บทความสุขภาพ

Knowledge

วิธีตรวจหัวใจมีกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร ใช้วิธีไหนในการวินิจฉัยโรค

นพ. วิโรจน์ โตควณิชย์

วิธีตรวจหัวใจมีกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร ใช้วิธีไหนในการวินิจฉัยโรค

โรคหัวใจและหลอดเลือด คือภัยเงียบอันดับต้นที่คุกคามชีวิต เพราะหัวใจคือศูนย์กลางการสูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงทุกอวัยวะ หากหัวใจทำงานผิดปกติ ย่อมส่งผลร้ายแรงและเฉียบพลันถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยเหตุนี้ การตรวจหัวใจจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถค้นพบความผิดปกติ หรือความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะมีอาการหนัก ทำให้แพทย์สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว


บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการตรวจหัวใจต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมดูแลอวัยวะสำคัญที่สุดของร่างกายได้อย่างเหมาะสม


Key Takeaways


  • การตรวจหัวใจคือการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะช่วยค้นหาความผิดปกติและความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาร้ายแรง
  • กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจ คือ ผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไป ผู้หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • โรคหัวใจที่พบบ่อย ได้แก่ หลอดเลือดหัวใจตีบตัน, ความดันโลหิตสูง, หัวใจล้มเหลว, ลิ้นหัวใจผิดปกติ, และหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยหลายโรคไม่แสดงอาการในระยะแรก
  • มีการตรวจเฉพาะทางเสริมก็ต่อเมื่อพบความผิดปกติ เช่น วิ่งทดสอบสมรรถภาพหัวใจ การใช้คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ การบันทึกหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือ CT Calcium Score เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
  • การตรวจหัวใจส่วนใหญ่เป็นวิธีที่ไม่รุกรานร่างกาย ใช้เวลาไม่นาน และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เหมาะแก่การวางแผนดูแลสุขภาพต่อไป

ตรวจหัวใจ ป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอ


การตรวจหัวใจ คือ กระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องมือและวิธีการต่าง ๆ เพื่อประเมินสภาพโครงสร้าง ประสิทธิภาพการทำงาน และระบบไฟฟ้าของหัวใจและหลอดเลือด เพื่อค้นหาความผิดปกติหรือความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


โรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อย


เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดก็เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มโรคที่พบบ่อยได้ดังนี้


กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของหลอดเลือด


  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน (Coronary Artery Disease) : เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ทำให้หลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • โรคเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาโป่งพอง (Aortic Aneurysm) : เป็นภาวะที่ผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่ (เอออร์ตา) ซึ่งเป็นหลอดเลือดหลักที่นำเลือดจากหัวใจไปสู่ร่างกาย อ่อนแอลงและโป่งออก
  • โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) : พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี อาจพบความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอทได้ถึง 50% ของคนในกลุ่มนี้ แต่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักจะไม่มีการแสดงอาการผิดปกติ

กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ


  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) : เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้หัวใจทำงานได้ไม่ดีพอที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ อาการที่พบบ่อยคือเหนื่อยง่าย ซึ่งในผู้สูงอายุบางรายที่มีกล้ามเนื้อหัวใจทำงานลดลงไม่มาก อาจไม่แสดงอาการเหนื่อยง่าย เนื่องจากไม่ได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากนัก
  • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว (Valvular Heart Disease) : เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ และมีการสะสมของแคลเซียมเกาะที่ลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะลิ้นหัวใจเอออร์ตา ทำให้ลิ้นหัวใจเปิดปิดได้ไม่ปกติ
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) : เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือไม่สม่ำเสมอ จากระบบไฟฟ้าในหัวใจที่ทำงานผิดปกติ

ตรวจหัวใจ ช่วยให้รู้ว่าใครเสี่ยงโรคหัวใจ รู้ก่อนปลอดภัยกว่า


ตรวจโรคหัวใจ

การตรวจสุขภาพหัวใจ เหมาะกับผู้ที่มีปัจจัยหรือความเสี่ยงดังต่อไปนี้


  • เพศ/อายุ : ชาย ≥45 ปี, หญิง ≥55 ปี
  • มีโรคประจำตัว : เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันไม่ดี (LDL) ในเลือดสูง
  • พฤติกรรม/ภาวะเสี่ยง : สูบบุหรี่ หรือได้รับควันมือสองเป็นประจำ
  • มีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • มีความเครียดเรื้อรัง

วิธีการตรวจหัวใจ รู้ลึกถึงความเสี่ยงที่คุณอาจมองไม่เห็น


วิธีตรวจโรคหัวใจ

การตรวจโรคหัวใจพื้นฐาน (Basic Cardiac Evaluation) เป็นการประเมินเบื้องต้นเพื่อหาความเสี่ยงและดูการทำงานของหัวใจในภาวะปกติ ซึ่งการตรวจหัวใจ มีอะไรบ้างนั้น แพทย์จะเลือกตรวจวินิจฉัยตามอาการ ดังนี้


  • การตรวจร่างกาย : แพทย์จะตรวจฟังเสียงหัวใจ ปอด และวัดความดันโลหิต
  • ตรวจเลือด : ดูภาวะไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) : บันทึกกระแสไฟฟ้าของหัวใจเพื่อดูอัตรา จังหวะการเต้นของหัวใจ และหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเบื้องต้น
  • เอกซเรย์ : เพื่อดูขนาดและรูปร่างของหัวใจ รวมถึงภาวะน้ำท่วมปอดที่สัมพันธ์กับหัวใจล้มเหลว

หากการตรวจพื้นฐานพบความผิดปกติหรือมีความเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาการตรวจหัวใจเพิ่มเติมด้วยวิธีพิเศษเหล่านี้


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นวิธีการตรวจหัวใจที่จะบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าของกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardium) เพื่อประเมินการนำไฟฟ้าภายในหัวใจ ซึ่งสามารถตรวจจับความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ (Cardiac Rhythm Abnormalities) ที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นอยู่ก่อนแล้ว


การตรวจนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคหรือภาวะต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ เช่น


  • โรคหลอดเลือดหัวใจ เพื่อประเมินภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Ischemia)
  • โรคความดันโลหิตสูง ที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจโต นอกจากนี้ยังช่วยค้นหาสาเหตุของอาการใจสั่น (Palpitations) อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้ายหรือขวา (Angina)

ข้อบ่งชี้ : แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอาการดังกล่าวเข้ารับการตรวจ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด (Non-invasive) และมีความปลอดภัยสูง


การวิ่งทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)


การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือ Exercise Stress Test (EST) เป็นการตรวจหัวใจเพื่อประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular System) ขณะที่กล้ามเนื้อในร่างกายต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกาย


การตรวจนี้สำคัญต่อการวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะที่แสดงออกขณะออกแรง ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการขณะนั่งพัก แต่เมื่อหัวใจทำงานหนัก จะเกิดการเปลี่ยนแปลงบนคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ทันทีในการตรวจ โดยใช้เวลาเพียง 15-20 นาที


ข้อบ่งชี้ : ผู้ที่มีอาการ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก (Angina) หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติขณะออกกำลังกาย มีประโยชน์ในการคัดกรองวินิจฉัยผู้มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และยังให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสมรรถภาพของร่างกายอีกด้วย


การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)


การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) คือการ ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพเคลื่อนไหวของโครงสร้างหัวใจแบบ Real-Time เพื่อประเมินสรีรวิทยา และโครงสร้างของหัวใจอย่างละเอียด


การตรวจหัวใจวิธีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถดูขนาดของห้องหัวใจ, ความหนาของกล้ามเนื้อหัวใจ, ความสามารถในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และการทำงานของลิ้นหัวใจทั้งสี่ว่ามีภาวะลิ้นหัวใจตีบ (Valvular Stenosis) หรือภาวะลิ้นหัวใจรั่ว (Valvular Regurgitation) หรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถประเมินการไหลเวียนของเลือดผ่านเทคนิคดอปเปลอร์ (Doppler) และตรวจสอบเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardium) ได้


ข้อบ่งชี้ : ในการตรวจมักรวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก/เหนื่อยง่าย รวมถึงการวินิจฉัยโรค หรือประเมินความเสี่ยง เช่น โรคลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด


การบันทึกการเต้นหัวใจ 24 ชั่วโมง (24 hours Holter Monitoring)


การบันทึกการเต้นหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือ 24-Hour Holter Monitoring คือการใช้เครื่องบันทึกแบบพกพาขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับขั้วไฟฟ้าที่ติดบนผิวหนังบริเวณหน้าอก เพื่อทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram - ECG/EKG) อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ขณะที่ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ


วิธีการตรวจหัวใจนี้มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmias) ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งการตรวจ EKG แบบปกติอาจพลาดไปได้ เช่น ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ หรือจังหวะเต้นไม่สม่ำเสมอ และยังช่วยประเมินความผิดปกติของการบีบตัวของหัวใจ หรือภาวะขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจในบางกรณี


ข้อบ่งชี้ : ประเมินผู้ป่วยที่มีอาการใจสั่น, หน้ามืด, วิงเวียน หรือเคยมีอาการหมดสติที่สงสัยว่ามีสาเหตุจากภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ รวมถึงการประเมินการทำงานของหัวใจในระหว่างการทำกิจกรรมประจำวัน การติดตามผลการรักษาโรคหัวใจ หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลังการให้การรักษา


การตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Scoring)


การตรวจหาแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ หรือ CT Calcium Score เป็นวิธีการตรวจหัวใจที่คัดกรองโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography - CT Scan) ในการประเมินปริมาณแคลเซียม หรือคราบหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังของหลอดเลือดแดงโคโรนารีที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ


วัตถุประสงค์หลักคือใช้ประเมินภาวะหลอดเลือดอุดตันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง ข้อดีคือมีความรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีในการตรวจ ใช้ปริมาณรังสีน้อย และไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีในการเอกซเรย์หัวใจ


ข้อบ่งชี้ : ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป และมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วนลงพุง หรือการสูบบุหรี่


ตรวจหัวใจ มอบความอุ่นใจให้ตัวเอง


การตรวจหัวใจมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสุขภาพหัวใจ และค้นหาความเสี่ยงโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง หรือผู้มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและความดันโลหิตสูง วิธีการตรวจมีตั้งแต่ EKG ไปจนถึงการตรวจเฉพาะทาง เช่น Echocardiogram และ CT Calcium Score


สถาบันหัวใจและหลอดเลือดพระรามเก้า โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการวินิจฉัยครบวงจรด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยที่แม่นยำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพราะการตรวจพบโรคเร็ว นำไปสู่ผลลัพธ์การรักษาที่ดีกว่าเสมอ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตรวจหัวใจ


1. อาการแบบไหนที่ควรเข้ารับการตรวจหัวใจ?


  • เจ็บแน่นหน้าอก : รู้สึกเหมือนถูกบีบหรือมีอะไรมาทับกลางหน้าอก อาจร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือกราม
  • ใจสั่น : หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • เหนื่อยง่าย : รู้สึกอ่อนเพลีย หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ แม้ทำกิจกรรมเบา ๆ
  • บวม : มีอาการบวมที่เท้า ข้อเท้า หรือขา
  • หายใจลำบาก : หายใจถี่ สั้น หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่อิ่ม
  • เวียนหัว/มึนงง : รู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • ไอเรื้อรัง : โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการไอแห้ง ๆ หรือไอหนักในเวลากลางคืน
  • หน้ามืด/เป็นลม : จากความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว
  • นอนราบไม่ได้ : ต้องหนุนหมอนสูง หรือต้องนั่งตัวตรงจึงจะหายใจสะดวกขณะนอน

References


Tests for diagnosing heart conditions. (2025, January 07). NHS inform. https://www.nhsinform.scot/tests-and-treatments/heart-tests/tests-for-diagnosing-heart-conditions/


Heart-Check Food Certification Program Nutrition Requirements. (n.d.). American Heart Association. https://www.heart.org/en/healthy-living/company-collaboration/heart-check-certification/heart-check-in-the-grocery-store/heart-check-food-certification-program-nutrition-requirements


Heart Tests. (March 24, 2022). NIH. https://www.nhlbi.nih.gov/health/heart-tests

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital