บทความสุขภาพ

Knowledge

HPV ในผู้ชาย เสี่ยงโรคร้ายโดยไม่รู้ตัวรู้ทันสาเหตุ ป้องกันได้อย่างถูกวิธี

พญ. ธิษณา อนันตวัฒน์

HPV ในผู้ชาย เสี่ยงโรคร้ายโดยไม่รู้ตัวรู้ทันสาเหตุ ป้องกันได้อย่างถูกวิธี

HPV (Human Papillomavirus) มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง แต่ความจริงคือ HPV สามารถติดเชื้อและก่อโรคร้ายแรงในผู้ชายได้เช่นกัน ตั้งแต่โรคหูดหงอนไก่ไปจนถึงมะเร็งหลายชนิด ทำความเข้าใจความเสี่ยง การป้องกัน และวิธีดูแลสุขภาพที่ถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป


HPV คืออะไร และทำไมผู้ชายก็ต้องระวัง?


HPV เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และก่อให้เกิดโรคในลักษณะที่คล้ายกัน เช่น โรคหูดและมะเร็งชนิดต่างๆ


ในอดีต HPV รู้จักกันว่าเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเป็นหลัก ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่มองข้ามความเสี่ยงของตนเองไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ HPV ถูกเรียกว่า "ภัยเงียบ" สำหรับผู้ชาย


HPV ติดต่ออย่างไร และพบบ่อยแค่ไหนในผู้ชาย?


HPV ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิง หรือชาย-ชาย และสามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่มีการสัมผัสกัน เชื้อนี้พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด และผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวเพราะไม่มีอาการ


HPV ก่อโรคอะไรได้บ้างในผู้ชาย?


what-diseases-can-hpv-cause-in-men.webp

การติดเชื้อ HPV ในผู้ชายมักเกิดขึ้นบริเวณที่สัมผัสเชื้อโดยตรง โดยโรคที่พบได้มีดังนี้


  • โรคหูดหงอนไก่ (Condyloma Acuminata) มีก้อนติ่งเนื้อขึ้นบริเวณที่ติดเชื้อ มักมีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อขรุขระคล้ายหงอนไก่ พบได้บริเวณอวัยวะเพศ รูทวาร หรือบริเวณโดยรอบ แม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ก่อให้เกิดความไม่สบายและสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้
  • มะเร็งบริเวณคอหอย (Oropharyngeal Cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดในบริเวณด้านหลังช่องปาก เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV โดยมักไม่มีอาการในระยะแรก อาการที่พบเมื่อโรคลุกลาม ได้แก่ เจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือคลำพบก้อนที่คอ
  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย (Penile Cancer) พบได้น้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น แต่ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ แผลเรื้อรัง ผิวหนังเปลี่ยนสี หรือมีก้อนผิดปกติ
  • มะเร็งบริเวณทวาร (Anal Cancer) พบได้ทั้งในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกลุ่มอื่น ๆ อาการในระยะแรกมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวงทวาร เช่น เลือดออก คัน ปวด หรือรู้สึกมีก้อน

วิธีการป้องกันเชื้อ HPV ในผู้ชาย


HPV อาจไม่มีอาการเตือน แต่ป้องกันได้ด้วย 3 วิธีหลัก


  1. ฉีดวัคซีน HPV เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดความเสี่ยงมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV โดยวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% รวมถึงป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในผู้ชาย ส่วนวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์นั้นให้การป้องกันที่ครอบคลุมโดยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้สูงถึง 90% พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก ลำคอ และทวารหนัก ตลอดจนโรคหูดหงอนไก่ในผู้ชายด้วย
  2. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย
  3. หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน ลดโอกาสสัมผัสเชื้อ

ผู้ชายตรวจหาเชื้อ HPV ได้อย่างไร?


ปัจจุบันสามารถตรวจหาเชื้อ HPV ในผู้ชายได้ โดยเก็บตัวอย่างจากปัสสาวะ หรือ การป้ายเก็บตัวอย่าง (swab) ในตำแหน่งที่สงสัย อย่างไรก็ตาม แนวทางการตรวจในผู้ชายยังไม่แพร่หลายเท่าในผู้หญิง เนื่องจากแนวปฏิบัติด้านการเก็บตัวอย่างและการรักษาหลังพบเชื้อยังไม่ชัดเจนเท่ากัน


ผู้ชายกลุ่มไหนเสี่ยงเชื้อ HPV พัฒนาเป็นมะเร็ง?


ร่างกายของเราสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองด้วยระบบภูมิคุ้มกัน เหมือนกับไวรัสทั่วไป ปัจจัยที่ทำให้เชื้อเรื้อรังและพัฒนาเป็นมะเร็งได้ คือระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ไม่แข็งแรง ซึ่งเกิดจาก


  • พักผ่อนน้อย
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง
  • สูบบุหรี่
  • มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

วัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย สำคัญแค่ไหน และควรฉีดตอนไหน?


เนื่องจากการตรวจและรักษาหลังติดเชื้อในผู้ชายยังไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นการป้องกันที่สำคัญที่สุด เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งคอหอยและมะเร็งจาก HPV ในตำแหน่งอื่นๆ


วัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย ควรฉีดตอนอายุเท่าไร?


  • อายุ 9–14 ปี คือช่วงที่ดีที่สุด เพราะร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีที่สุดและมักยังไม่เคยได้รับเชื้อ HPV ฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
  • อายุ 15–26 ปี ยังได้รับประโยชน์จากวัคซีน ฉีด 3 เข็ม (เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างออกไปอีก 6 เดือน)
  • อายุมากกว่า 26 ปี ยังสามารถฉีดได้ โดยปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยกี่ยวกับเชื้อ HPV ในผู้ชาย


1. ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังต้องป้องกันเพิ่มเติมอีกไหม?


ใช่ เพราะวัคซีนอาจไม่ครอบคลุม HPV ทุกสายพันธุ์ และยังมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ อีกมาก การใช้ถุงยางอนามัยและการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็น


2. ผู้ชายและ LGBTQ+ จำเป็นต้องฉีดวัคซีน HPV ไหม?


แนะนำให้ทุกคนฉีด ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายทั่วไปหรือกลุ่ม LGBTQ+ เพราะเชื้อ HPV ติดต่อได้ทุกเพศและทุกรูปแบบของการมีเพศสัมพันธ์


โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักและมะเร็งคอหอย เนื่องจากลักษณะการสัมผัสเชื้อที่มากกว่า และปัจจุบันยังไม่มีการตรวจคัดกรอง HPV ในผู้ชายที่เป็นมาตรฐานเหมือนในผู้หญิง การฉีดวัคซีนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกัน


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital