เมื่อมีอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือมีการบาดเจ็บเรื้อรังจากการออกกำลังกาย หนึ่งในวิธีจัดการปัญหาเหล่านี้โดยไม่ต้องผ่าตัด ลดระยะเวลาการพักฟื้น และช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ ก็คือการใช้ความเย็นบำบัด หรือที่เรียกว่า ‘Cryotherapy’ ซึ่งจริง ๆ แล้ว Cryotherapy คืออะไร ทำแล้วดีจริงไหม สามารถใช้ดูแลปัญหาทางร่างกายอะไรได้บ้าง หรือฟื้นฟูร่างกายได้อย่างไร สามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้
Key Takeaways
- Cryotherapy คือ แนวทางการบำบัดอาการเจ็บป่วยทางร่างกายด้วยความเย็นอุณหภูมิติดลบ เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่มีอาการบาดเจ็บหรืออักเสบเรื้อรัง และส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- Cryotherapy เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เล่นกีฬา อุบัติเหตุ ออฟฟิศซินโดรม รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพการลดน้ำหนักหรือดูแลรูปร่าง และชะลอวัย
- การทำ Cryotherapy ถือเป็นแนวทางการฟื้นฟูร่างกายที่ไม่ต้องผ่าตัด ลดระยะเวลาการพักฟื้น ไม่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในร่างกาย
- เพื่อให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูร่างกายที่ชัดเจน จำเป็นต้องทำ Cryotherapy อย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ
Cryotherapy คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร?
Cryotherapy คือการฟื้นฟูหรือการรักษาด้วยความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าระดับจุดเยือกแข็ง มีผลช่วยกระตุ้นระบบประสาท และกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดส่วนปลาย ลดการหลั่งสารอักเสบ จึงทำให้สามารถลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อเรื้อรัง เสริมสร้างความความแข็งแรง สมบูรณ์ของร่างกายได้
ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า มีบริการ Cryotherapy แบบ Whole Body Cryotherapy หรือที่เรียกว่า Ice Lab หรือ Sub Zero Treatment ที่อาศัยความเย็นระดับ -110 องศาเซลเซียสในการฟื้นฟูร่างกาย โดยกลไกการบำบัดด้วยความเย็น โดยใช้ห้องเยือกแข็ง (Ice Lab) นั้นมีด้วยกันอยู่ 3 ช่วง ดังนี้
- ช่วงที่ 1 Preserve Phase : ช่วงสงวนความร้อนเพื่อปกป้องร่างกาย
เกิดชึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสความเย็น ซึ่งเส้นเลือดและกล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อลดการสูญเสียความร้อน ของเสียที่คั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อโดยรอบนั้นจะถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันสมองจะตอบสนองด้วยการหลั่งสารเซอร์ไรโทนิน (Serotonin) เอ็นเดอร์ฟิน (Endorphins) และ นอร์อิฟิเนฟริน (Norepinephrine) รวมถึงกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตกระตุ้นการหลั่งสารคอร์ติซอล (Cortisol) เพื่อลดการอักเสบและเสริมภูมคุ้มกันร่างกาย ตลอดจนปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นด้วย
- ช่วงที่ 2 Purify Phase : ช่วงชำระร่างกาย
เมื่อเดินออกจากห้องเยือกแข็งอุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลับสู่อุณหภูมิปกติในเวลาต่อมา หลอดเลือดที่ผิวหนังและที่อยู่ในกล้ามเนื้อจะขยายตัว และเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในซึ่งมีสารที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นจะหมุนเวียนเข้ามาแทนที่ (Tissue Revitalization)
- ช่วงที่ 3 Prosper Phase : ช่วงเห็นผลการรักษา
หลังเข้าห้องเยือกแข็ง 24-48 ชั่วโมง ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ดี โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อย อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต่าง ๆ จะลดลง รู้สึกกระปรี้กระเปร่า นอนหลับได้ดีขึ้น
Cryotherapy ช่วยรักษาอะไรได้บ้าง เหมาะกับอาการแบบไหน?

Cryotherapy คือวิธีการฟื้นฟูร่างกายและระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้กลับมามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือเสียเวลาพักฟื้นนาน ซึ่งการทำ Cryotherapy สามารถบำบัดหรือดูแลรักษาอาการได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- ลดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือการบาดเจ็บเรื้อรัง ที่เกิดจากการออกกำลังกาย
- ช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังจากการออกกำลังกายที่หนัก หักโหม หรือหลังการแข่งขันกีฬา
- ใช้บรรเทาอาการปวดเรื้อรังของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกิดจากอาการปวดออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)
- ฟื้นฟูการนอนหลับให้ดีขึ้น ลดเครียด
- กระตุ้นการเผาผลาญไขมันเพื่อเสริมการลดน้ำหนัก
- ส่งเสริมการชะลอวัย เนื่องจากกระตุ้นการหลั่งสารลดการอักเสบและสาร anti-oxidant
ข้อดี-ข้อจำกัดของการทำ Cryotherapy มีอะไรบ้าง
Cryotherapy คือทางเลือกหนึ่งในการบำบัดหรือฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยการทำ Ice Lab เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการบำบัดด้วยความเย็น ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการต่าง ๆ ดังนี้
ข้อดีของ Cryotherapy
- ช่วยลดอาการปวด อาการอักเสบของกล้ามเนื้อ
- ช่วยลดอาการบาดเจ็บพร้อมช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
- กระตุ้นการเผาผลาญเพื่อเสริมการลดน้ำหนัก
- มีส่วนช่วยในการนอนหลับ ลดความเครียด
- ช่วยชะลอวัย (Anti-Aging) ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์
- ใช้ระยะเวลาในการทำไม่นาน ประหยัดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาในการรักษาที่จำกัด
- ไม่เกิดความเสี่ยงหรือส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในร่างกาย
ข้อจำกัดของ Cryotherapy
การบำบัดด้วยความเย็น โดยใช้ห้อง Ice Lab มีข้อห้ามในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีภาวะไวต่อความเย็น (Cold Intolerance) ไม่สามารถทนต่อสภาวะที่มีอุณหภูมิต่ำได้
- ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น โรคหัวใจที่อาการยังไม่เสถียร โรคหัวใจล้มเหลวที่รุนแรง ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Pacemaker)
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะความดันโลหิตที่ไม่เสถียรและสูงกว่า 160/100mmHg
- ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบหายใจระยะเฉียบพลัน
- ผู้ที่มีบาดแผลที่ติดเชื้อหรือแผลผิวหนังขาดเลือด
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น การไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลายบกพร่อง มีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง เช่น ระบบประสาทอัตโนมัติอักเสบหรือเสบ ผู้ป่วยโรคลมชักที่ควบคุมอาการไม่ได้
- ผู้ที่มีภาวะซีดในระดับที่รุนแรง
- ผู้ที่อยู่ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และทารก
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตที่ไม่ให้ความร่วมมือในการดูแลรักษา
ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง อาจสามารถเข้าห้องเยือกแข็งได้ แต่ต้องได้รับการประเมินและเห็นชอบจากแพทย์ก่อน ดังนี้
- ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดเลือดเมื่อเจอความเย็น
- ผู้ที่มีความผิดปกติของคลื่นหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ
- ผู้ที่ผอมอย่างรุนแรง (Cachexia)
- ผู้ที่ยังอยู่ในภาวะติดเชื้อ
- ผู้ที่มีอาการของโรคกลัวที่แคบ
- ผู้เข้าใช้บริการที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์
- ผู้ที่มีเส้นเลือดขอด
- มีไข้
เตรียมตัวก่อนทำ Cryotherapy ต้องทำอย่างไรบ้าง?

เพราะร่างกายต้องสัมผัสกับความเย็นที่มีอุณหภูมิติดลบ การเตรียมตัวร่างกายให้พร้อมจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงขณะทำ และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ โดยแนะนำให้เตรียมตัวก่อนทำ Cryotherapy โดยใช้ห้อง Ice Lab ดังนี้
- เข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อรับทราบถึงขั้นตอนและข้อบ่งชี้ในการทำ เพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาที่เผชิญอยู่เหมาะสมกับการรักษารูปแบบนี้หรือไม่
- พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ
- งดทาครีมบำรุงผิวก่อนเข้ารับบริการ
- สวมใส่ชุดตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ใส่เสื้อผ้ากีฬาเท่าที่จำเป็น ใส่ที่ปิดหูกันหนาว สวมถุงมือ
- หากมีแผลสด เป็นไข้ ควรดูแลรักษาแผลและร่างกายให้ดีเสียก่อน
ขั้นตอนการทำ Cryotherapy มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

Cryotherapy คือวิธีการบำบัดอาการบาดเจ็บทางร่างกายที่ใช้ระยะเวลาทำไม่นาน อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญการอย่างใกล้ชิด โดยการบำบัดด้วยความเย็น โดยใช้ห้องเยือกแข็ง (Ice Lab) มีขั้นตอนในการทำ ดังนี้
- พบแพทย์เพื่อทำการประเมินลักษณะอาการ ตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ว่าไม่มีข้อห้ามในการดูแลรักษาอาการด้วย Cryotherapy รวมถึงเข้ารับการวัดความดันโลหิตและระดับออกซิเจนในเลือดก่อนทำ
- เปลี่ยนชุดให้เหมาะสม ถอดเครื่องประดับ ในการแต่งตัวนั้นผู้ชายจะแนะนำถอดเสื้อ สวมเพียงกางเกงขาสั้น ขณะที่ผู้หญิงจะใส่สปอร์ตบราและกางเกงสั้น เพื่อให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นภายในห้องเยือกแข็งให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จะมีการสวมอุปกรณ์ป้องกันความเย็น เช่น ผ้าคาดศีรษะ ถุงมือ มาส์ก ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ เพื่อป้องกันอวัยวะที่บอบบางบางจุดไม่ให้รับบาดเจ็บจากความเย็น
- แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เริ่มทำการรักษา โดยให้ผู้เข้ารับบริการเดินเข้าห้องเยือกแข็ง (Ice Lab) โดยภายในห้องเยือกแข็งจะเป็นห้องควบคุมอุณหภูมิทั้งหมด 3 ห้อง เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสม เริ่มจาก ห้องแรก -10 องศาเซลเซียส ห้องที่สอง -60 องศาเซลเซียส และห้องสุดท้าย -110 องศาเซลเซียส ซึ่งขณะที่อยู่ภายในห้องเยือกแข็ง ผู้เข้ารับบริการควรเดินรอบ ๆ ห้อง ทำท่าบริหาร ยืดเหยียดร่างกาย
- เสร็จสิ้นการรักษา หลังจากอยู่ห้องสุดท้ายเป็นระยะเวลา 3 นาที เพื่อกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายตอบสนองต่อความเย็นจัดแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้เดินกลับออกมาทีละห้อง เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนออกมายังห้องที่มีอุณหภูมิปกติ
- วัดความดันและระดับออกซิเจนในเลือด เมื่อออกจากห้องเยือกแข็ง พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ดูแลตัวเองหลังการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ พร้อมนัดหมายทำ Cryotherapy ในครั้งต่อไป เพื่อติดตามผลลัพธ์การรักษา
การดูแลตัวเองหลังทำ Cryotherapy ต้องทำอย่างไร?

หลังทำ Cryotherapy โดยใช้ห้อง Ice Lab คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่เพื่อให้การฟื้นฟูร่างกายเป็นไปตามที่แพทย์วางแผนไว้ และลดความเสี่ยงในการเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ แนะนำให้ปฏิบัติตัวหลังทำ Cryotherapy ตามที่แพทย์แนะนำ ดังนี้
- ดื่มน้ำ ให้เพียงพอ
- ทาโลชั่นบำรุงผิว เพื่อป้องกันผิวแห้งกร้านจากการสัมผัสความเย็นเป็นเวลานาน
- พักร่างกาย 15 นาที ก่อนออกกำลังกายหรือทำกายภาพบำบัดต่อ
- งดการสัมผัสหรือถูแรง ๆ บริเวณที่เข้ารับการรักษา
- งดทำกิจกรรมที่มีไอร้อน เช่น การอบซาวน่า การแช่น้ำอุ่น อย่างน้อย 6 ชั่วโมงหลังทำ Cryotherapy
- งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงหลังทำ
- งดการเจาะตุ่มพองด้วยตัวเอง หากมีตุ่มพองบริเวณที่เข้ารับการรักษา ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องถูกวิธี
- งดแกะ เกาสะเก็ดแผล ในกรณีที่หลังทำ Cryotherapy แล้วมีสะเก็ดแผล เพื่อป้องกันอาการติดเชื้อ
- หมั่นสังเกตบริเวณที่เข้ารับการรักษาว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น มีผื่นแดง แสบ คัน หรืออาการบวม เจ็บปวด เลือดออก หรือไข้ขึ้นสูง ควรพบแพทย์เพื่อรักษาทันที
- กลับไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลการรักษา และเข้ารับบริการทำ Cryotherapy อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด
Cryotherapy คือแนวทางการบำบัดอาการเจ็บป่วยด้วยความเย็น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
Cryotherapy คือ ทางเลือกในการบำบัดอาการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อโดยใช้ความเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบได้โดยไม่ต้องผ่าตัด คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ที่สำคัญเป็นขั้นตอนการรักษาที่มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน และใช้เวลาทำไม่นานอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจน จำเป็นต้องทำ Cryotherapy อย่างต่อเนื่อง
สำหรับใครที่สนใจฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศซินโดรม การเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติจากโรคประจำตัว ที่สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix&Fit) โรงพยาบาลพระรามเก้า มีบริการรักษาด้วยวิธี Cryotherapy โดยโปรแกรม ICE LAB ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายฉบับเร่งด่วนด้วยการห้องเยือกแข็งอุณหภูมิ -110 องศาเซลเซียส ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย บรรเทาอาการบาดเจ็บ ให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cryotherapy
1. ทำ Cryotherapy กี่ครั้งเห็นผล?
Cryotherapy คือแนวทางการรักษาที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรักษา ซึ่งแนะนำให้ทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ ความถี่หรือจำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล
2. Cryotherapy เหมาะกับใครบ้าง?
Cryotherapy เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เล่นกีฬา อุบัติเหตุ ออฟฟิศซินโดรม รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพการลดน้ำหนักหรือดูแลรูปร่าง และชะลอวัย
References
Colorito, R. (2024, March 21). Whole-body cryotherapy: Can extreme cold improve your health? WebMD. https://www.webmd.com/pain-management/what-is-whole-body-cryotherapy
Cryotherapy: Uses, procedure, risks & benefits. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21099-cryotherapy
Rush, T. (2024, October 28). Cryotherapy: Safety, what to expect, and benefits. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/319740#safety-and-what-to-expect
Oakley, A., & Nguyen, J. K. (2022, August). Cryotherapy: Uses, cautions, and aftercare. DermNet. https://dermnetnz.org/topics/cryotherapy