บทความสุขภาพ

Knowledge

อัลไซเมอร์ กับการรับมือที่ไม่ง่ายของผู้ป่วยและคนใกล้ชิด

อัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมอง ซึ่งหลายคนอาจคุ้นชื่อ แต่ยังไม่เข้าใจชัดว่ามันคืออะไร หรือมีผลกระทบกับชีวิตอย่างไรจริง ๆ บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า โรคอัลไซเมอร์เกิดจากอะไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรระวัง และจะดูแลกันอย่างไรให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงของโรค


Key Takeaways


  • Alzheimer คือโรคความเสื่อมของสมองชนิดหนึ่ง ส่งผลต่อความจำ การคิด การใช้เหตุผล และพฤติกรรม
  • อาการจะเริ่มจากลืมสิ่งง่าย ๆ เช่น ชื่อคนใกล้ตัว สถานที่ หรือเหตุการณ์ พฤติกรรมเปลี่ยนไป มีอารมณ์แปรปรวน และในระยะท้ายจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
  • ปัจจัยเสี่ยงคืออายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม ประวัติครอบครัว โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ไม่ออกกำลังกาย นอนหลับไม่เพียงพอ
  • การวินิจฉัยจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจประเมินความจำ รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสแกนสมอง เพื่อแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกัน
  • แม้โรคอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถชะลออาการได้ด้วยการใช้ยา การดูแลสภาพแวดล้อม การกระตุ้นการทำงานของสมอง และการสนับสนุนจากคนใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

ทำความรู้จัก ‘โรคอัลไซเมอร์’ คืออะไร?


โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) หรือโรคความจำเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างเซลล์สมอง ทำให้เซลล์สมองค่อย ๆ ฝ่อและเสื่อมสภาพ ส่งผลต่อการทำงานของสมองโดยตรง จนเกิดภาวะสมองเสื่อมตามมา มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป


โรคอัลไซเมอร์จะเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีนเบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) และโปรตีนทาว (Tau) ในสมอง ซึ่งจะทำลายเซลล์ประสาทและขัดขวางการสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง เมื่อโรคดำเนินไปเรื่อย ๆ ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาด้านความจำ การคิด และพฤติกรรมจนทำให้ดูหลง ๆ ลืม ๆ


อาการของโรคอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง?


Alzheimer's Disease คือ

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมที่ทำให้สมองค่อย ๆ สูญเสียการทำงาน ส่งผลต่อ ความทรงจำ การคิด และพฤติกรรม อาการของโรคอัลไซเมอร์จะเริ่มจากความผิดปกติเล็กน้อยและค่อย ๆ รุนแรงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง โดยตัวอย่างอาการที่พบได้บ่อย ก็จะมีดังนี้


  • ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น ลืมบทสนทนาที่เพิ่งพูดไป ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ลืมนัดหมาย หรือหลงลืมเรื่องราวง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
  • ลืมชื่อคนใกล้ชิดหรือสถานที่คุ้นเคย บางครั้งอาจจำบ้านตัวเองไม่ได้ หรือหลงทางแม้แต่ในบริเวณที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
  • วางของผิดที่ หรือหาไม่เจอ แล้วเข้าใจผิดว่ามีคนขโมยไป เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
  • สูญเสียความสามารถในการคิดและตัดสินใจ เช่น ใช้สิ่งของไม่ถูกต้อง ลืมวิธีทำสิ่งที่เคยทำประจำ หรือไม่สามารถวางแผนสิ่งง่าย ๆ ได้เหมือนเดิม
  • อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง มีภาวะขี้โมโห หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว หรือหวาดระแวงผู้อื่น บางรายอาจพูดจาไม่รู้เรื่อง หรือเข้าใจผิดว่าคนรอบตัวจะทำร้าย
  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ เช่น หลับ ๆ ตื่น ๆ เดินไปมาในช่วงกลางคืน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • สูญเสียทักษะการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว หรือแม้แต่การหยิบจับสิ่งของง่าย ๆ ก็ทำได้ยากขึ้น
  • ในระยะรุนแรง ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งพาผู้ดูแลในทุกด้านของชีวิตประจำวัน

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอัลไซเมอร์


โรคอัลไซเมอร์เกิดจากอะไรนั้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างแน่ชัด แต่จากการศึกษาพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่เพิ่มโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การรู้และเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงได้ โดยปัจจัยเสี่ยงก็จะมีดังนี้


  • อายุที่เพิ่มขึ้น พบว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 85 ปีขึ้นไปก็จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวป่วยเป็นอัลไซเมอร์ก็จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Apolipoprotein E (APOE e4)
  • ภาวะดาวน์ซินโดรม ผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมจะมีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์เร็วกว่าคนทั่วไปประมาณ 10-20 ปี เนื่องจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21
  • เพศหญิง พบว่าผู้มีเพศกำเนิดหญิงจะมีแนวโน้มมากกว่าเพศชายเล็กน้อย ส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอายุขัยที่ยืนยาวกว่า
  • เคยบาดเจ็บที่ศีรษะรุนแรง ผู้ที่เคยมีประวัติการบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่นอนหลับผิดปกติ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาการนอนหลับเรื้อรัง อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตและโรคร่วมเรื้อรัง เช่น การไม่ออกกำลังกาย โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง สูบบุหรี่ และโรคหลอดเลือดสมอง

วินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างไรบ้าง?


โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่มีอาการคล้ายคลึงกับภาวะอื่น ๆ หลายชนิด เช่น เนื้องอกในสมองที่กดทับบริเวณกลีบขมับซึ่งอาจทำให้หลงลืมได้เช่นกัน การวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายด้านร่วมกัน โดยกระบวนการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ทั่วไปจะประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้


  • ซักประวัติและประเมินอาการเบื้องต้น แพทย์จะสอบถามข้อมูลจากผู้ป่วยและญาติใกล้ชิด เพื่อประเมินพฤติกรรม ความจำ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงแยกแยะว่ามีปัจจัยทางจิตใจหรือโรคทางกายอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายโรคอัลไซเมอร์หรือไม่
  • การทดสอบประเมินด้านความจำและการคิด ใช้แบบทดสอบมาตรฐาน เช่น Thai Mental State Examination (TMSE) และ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) เพื่อประเมินด้านความจำ การคิดคำนวณ ภาษา และทักษะเชิงพื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อแยกสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการสูญเสียความจำ เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ การขาดวิตามินบางชนิด หรือโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง
  • การตรวจทางพันธุกรรมและสารชีวภาพ ในบางกรณีอาจมีการตรวจ สารชีวภาพจากเลือดหรือน้ำไขสันหลัง หรือการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ได้แม่นยำมากขึ้น
  • การถ่ายภาพสมอง ใช้การตรวจ Magnetic Resonance Imaging (MRI) หรือ FDG Brain PET Scan เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างสมอง ตรวจดูการหดตัวของสมอง และช่วยแยกโรคอัลไซเมอร์ออกจากโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำ

การรักษาโรคอัลไซเมอร์ทำได้อย่างไรบ้าง


โรคอัลไซเมอร์ สาเหตุ

การรักษาอัลไซเมอร์จะเน้นการดูแลแบบผสมผสาน ทั้งการรักษาด้วยยาและการดูแลแบบไม่ใช้ยา เพื่อช่วยชะลออาการเสื่อมของสมอง ลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยแนวทางการรักษา มีดังนี้


การรักษาแบบไม่ใช้ยา


  • ฝึกสมองและพัฒนาความจำ ใช้กิจกรรมต่าง ๆ เช่น เกมฝึกความจำ การวาดภาพ การอ่านหนังสือ หรือการพูดคุยเรื่องราวในอดีต เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองและช่วยให้สมองยังคงมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
  • สนับสนุนการเคลื่อนไหวและกายภาพบำบัด การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น เดินเล่นในบ้าน จะช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกาย และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
  • ส่งเสริมการช่วยเหลือตัวเอง กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันที่ยังสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น การแต่งตัว การรับประทานอาหาร เพื่อรักษาความสามารถพื้นฐานให้นานที่สุด
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอนหลับให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพฟัน การได้ยิน และรักษาโรคประจำตัวอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจซ้ำเติมอาการ

การรักษาแบบใช้ยา


  • แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาช่วยชะลออาการสมองเสื่อม เพื่อรักษาระดับสารสื่อประสาทในสมองให้นานที่สุด เช่น ยากลุ่ม Cholinesterase Inhibitor และ NMDA Receptor Antagonist
  • ยาควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ ใช้สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกระวนกระวาย วิตกกังวล หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

วิธีดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์


การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ใช่แค่เรื่องการช่วยเหลือด้านร่างกายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเข้าใจในพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยด้วย โดยวิธีจะมีดังต่อไปนี้


  • เข้าใจผู้ป่วย ผู้ดูแลควรตระหนักว่าอารมณ์แปรปรวน ความก้าวร้าว หรือพฤติกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากโรคไม่ใช่เพราะผู้ป่วยมีเจตนาไม่ดี เพื่อช่วยลดความเครียดของผู้ดูแล
  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้นอารมณ์ลบ ควรสังเกตว่าปัจจัยใดทำให้ผู้ป่วยเกิดความไม่พอใจ หรือมีพฤติกรรมรุนแรง แล้วหลีกเลี่ยงหรือหาทางแก้ไข
  • จัดกิจวัตรประจำวันให้เป็นระเบียบ การทำสิ่งเดิม ๆ ในเวลาเดิมจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย ลดความสับสน
  • ให้กำลังใจและยอมรับในขีดจำกัดของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยทำสิ่งใดไม่ได้ ไม่ควรดุด่าหรือแสดงความผิดหวัง แต่ควรให้กำลังใจ และส่งเสริมให้ทำเท่าที่ทำได้
  • ผู้ดูแลต้องดูแลตัวเองด้วย ผู้ดูแลควรมีเวลาพักผ่อนและแบ่งเบาภาระ ด้วยการขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเครียดสะสม

อัลไซเมอร์ โรคที่ต้องใช้ความเข้าใจในการดูแล


โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย แต่ยังส่งผลต่อจิตใจและความรู้สึกของคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ดูแล การดูแลผู้ป่วยจึงต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการวางแผนที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และผู้ดูแลเองก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป


หากกำลังเผชิญกับการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการรักษาและการดูแลอย่างถูกต้อง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า ยินดีที่จะดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์ที่มีความพร้อม ให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอัลไซเมอร์


1. อัลไซเมอร์กับภาวะสมองเสื่อมเหมือนกันหรือไม่?


ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นคำเรียกรวมกลุ่มอาการที่เกี่ยวกับการเสื่อมถอยของสมอง ส่งผลต่อความจำ การคิด และการใช้เหตุผล ส่วนอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมซึ่งพบได้บ่อยที่สุด


2. วิธีการสื่อสารกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ต้องทำอย่างไร?


การสื่อสารกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ควรใช้ภาษาที่เรียบง่าย กระชับ และพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ควรพูดทีละเรื่อง ไม่ควรรีบร้อนหรือพูดซ้ำบ่อยจนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกดดัน ควรสบตาและใช้ภาษากายช่วยเสริม เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ ต้องมีความอดทนและเข้าใจว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจที่จะลืม หรือไม่เข้าใจ


3. อัลไซเมอร์รักษาให้หายขาดได้หรือไม่?


ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาที่มีในปัจจุบันเน้นไปที่การชะลอความเสื่อมของสมอง ควบคุมอาการ และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้นานที่สุด


References


Alzheimer's disease. (2024, July 04). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/alzheimers-disease/


Alzheimer’s Disease. (2025, February 19). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/9164-alzheimers-disease


Jaime Herndon, MS, MPH, MFA. (2024, October 9). Alzheimer's Disease: Symptoms, Treatment, and Diagnosis. Healthline. https://www.healthline.com/health/alzheimers-disease

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital