บทความสุขภาพ

Knowledge

ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คืออะไร? เรื่องที่ผู้สูงอายุต้องระวัง

รศ.นท.ดร.นพ. สรยุทธ ชำนาญเวช, นพ. ชนศักดิ์ หทัยอารีย์รักษ์

ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คืออะไร? เรื่องที่ผู้สูงอายุต้องระวัง

Dysphagia คืออะไร? บางคนอาจเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอยู่บ้างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในช่วงที่เจ็บคอหรือเป็นหวัด แต่ถ้าเริ่มเป็นบ่อย และอาการรุนแรงขึ้น กลืนไม่ลง เคี้ยวลำบาก หรือกลืนอาหารแล้วรู้สึกเหมือนติดคออยู่ตลอดเวลา อาจเป็นภาวะ Dysphagia หรือ ภาวะกลืนลำบาก ซึ่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยอย่างที่คุณคาดไม่ถึง


Key Takeaways


  • Dysphagia คือ ภาวะกลืนลำบากที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการกลืน ทำให้กลืนอาหารไม่ลง ไอ สำลัก เจ็บขณะกลืน
  • หากปล่อยภาวะการกลืนลำบากเอาไว้ ไม่รักษา อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและน้ำ หรือบางรายอาจมีภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คืออะไร?


Dysphagia คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการกลืนอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลาย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติในกระบวนการกลืนที่มีความซับซ้อน ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทหลายส่วน ตั้งแต่ปาก คอหอย หลอดอาหาร ไปจนถึงสมอง หากส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความบกพร่อง ก็อาจทำให้เกิดภาวะกลืนลำบากได้


สาเหตุภาวะกลืนลำบาก เกิดจากอะไรได้บ้าง


สาเหตุของ Dysphagia คือ การทำงานผิดปกติของอวัยวะหรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการกลืน ซึ่งอาจเกิดได้จากผลกระทบหลายปัจจัย ดังนี้


  • โรคทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), โรคสมองเสื่อม (Dementia), เนื้องอกสมอง (Brain Tumor), โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis), Guillain-Barré Syndrome และโรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) โรคเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการกลืน ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหากลืนลำบาก
  • ความผิดปกติของโครงสร้างต่าง ๆ เช่น เนื้องอกในช่องปาก ลำคอ หรือหลอดอาหารที่ไปขัดขวางทางเดินอาหาร หรือการตีบแคบของหลอดอาหารอันเนื่องมาจากภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง ส่งผลให้กลืนอาหารลำบากและรู้สึกเจ็บปวดได้
  • โรคที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) หรือโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular Dystrophy) สามารถทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนทำงานได้ไม่เต็มที่
  • สาเหตุอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดในบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือสมอง การใส่ท่อช่วยหายใจเป็นเวลานาน การฉายรังสี การติดเชื้อ และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

ลักษณะอาการภาวะกลืนลำบาก เป็นอย่างไร


อาการกลืนอาหารไม่ลง

อาการของภาวะกลืนลำบากมีความหลากหลาย โดยจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการดังนี้


  • กลืนอาหารไม่ลง แม้จะเป็นอาหารเนื้อนิ่มหรือน้ำ
  • รู้สึกเจ็บขณะกลืน
  • กลืนแล้วเหมือนติดคอ มีเสมหะ ต้องกระแอมหรือกลืนซ้ำหลายครั้งเพื่อให้อาหารลงไป
  • สำลักหรือไอขณะรับประทานอาหาร เป็นอีกอาการที่พบบ่อย บ่งบอกถึงการที่อาหารหรือน้ำเข้าสู่หลอดลมแทนที่จะลงสู่หลอดอาหาร
  • อาจมีอาหารไหลย้อนกลับออกมาทางจมูก
  • หายใจไม่อิ่ม เสียงเปลี่ยน โดยเฉพาะหลังจากรับประทานอาหาร
  • ใช้เวลาทานอาหารนาน เคี้ยวลำบาก กลืนช้า
  • มีน้ำลายไหลออกจากปาก

ใครเสี่ยงเป็นภาวะกลืนลำบาก


ใครเสี่ยงเป็นภาวะกลืนลำบาก

ภาวะกลืนลำบาก สามารถพบได้บ่อยในกลุ่มบุคคลเหล่านี้


  • ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อย เนื่องจากกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่ควบคุมการกลืนเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมักมีโรคประจำตัวหลายอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ Dysphagia อีกด้วย
  • ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะสมองบาดเจ็บ อาจมีผลกระทบต่อศูนย์ควบคุมการกลืนได้
  • ผู้ป่วยมะเร็งในช่องปากหรือหลอดอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการผ่าตัด ฉายรังสี หรือเคมีบำบัด ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างหรือการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาทำลายหลอดอาหารอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการอักเสบและตีบแคบของหลอดอาหาร
  • ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อกล่องเสียงและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืน

ภาวะกลืนลำบาก มีผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ


Dysphagia คือภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยอาการกลืนอาหารไม่ลงทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพและกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก


  • ภาวะขาดสารอาหารและน้ำ : เมื่อผู้ป่วยกลืนลำบาก กลืนอาหารไม่ลง จนรับประทานอาหารได้น้อยลง ร่างกายจะขาดสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย รวมถึงภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย
  • ภาวะสำลัก (Aspiration) : อาจทำให้อาหารหรือของเหลวเข้าสู่หลอดลมและปอด แทนที่จะลงสู่กระเพาะ จนนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อในปอดที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า : เนื่องจากทำให้ผู้ป่วยกังวลใจเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ไม่อยากเข้าสังคม แยกตัวออกไปทานคนเดียว และรู้สึกอยากอาหารน้อยลง ท้ายที่สุดผู้ป่วยอาจต้องได้รับอาหารทางสายยาง ทำให้มีคุณภาพชีวิตแย่ลง

การวินิจฉัยภาวะกลืนลำบากด้วยการส่องกล้อง (FEES)


เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการตรวจประเมินการกลืนด้วยกล้องส่อง หรือ FEES (Fiberoptic Endoscopic Evaluation of Swallowing) โดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่ประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกิจกรรมบำบัด ช่วยวินิจฉัยและวางแผนฟื้นฟูสมรรถภาพการกลืนได้อย่างปลอดภัยและตรงจุด


ซึ่งวิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), ภาวะบาดเจ็บทางสมอง (Traumatic brain injury), พาร์กินสันหรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ, ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดบริเวณศีรษะและลำคอ รวมถึงผู้สูงอายุ


สำหรับประโยชน์ของการตรวจ FEES มีดังนี้


  • ช่วยประเมินกลไกการกลืนได้โดยตรง เห็นภาพจริงของการกลืนผ่านกล้องส่องทางจมูก
  • ใช้ประกอบการวางแผนบำบัดและฝึกการกลืนที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
  • ลดความเสี่ยงต่อการสำลักและภาวะแทรกซ้อนจากภาวะกลืนลำบาก

วิธีรักษา Dysphagia แบบไหน ต้องทำอะไรบ้าง?

วิธีรักษา Dysphagia

วิธีการรักษา Dysphagia จะเป็นการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาตามอาการ รวมถึงฟื้นฟูความสามารถในการกลืนให้กลับมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย ดังนี้


  • การปรับอาหาร (Dietary Modification) : แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนลักษณะของอาหารและของเหลวให้เหมาะสมกับความสามารถในการกลืนของผู้ป่วย เช่น อาหารบดละเอียด หรืออาหารอ่อน เพื่อลดความเสี่ยงของการสำลักและช่วยให้กลืนได้ง่ายขึ้น
  • การฝึกกลืน (Swallowing Therapy) : โดยนักกิจกรรมบำบัด เพื่อประเมินและออกแบบโปรแกรมการฝึกกลืนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการกลืน
  • การใช้ยา (Medication) : หากมีสาเหตุจากกรดไหลย้อน อาจมีการใช้ยาเพื่อลดกรดในกระเพาะอาหาร หรือในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อ อาจใช้ยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ยังพบว่ายากลุ่ม Angiotensin Converting Enzyme Inhibitor (ACEI) สามารถลดการเกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลักได้อย่างมีนัยสำคัญ ในประชากรชาวเอเชีย และกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
  • การให้อาหารทางสายยาง : ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบากอย่างรุนแรงและไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้อย่างเพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาการให้อาหารทางสายยางผ่านจมูกแทน
  • การผ่าตัด : ในบางกรณีที่เกิดจากการตีบแคบของหลอดอาหาร หรือมีเนื้องอก อาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อขยายหลอดอาหาร หรือผ่าตัดเนื้องอกออก

วิธีป้องกัน Dysphagia คือการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม


แม้ว่าบางสาเหตุของภาวะกลืนลำบากจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยง พร้อมชะลอความรุนแรงของอาการได้ด้วยการปรับพฤติกรรมตามข้อแนะนำเหล่านี้


  • รับประทานอาหารอย่างช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ไม่ทานคำใหญ่เกินไป และไม่พูดคุยขณะเคี้ยวอาหาร
  • อยู่ในท่านั่งตัวตรงขณะรับประทานอาหาร และนั่งต่ออีกประมาณ 30 นาทีหลังทานเสร็จ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่แห้งเกินไป โดยอาจรับประทานร่วมกับน้ำซุปหรือซอส เพื่อช่วยให้กลืนง่ายขึ้น
  • ดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ พร้อมบ้วนปากหลังมื้ออาหารทุกครั้ง เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก

Dysphagia ภาวะกลืนลำบากที่ไม่ควรมองข้าม กลุ่มผู้สูงอายุพึงระวัง


Dysphagia คือ ภาวะที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคทางระบบประสาท โดยมักมีอาการกลืนอาหารไม่ลง กลืนอาหารแล้วรู้สึกเหมือนติดคอ หายใจไม่อิ่ม หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด


ซึ่งที่ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้รวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางโรคสมองและระบบประสาท เพื่อคอยดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด มีอุปกรณ์ครบครัน ช่วยให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น บริการได้มาตรฐาน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ชะลอความรุนแรงของโรคและป้องกันการเป็นซ้ำอีกด้วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dysphagia


1. ภาวะกลืนลำบากวินิจฉัยได้อย่างไร?


แพทย์จะทำการซักประวัติอาการและตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นทำการตรวจประเมินการกลืนข้างเตียง เพื่อดูความสามารถในการกลืน และอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น Videofluoroscopy (VFS) และ Fiberoptic Endoscopic Evaluation of Swallowing (FEES) เป็นต้น


2. ภาวะกลืนลำบากสามารถหายขาดได้หรือไม่?


ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ เมื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจดีขึ้นจนหายเป็นปกติได้ แต่หากเกิดจากโรคเรื้อรัง เช่น พาร์กินสัน อาจต้องควบคุมอาการและฝึกกลืนไปตลอดชีวิต


References


Dysphagia (Difficulty Swallowing). (2023, August 20). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/21195-dysphagia-difficulty-swallowing


Newman, T. (2025, January 22). What causes difficulty swallowing (dysphagia)?. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/177473


Dysphagia (Difficulty Swallowing). (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/swallowing-disorders

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital