สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?

สาเหตุหลักของหลอดเลือดแดงที่คอตีบ มักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยภายในร่างกายที่ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของหลอดเลือดโดยตรง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้


  • การสะสมของคราบไขมันและหินปูน (Plaque Formation) : การมีไขมันและหินปูนเกาะตัวอยู่บริเวณผนังด้านในของหลอดเลือดแดงคอ เมื่อเวลาผ่านไปคราบเหล่านี้จะหนาตัว และแข็งขึ้นจนกลายเป็นตะกรัน ทำให้ช่องทางเดินเลือดแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวกอย่างที่ควรจะเป็น
  • ผลกระทบจากโรคประจำตัวเรื้อรัง : ภาวะของโรคบางชนิดเป็นตัวเร่งให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ
  • สารพิษจากการสูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่จะเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือดโดยตรง และกระตุ้นให้เกิดการสะสมของคราบหินปูนที่คอได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วิธีสังเกตเส้นเลือดที่คอตีบ อาการเป็นอย่างไร?


โดยทั่วไปแล้ว หลอดเลือดที่คอตีบ อาการในระยะเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน ผู้ป่วยอาจเดินเหินได้ปกติจนกว่าการตีบของเส้นเลือดจะมากกว่า 50-70% โดยจะเริ่มมีอาการที่บ่งบอกถึงการไหลเวียนเลือดไปสมองลดลง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Transient Ischemic Attack (TIA) หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว หากคุณสังเกตพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที


  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ชาหรืออ่อนแรงบริเวณแขน ขา หรือใบหน้าเพียงข้างเดียว หน้าเบี้ยว
  • เดินเซ สูญเสียการทรงตัว
  • พูดไม่ชัด พูดติดขัด หรือเข้าใจคำพูดลำบาก
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน รู้สึกเหมือนมีม่านมาบังตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน

เส้นเลือดที่คอตีบ มีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร อันตรายไหม?


หลอดเลือดแดงที่คอตีบ

เส้นเลือดที่คอตีบ อาการส่วนใหญ่เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลยและมีความอันตรายสูงมาก เนื่องจากเป็นสาเหตุต้นทางที่นำไปสู่โรคที่ส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายอย่างรุนแรง ดังนี้


  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : เมื่อหลอดเลือดที่คอตีบแคบลงจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก หรือมีคราบไขมันหลุดลอยไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง จะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก หรือสมองขาดเลือดอย่างเฉียบพลันจนเซลล์สมองเสียหาย
  • โรคอัมพฤกษ์ หรือโรคอัมพาต : เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียการควบคุมการเคลื่อนไหว มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก หรือเป็นอัมพาต ซึ่งส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เส้นเลือดที่คอตีบ มีวิธีรักษากี่แบบ ทำอย่างไรได้บ้าง?


ภาวะหลอดเลือดที่คอตีบ

เป้าหมายหลักของการรักษาหลอดเลือดใหญ่ที่คอตีบ คือการเพิ่มทางไหลเวียนของเลือด และป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต โดยแพทย์จะพิจารณาจากระดับความรุนแรงและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งแนวทางหลัก ๆ มีดังนี้


การปรับพฤติกรรม


สำหรับผู้ป่วยที่เส้นเลือดที่คอตีบ อาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แพทย์จะแนะนำให้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเข้มงวด ได้แก่ การเลิกบุหรี่โดยเด็ดขาด ควบคุมอาหารกลุ่มหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดีขึ้น


การรักษาด้วยยา


แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelets) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หากมีโรคประจำตัวร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง แพทย์อาจสั่งยาควบคุมความดันโลหิต เพื่อลดแรงดันภายในหลอดเลือด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของผนังหลอดเลือด รวมถึงอาจให้ยาลดไขมันในเลือด เพื่อช่วยชะลอการสะสมของคราบไขมัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเส้นเลือดที่คอตีบ


การทำบอลลูนและ/หรือใส่ขดลวด (Carotid Angioplasty and Stenting)


เป็นวิธีการรักษาผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะสอดสายสวนที่มีบอลลูนขนาดเล็กเข้าที่เส้นเลือดใหญ่บริเวณขาหนีบไปจนถึงจุดตีบที่คอ จากนั้นจะขยายบอลลูนเพื่อดันคราบไขมันให้เปิดออก เพิ่มการไหลเวียนเลือด แล้วใส่ขดลวด (Stent) เพื่อค้ำยันหลอดเลือดให้กว้างคงเดิม วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดแบบเปิด ใช้เวลาพักฟื้นสั้น ราว ๆ 2-3 วันก็สามารถกลับบ้านได้ แต่ในกรณีที่หลอดเลือดตีบแข็งมาก อาจขยายได้ไม่เต็มที่เท่ากับการผ่าตัด


การผ่าตัด (Carotid Endarterectomy)


เป็นการรักษาโดยการผ่าตัดเปิดหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ เพื่อเลาะเอาคราบไขมันหรือหินปูน (Plaque) ที่เกาะผนังหลอดเลือดออกโดยตรง นอกจากนี้ศัลยแพทย์อาจมีการนำผนังหลอดเลือดดำมาเสริม เพื่อเพิ่มขนาดหลอดเลือดแดงให้กว้างขึ้น เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการตีบค่อนข้างรุนแรง ช่วยให้หลอดเลือดกลับมามีขนาดใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว แต่วิธีนี้จำเป็นต้องดมยาสลบ มีแผลผ่าตัด และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนานกว่าการใส่ขดลวด


เส้นเลือดที่คอตีบ อาการเจ็บป่วยที่ต้องระวัง เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง


เส้นเลือดที่คอตีบ อาการอาจดูเหมือนไม่รุนแรงในระยะแรก แต่แท้จริงแล้วเป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญ การละเลยอาการแขนขาอ่อนแรงชั่วคราว หรือการมองเห็นที่ผิดปกติเพียงเสี้ยวนาที อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการป้องกันอัมพาตถาวร ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยง


หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการเส้นเลือดที่คอตีบ หรือต้องการประเมินความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพระรามเก้าพร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคสมองและระบบประสาท พร้อมเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย แม่นยำ และหากมีอาการสามารถดูแลรักษาได้ทันที เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกย่างก้าวของชีวิต


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้นเลือดที่คอตีบ


1. ถ้ามีอาการของเส้นเลือดที่คอตีบควรทำอย่างไร?


ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที ไม่ควรรอให้อาการหายเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง


2. ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเส้นเลือดที่คอตีบ?


กลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ


References


Carotid Artery Disease (Carotid Artery Stenosis). (2022, March 16). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16845-carotid-artery-disease-carotid-artery-stenosis


Carotid Artery Aneurysm. (2022, August 29). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16843-extracranial-carotid-artery-aneurysm


Carotid Artery Stenosis. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/carotid-artery-disease#:~:text=The%20carotid%20arteries%20are%20the,of%20blood%20to%20the%20brain

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (3)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital