บทความสุขภาพ
Knowledge
นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ

เส้นเลือดในสมองแตก เป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะอาจส่งผลให้สมองขาดเลือดและเกิดความเสียหายถาวรได้ในเวลาอันสั้น อาการเริ่มต้นของ เส้นเลือดในสมองแตกมักถูกมองข้ามจากการขาดความเข้าใจ ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตสัญญาณอันตราย ทั้งนี้ หากรู้ทันอาการเตือนและรีบไปโรงพยาบาลทันที จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก
Key Takeaways
เส้นเลือดในสมองแตก คือภาวะที่หลอดเลือดภายในสมองฉีกขาด ทำให้เลือดไหลออกไปกดทับเนื้อสมองอย่างฉับพลัน ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจน และเกิดความเสียหายได้ในเวลาไม่กี่นาที ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษา เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ความรุนแรงของผลกระทบจากสมองเสียหาย หรือโอกาสเป็นอันตรายถึงชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การรู้เท่าทันว่าเส้นเลือดในสมองแตกอาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร จึงช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ทั้งภาวะเส้นเลือดในสมองแตกและเส้นเลือดในสมองตีบ ต่างก็สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ปลายทางเหมือนกันคือ ‘สมองขาดเลือด’ ซึ่งนำมาสู่ความพิการและเสียชีวิต แต่ทั้งสองภาวะนี้มีสาเหตุการเกิด โอกาสการเกิด และการรักษาที่ต่างกัน
เส้นเลือดในสมองแตก เป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดสมองเกิดการฉีกขาดขึ้น ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากผนังหลอดเลือดเปราะบาง หรือความดันโลหิตสูงจนหลอดเลือดรับไม่ไหว ในขณะที่เส้นเลือดในสมองตีบมักเกิดจากทางเดินเลือดตีบแคบลง จนเลือดไม่สามารถลำเลียงผ่านได้ ซึ่งสาเหตุมักมาจากตระกรันที่เกาะสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทั้งนี้ หากเส้นเลือดสมองตีบมาก ร่วมกับมีภาวะความดันโลหิตสูง ก็มีความเสี่ยงที่เส้นเลือดในสมองตีบจะกลายเป็นเส้นเลือดในสมองแตกเพิ่มขึ้น
โดยเส้นเลือดในสมองตีบมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าถึง 80-85% เมื่อเทียบกับเส้นเลือดในสมองแตกที่มีโอกาสเกิดประมาณ 15-20% แต่ระดับความรุนแรงของเส้นเลือดในสมองแตกมีมากกว่า และมีโอกาสพิการหรือเสียชีวิตสูงกว่ามาก
ในการรักษา หากเป็นภาวะเส้นเลือดในสมองตีบที่สามารถตรวจพบไว นำส่งโรงพยาบาลเร็ว อาจใช้เพียงยาละลายลิ่มเลือดก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่กรณีที่เส้นเลือดในสมองแตกอาจต้องผ่าตัดเพื่อหยุดเลือด และลดความดันในกะโหลกศีรษะ

เส้นเลือดในสมองแตกเป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน มักเกิดจากความผิดปกติของผนังหลอดเลือด หรือปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดรับแรงดันได้ไม่ไหว ส่งผลให้หลอดเลือดฉีกขาด และเลือดไหลออกมากดทับเนื้อสมอง ซึ่งมีสาเหตุดังนี้
ผู้ที่มีพฤติกรรมหรือปัจจัยเสี่ยงบางอย่างดังต่อไปนี้ มักมีโอกาสเกิดเส้นเลือดในสมองแตกมากกว่าคนทั่วไป เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของหลอดเลือด และความดันในร่างกาย
ความอันตรายของเส้นเลือดในสมองแตกไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเลือดที่ออกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลายว่ามากน้อยแค่ไหน และผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีเพียงใด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อทั้งความรุนแรง อัตราการรอดชีวิต และโอกาสพิการในระยะยาว โดยปัจจัยที่มีผลต่อความอันตรายของเส้นเลือดในสมองแตก ได้แก่

อาการเส้นเลือดในสมองแตกมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันและรุนแรง หากสังเกตได้เร็วและรีบไปโรงพยาบาลทันที จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการระยะยาวได้อย่างมาก โดยสามารถสังเกตอาการร่วม เช่น ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน และสัญญาณ BE FAST ดังนี้
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยเส้นเลือดในสมองแตกคือการตั้งสติ เพื่อประเมินสถานการณ์ และให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง
สิ่งที่ควรทำทันที
สิ่งที่ไม่ควรทำ
การรักษาเส้นเลือดในสมองแตกต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะทุกนาทีมีผลต่อชีวิตและโอกาสฟื้นตัวของผู้ป่วย การรักษาโดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่
การรักษาแบบประคับประคอง จะเน้นการควบคุมปัจจัยที่ทำให้เลือดออกในสมองลุกลาม หรือกดทับเนื้อสมองเพิ่มขึ้น รวมถึงดูแลอวัยวะสำคัญให้ทำงานได้ตามปกติ โดยข้อบ่งชี้ของการเลือกวิธีการรักษาแบบประคับประคอง มีดังนี้
ซึ่งการรักษาแบบประคับประคอง แพทย์จะมีการให้ยาลดความดันโลหิต ลดความดันในกะโหลกศีรษะ พร้อมกับเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU)
ในบางกรณีที่มีเลือดออกจำนวนมาก หรือเลือดไปกดทับสมองจนทำให้ผู้ป่วยอาการทรุด แพทย์อาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดสมองเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน ซึ่งรูปแบบการรักษาด้วยการผ่าตัดมีดังนี้
หลังพ้นระยะอันตราย การฟื้นฟูเป็นขั้นตอนสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก เพราะช่วยให้สมองและร่างกายกลับมาทำงานใกล้เคียงปกติที่สุด โดยทั่วไปผู้ป่วยจะได้รับการดูแลภายใต้โปรแกรมกายภาพบำบัด และฟื้นฟูสมรรถภาพเฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งวิธีกายภาพบําบัดที่ใช้กับผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมีดังนี้

การดูแลตนเองหลังรักษาเส้นเลือดในสมองแตกที่ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ โดยแนวทางการดูแลและป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกซ้ำ มีดังนี้
เส้นเลือดในสมองแตก เป็นภาวะอันตรายที่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความดันโลหิต ดูแลระดับน้ำตาล ออกกำลังกาย เลิกสูบบุหรี่ หรือปรับพฤติกรรมการกิน การป้องกันที่ถูกต้องคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราอยู่ห่างจากโรคร้ายนี้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีความเสี่ยง หรือสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเส้นเลือดในสมองแตก โรงพยาบาลพระรามเก้า มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท พร้อมเทคโนโลยีการตรวจรักษาที่ทันสมัย ให้การดูแลตั้งแต่การประเมินอาการ การรักษา ไปจนถึงโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพครบวงจร เพื่อคืนความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างใกล้เคียงปกติที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มีโอกาสหายหรือกลับมาใกล้เคียงปกติได้ หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และทำกายภาพฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
มีโอกาสรอดสูงขึ้นมากหากได้รับการรักษาเร็วภายในช่วงโกลเด้นไทม์ หรือไม่เกิน 4.5 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ
References
Abdu, H., Tadese, F., & Seyoum, G. (2021). Comparison of Ischemic and Hemorrhagic Stroke in the Medical Ward of Dessie Referral Hospital, Northeast Ethiopia: A Retrospective Study. Neurology research international, 2021, 9996958. https://doi.org/10.1155/2021/9996958
Hemorrhagic Stroke. (n.d.). American Heart Association. https://www.stroke.org/en/about-stroke/types-of-stroke/hemorrhagic-strokes-bleeds
Hemorrhagic Stroke. (2024, July 10). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/23969-hemorrhagic-stroke
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (0)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital