สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit)

สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit)

เวลาทำการ

เปิดทุกวัน: เวลา 08.00 - 20.00 น.

สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit) เป็นสถาบันรักษาอาการปวดแบบเชิงรุกที่มีทีมแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติครบตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลการรักษาความปวดแบบสหสาขา เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างองค์รวมได้ครบทุกมิติ โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาปวดเรื้อรังที่พบบ่อยในแต่ละช่วงอายุของประชาชนยุคปัจจุบัน เพื่อรู้ทัน เฝ้าระวังและป้องกัน ตลอดจนการรักษาที่ครบวงจร โดยนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดมาเป็นการรักษาหลัก และนำจุดเด่นที่มีคุณค่าของการแพทย์ทางเลือกซึ่งเป็นที่ยอมรับเข้ามาผสมผสาน เพื่อเป็นการป้องกันหรือลดโอกาสการกลับมาของอาการ และเพิ่มความพร้อมที่จะกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ


4 คลินิกหลักของ FIX & FIT


1. คลินิกรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม


advanced-pain-and-wellness-institute-4.png

ดูแลรักษาอาการปวดจาก Office Syndrome โดยมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ภายใต้ The Transformer Program ซึ่งเป็น Life Promotion Program ที่เน้นการรักษาแบบไม่ใช้ยา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือมีอาการรุนแรง


advanced-pain-and-wellness-institute-5.png

โดยการรักษาจะประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ซึ่งจะทำไปพร้อม ๆ กันเพื่อย่นระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา


  1. ประเมินร่างกาย – ตรวจประเมินสมรรถภาพ ความแข็งแรง ท่าทาง และความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  2. แก้ไขอาการปวด (The FIX) – บรรเทาอาการปวดและแก้ไขปัญหาของร่างกายด้วยเครื่องมือทางกายภาพ การนวดแผนไทย และการฝังเข็มตามความเหมาะสม
  3. ฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรง (The FIT) – ออกกำลังกายและฝึกการเคลื่อนไหวในสระน้ำ ห้องยิม หรือห้องโยคะ เพื่อปรับสมดุลร่างกายและป้องกันการกลับมาของอาการปวด

แพทย์อาจพิจารณาการดูแลเสริมร่วมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล เช่น โภชนาการ วิตามิน และ Whole Body Cryotherapy (Ice Lab) เพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยรวมและช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง ความเครียดในผู้ป่วยบางราย รวมถึงช่วยให้การนอนหลับในผู้ป่วยบางรายดีขึ้น



2. คลินิกรักษาการบาดเจ็บจากกีฬาและฟื้นฟูสมรรถภาพ


advanced-pain-and-wellness-institute-8.png

ดูแลรักษาอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา ครอบคลุมทั้งอาการบาดเจ็บเฉียบพลันและเรื้อรัง พร้อมวางแผนการรักษาและฟื้นฟูให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงและสามารถกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ


1. อาการบาดเจ็บเฉียบพลัน


โปรแกรม Back to the Match มุ่งลดอาการและส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ พร้อมอุปกรณ์ในการฝึกครบวงจร ได้แก่ ห้องยิม ธาราบำบัด และเครื่องทดสอบสมรรถภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายที่บาดเจ็บ (Isokinetic) เพื่อประเมินความพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬา (Return to Play)



2. อาการบาดเจ็บเรื้อรัง


โปรแกรม Staying Champion ดูแลการบาดเจ็บจากการใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ หรือการออกกำลังกายหนัก พบได้บ่อยในนักกีฬาระดับแนวหน้าและผู้ที่ชอบออกกำลังกายหักโหม โดยมีขั้นตอนการดูแล ดังนี้


  • การประเมินสมรรถภาพร่างกาย และโภชนาการ
  • การปรับเทคนิค และปรับสมดุลโครงสร้าง
  • ปรับความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นทั้งของร่างกายและจิตใจให้เหมาะกับแต่ละรายหรือแต่ละประเภทกีฬา

advanced-pain-and-wellness-institute-12.png

ทั้งยังพร้อมส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการกระตุ้นระบบต่าง ๆ ของร่างกายในห้องเยือกแข็งอุณหภูมิ -110 องศาเซลเซียส (Ice Lab หรือ Sub-Zero Treatment หรือ Whole Body Cryotherapy) ซึ่งขณะนี้เป็นที่นิยมของนักกีฬาชั้นนำระดับโลกหลายคนทั้งในอเมริกาและยุโรป เป็นการนำมาใช้เพื่อลดอาการปวด ลดอาการอ่อนล้า เร่งการฟื้นตัว และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายหลังการแข่งขัน


advanced-pain-and-wellness-institute-9.png

3. คลินิกรักษาอาการปวดข้อและกระดูกสันหลังเสื่อม


advanced-pain-and-wellness-institute-15.png

ดูแลอาการปวดข้อ ข้อฝืดหรือข้อติดแบบครบวงจร ภายใต้โปรแกรม Move-Free and Healthy Life มุ่งลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยผสมผสานการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น การนวดประคบ การฝังเข็ม การรักษาด้วยเลเซอร์พลังงานสูง (High-Intensity Laser) และการรักษาด้วยคลื่นกระแทกช็อกเวฟ (Shockwave Therapy) ในบางรายอาจพิจารณาการฉีดข้อหรือการจัดกระดูกปรับโครงสร้างร่างกาย (The FIX) ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อช่วยป้องกันการกลับมาของอาการ เพิ่มความแข็งแรง ความทนทาน และพิสัยการเคลื่อนไหว โดยเน้นการปรับสภาพร่างกายโดยรวม (The FIT) ผ่านการฝึกในสระน้ำที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปวดข้อรับน้ำหนัก และการฝึกในห้องยิมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล พร้อมมีนักเวชศาสตร์การกีฬาคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด


4. คลินิกจัดโครงสร้างร่างกาย


advanced-pain-and-wellness-institute-19.png

ดูแลปัญหาท่าทางและโครงสร้างร่างกายที่อาจเกิดจากพฤติกรรมการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ซึ่งอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพ การเคลื่อนไหว และทำให้เกิดอาการปวด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างร่างกาย ให้บริการตรวจวิเคราะห์ท่าทาง (Postural Analysis) และวางแผนการดูแลแบบครบวงจร เพื่อแก้ไขและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาท่าทางและโครงสร้างร่างกาย


advanced-pain-and-wellness-institute-17.png

ปัญหาท่าทางและโครงสร้างร่างกายแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่


1. ท่าทางที่ไม่เหมาะสม (Poor Posture)


เกิดจากพฤติกรรมการใช้ร่างกายในท่าทางที่ไม่เหมาะสม โดยที่โครงสร้างยังปกติ หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจทำให้กล้ามเนื้อเสียสมดุล และอาจเกิดความผิดปกติของโครงสร้างตามมา


2. ภาวะเบี่ยงเบนทางโครงสร้าง (Structural Deviation) เช่น


2.1 ภาวะเท้าแบนแบบยืดหยุ่น (Flexible Flat Foot)


2.2 ภาวะขาสองข้างสั้นยาวไม่เท่ากัน ซึ่งมีทั้งที่ไม่ทราบสาเหตุและที่พบสาเหตุ


2.3 กระดูกสันหลังคดที่ไม่เกิน 10 องศา


3. ความผิดปกติทางโครงสร้าง (Structural Abnormality)


ที่พบบ่อยคือ ภาวะกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ที่มากกว่า 10 องศา และกระดูกสันหลังค่อม (Kyphosis) ซึ่งหากเป็นที่ระดับกระดูกสันหลังช่วงอกมุมค่อมจะต้องมากกว่า 45 องศา


advanced-pain-and-wellness-institute-18.png

หลักในการรักษาของคลินิกจัดโครงสร้างร่างกาย ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เป้าหมายคือ Better Look Better Health ซึ่งเป็นรูปแบบที่จะทำการรักษาอาการปวดด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด แก้ไขสาเหตุด้วยการจัดโครงสร้างและป้องกันการดำเนินโรคด้วยการออกกำลังกายที่จำเพาะในแต่ละรายบุคคลโดยนักเวชศาสตร์การกีฬา


หน่วยเวชศาสตร์การกีฬา "MEDICAL GYM" ของโรงพยาบาลพระรามเก้า


Medical Gym เป็นบริการออกกำลังกายภายใต้การดูแลของนักเวชศาสตร์การกีฬา ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เชื่อมต่อการดูแลตั้งแต่การรักษาและฟื้นฟู ไปสู่การพัฒนาการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และสมรรถภาพทางกาย


โปรแกรมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากอาการ ภาวะสุขภาพ ข้อจำกัดของร่างกาย ผลการประเมินสมรรถภาพ และเป้าหมายของผู้รับบริการ เพื่อช่วยให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ


advanced-pain-and-wellness-institute-20.png

ทำไมต้อง Medical Gym?


เพราะผู้ที่มีอาการปวด ผู้ที่ผ่านการรักษา หรือผู้ที่ต้องการกลับมาออกกำลังกาย ต่างมีข้อจำกัดและเป้าหมายที่แตกต่างกัน Medical Gym จึงให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนออกกำลังกาย การออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล การดูแลระหว่างการฝึก และการติดตามผล เพื่อให้โปรแกรมสามารถปรับและพัฒนาไปตามความสามารถของแต่ละบุคคล


จากการรักษาและฟื้นฟู สู่การเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการกลับไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ

ใครบ้างที่เหมาะกับ Medical Gym?


Medical Gym รองรับการดูแลต่อเนื่องจาก 4 กลุ่มคลินิกหลักของสถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit) รวมถึงผู้ที่ต้องการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย โดยออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพร่างกาย ข้อจำกัด และเป้าหมายของแต่ละบุคคล


  1. กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม : สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือมีปัญหาจากท่าทางและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เน้นการออกกำลังกายพัฒนาความแข็งแรง ความทนทาน การควบคุมท่าทาง และรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม
  2. กลุ่มอาการปวดข้อและกระดูกสันหลังเสื่อม : สำหรับผู้ที่มีอาการปวด ข้อติด หรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวจากปัญหาของข้อ กระดูกสันหลัง หรือภาวะเสื่อมตามวัย โปรแกรมสามารถปรับระดับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย โดยเน้นการพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และความสามารถในการทำกิจกรรม
  3. กลุ่มปัญหาโครงสร้างร่างกาย : สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านท่าทาง ความสมดุล หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยนำผลการประเมินท่าทาง การเคลื่อนไหว ช่วงการเคลื่อนไหว และความแข็งแรง เพื่อมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล
  4. กลุ่มการบาดเจ็บจากกีฬาและการออกกำลังกาย : สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกีฬา หรืออยู่ในช่วงต่อเนื่องหลังการรักษาและฟื้นฟู มุ่งพัฒนาความแข็งแรง ความสมดุลของกล้ามเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนไหว และสมรรถภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
  5. กลุ่มผู้ป่วยอื่นๆ ในโรงพยาบาล : สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการพิจารณาว่าเหมาะสมกับการเริ่มหรือเพิ่มกิจกรรมทางกาย โดยมุ่งพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต การเคลื่อนไหวของข้อต่อ และความสามารถในการทำกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวจากอาการโรคและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การประเมินสมรรถภาพและการทำงานของร่างกาย (PHYSICAL FITNESS & FUNCTIONAL ASSESSMENT)


ก่อนเริ่มออกกำลังกาย นักเวชศาสตร์การกีฬาจะประเมินสภาพร่างกาย ข้อจำกัด และเป้าหมายของผู้รับบริการแต่ละราย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมและติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง


การประเมินที่ให้บริการ ได้แก่


  1. การวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (Body Composition Analysis) : เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และเปอร์เซ็นต์ไขมัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนและติดตามผล
  2. การวิเคราะห์ท่าทาง (Posture Analysis) : ประเมินแนวการจัดเรียงและความสมดุลของร่างกาย เพื่อค้นหาลักษณะท่าทางที่ควรได้รับการดูแลหรือพัฒนา
  3. การประเมินรูปแบบการเคลื่อนไหว (Functional Movement Screening) : ประเมินคุณภาพของการเคลื่อนไหว ความคล่องตัว ความมั่นคง และการควบคุมร่างกาย เพื่อค้นหาข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมและการออกกำลังกาย
  4. การทดสอบความยืดหยุ่น (Sit & Reach Test) : ประเมินความยืดหยุ่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการฝึกด้าน Mobility และ Flexibility
  5. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Test) : ประเมินองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย เพื่อใช้กำหนดระดับและวางแผนการออกกำลังกายให้เหมาะสม
  6. การประเมินช่วงการเคลื่อนไหวและความแข็งแรง (Dynamo ROM & Strength Test) : ประเมิน Range of Motion (ROM) และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สามารถใช้เปรียบเทียบระหว่างด้านซ้ายและขวา รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงหลังการฝึก
  7. การทดสอบสมรรถภาพและความสมดุลของกล้ามเนื้อ (Isokinetic Test) : ประเมินความสามารถในการสร้างแรงของกล้ามเนื้อภายใต้ความเร็วที่กำหนด เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างด้านซ้ายและขวา รวมถึงความสมดุลระหว่างกลุ่มกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามการฟื้นฟูและการประเมินความพร้อมก่อนกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬา
  8. การประเมินพลังของกล้ามเนื้อส่วนล่าง (Vertical Jump Test) : ประเมินความสามารถในการสร้างแรงและพลังอย่างรวดเร็วของกล้ามเนื้อส่วนล่างเหมาะสำหรับการติดตามและพัฒนาสมรรถภาพในผู้ที่ออกกำลังกายและนักกีฬา

การทดสอบจะได้รับการเลือกตามความเหมาะสมของอาการ สภาพร่างกาย และเป้าหมายของผู้รับบริการแต่ละราย โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกการทดสอบ


อุปกรณ์และรูปแบบการฝึกที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (MEDICAL GYM FACILITIES)


Medical Gym มีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับรองรับการออกกำลังกายหลายรูปแบบ ทำให้นักเวชศาสตร์การกีฬาสามารถเลือกวิธีการฝึกและปรับระดับให้เหมาะสมกับอาการ ความสามารถ และเป้าหมายของผู้รับบริการ


1. การฝึกด้วยเครื่องออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Weight Machine)


ช่วยให้สามารถกำหนดและปรับระดับแรงต้านได้ตามความสามารถ เหมาะสำหรับการพัฒนาความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้ออย่างเป็นขั้นตอน


2. การฝึกด้วยน้ำหนักอิสระ (Free Weights)


เช่น Dumbbells และอุปกรณ์ฝึกแรงต้านอื่น ๆ สามารถนำมาใช้พัฒนาความแข็งแรง การควบคุมร่างกาย และการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันและกีฬา


3. การออกกำลังกายด้วยเครื่อง Reformer (Reformer Exercise)


เครื่อง Reformer สามารถปรับแรงต้านและรูปแบบการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ช่วยพัฒนาความแข็งแรง การควบคุมการเคลื่อนไหว ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Medical Exercise โดยเลือกใช้ตามอาการ ข้อจำกัด และเป้าหมายของผู้รับบริการ


4. พื้นที่สำหรับฝึกการเคลื่อนไหว (Functional Exercise)


รองรับการฝึกการเคลื่อนไหว (Functional Movement), ความคล่องตัว (Mobility) , การทรงตัว ( Balance), การประสานงานของร่างกาย (Coordination) และรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือกีฬา


กระบวนการดูแลของ Medical Gym


  1. ประเมิน (ASSESS) : ประเมินอาการ ประวัติที่เกี่ยวข้อง การเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และสมรรถภาพที่จำเป็น เพื่อค้นหาความต้องการและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล
  2. ออกแบบโปรแกรม (PRESCRIBE) : นำข้อมูลจากการประเมินมาวางแผนและกำหนดโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
  3. ฝึกอย่างเหมาะสม (EXERCISE) : ออกกำลังกายภายใต้การดูแลของนักเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมดูแลรูปแบบการเคลื่อนไหว เทคนิค และการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
  4. พัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน (PROGRESS) : ปรับความหนัก ปริมาณ และความซับซ้อนของการฝึกตามความสามารถและพัฒนาการ
  5. ประเมินซ้ำและติดตามผล (REASSESS) : ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วยการประเมินที่เหมาะสม เพื่อนำข้อมูลมาปรับโปรแกรมและกำหนดเป้าหมายในระยะต่อไป

เป้าหมายของ Medical Gym ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการช่วยพัฒนาความสามารถของร่างกายตามเป้าหมายของแต่ละบุคคล

นอกจากในส่วนของ Medical Gym ที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระบบไหลเวียนโลหิต และสมรรถภาพร่างกายต่าง ๆ แล้ว ยังมีหัตถการอื่นๆที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายเพิ่มเติม ได้แก่


  • การออกกำลังกายในน้ำอุ่น (Hydrotherapy) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว ลดภาระจากน้ำหนักตัวที่กระทำต่อข้อต่อ เหมาะกับคนไข้ที่มีอาการค่อนข้างมาก มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว หรือยังไม่พร้อมสำหรับออกกำลังกายบนบก

advanced-pain-and-wellness-institute-21.png
  • การนวดทางการกีฬา (Sport massage) ที่จะมีจุดเด่นในการพัฒนาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และเพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัว ลดความรู้สึกตึง หรือไม่สบายของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และส่งเสริมความพร้อมสำหรับการกลับไปทำกิจกรรมหรือฝึกในครั้งต่อไป

advanced-pain-and-wellness-institute-22.png

สถานที่ตั้ง:

สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง ชั้น 11 อาคาร B โรงพยาบาลพระรามเก้า


เวลาทำการ:

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

แพทย์ประจำศูนย์

แพทย์ทั้งหมดในศูนย์

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด