บทความสุขภาพ
Knowledge
นพ. พีรพงษ์ สวัสดิพงษ์

ความผิดปกติของสรีระร่างกายอย่างอาการขาโก่ง ถือเป็นปัญหากวนใจที่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในการใช้ชีวิต ทั้งยังอาจนำไปสู่อาการปวดเข่าเรื้อรังหากปล่อยทิ้งไว้นาน โดยปัญหาขาโก่ง สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กที่กระดูกกำลังเจริญเติบโตไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
หลายคนอาจสงสัยว่าลักษณะแบบไหนที่เรียกว่าขาโก่งเป็นยังไง หรือมีปัจจัยเสี่ยงมาจากสาเหตุใด และสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้คุณเข้าใจ และเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกต้อง
Key Takeaways

ขาโก่ง คือ ความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกเข่าและขา ที่ทำให้แนวการลงน้ำหนักของร่างกายเสียสมดุล ส่งผลให้เมื่อยืนเท้าชิดกันแต่หัวเข่ากลับไม่ชิดกัน หรือเกยกันจนผิดรูป ซึ่งลักษณะขาโก่งผิดรูปนี้ทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะของแนวกระดูกที่ปรากฏ ดังนี้
ขาโก่งแบบ O เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อย โดยทางการแพทย์เรียกว่า Genu Varum มีลักษณะเด่นคือเมื่อยืนเท้าชิดกันแล้ว ข้อเข่าจะไม่สามารถชิดกันได้ ทำให้แนวขาดูโค้งออกคล้ายตัวอักษร O ขาโก่งชนิดนี้อาจสัมพันธ์กับขาโก่งกรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกตามอายุ ซึ่งส่งผลต่อ Lower Limb Alignment และการกระจายน้ำหนักที่ข้อเข่า หากปล่อยให้ขาโก่งแบบนี้อาจพัฒนาไปสู่ขาโก่งผิดรูป ที่ส่งผลต่อการเดินและข้อเข่าในระยะยาว
สำหรับขาโก่งประเภทนี้มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Genu Valgum หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า "ขาฉิ่ง" มีลักษณะตรงข้ามกับแบบแรก กล่าวคือเมื่อพยายามยืนให้หัวเข่าทั้งสองข้างชิดกัน ข้อเท้าด้านล่างกลับแยกออกจากกันจนไม่สามารถนำมาชิดได้ รูปร่างของขาจึงดูหักเข้าหากันคล้ายกับตัวอักษร X ซึ่งผู้ที่มีลักษณะขาโก่งแบบนี้ แนวรับน้ำหนักของร่างกายจะถ่ายเทไปที่ข้อเข่าฝั่งด้านนอกมากกว่าปกติ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อมในอนาคต และอาจเสียการทรงตัวได้ง่าย
ขาโก่งเกิดจากสาเหตุใดได้บ้างนั้น ความจริงแล้วมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่าง ทั้งจากโครงสร้างร่างกายเดิม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยสามารถสรุปสาเหตุหลักของขาโก่งได้ดังนี้

โรคขาโก่งไม่ได้ทำให้เสียความมั่นใจในบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียว แต่ความผิดปกติของโครงสร้างนี้ยังอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบกระดูกและข้อทั่วร่างกาย ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามจุดต่าง ๆ ได้ดังนี้
ขาโก่งรักษาได้ไหม? แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับอายุและระดับความรุนแรงของอาการ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าขาโก่งในแต่ละรายควรได้รับการดูแลแบบใด โดยหลัก ๆ แล้วสามารถแบ่งแนวทางแก้ไขออกเป็น 3 วิธี ดังนี้
ขั้นตอนแรกและเป็นมาตรฐานของวิธีรักษาอาการขาโก่งที่ถูกต้อง คือการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโครงสร้างกระดูกอย่างละเอียด โดยแพทย์จะทำการเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูแนวกระดูก (Mechanical Axis) และวัดองศาความโค้งงอ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด หากมีอาการปวดร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดบวมในระยะเฉียบพลัน ก่อนพิจารณาการรักษาในลำดับต่อไป
สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงมาก หรือต้องการชะลอความเสื่อม การกายภาพถือเป็นตัวช่วยสำคัญ โดยนักกายภาพบำบัดจะใช้เครื่องมือทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่น อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) หรือเลเซอร์ (Laser) เพื่อลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ร่วมกับการสอนท่าบริหารเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) และกล้ามเนื้อรอบเข่าให้สามารถพยุงข้อต่อ และรับน้ำหนักแทนกระดูกขาที่โก่งได้ดียิ่งขึ้น
ในส่วนที่เป็นวิธีแก้ขาโก่งด้วยตัวเองเบื้องต้นเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง คือการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดทับที่ข้อเข่าด้านใน รวมถึงการเลือกใช้แผ่นรองในรองเท้า (Lateral Wedge Insoles) ที่ออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลการลงน้ำหนัก และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายเข่า เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งยอง ๆ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ขาโก่งผิดรูปมากขึ้น
ขาโก่งแก้ยังไง? อาจเป็นคำถามปลายเหตุที่หลายคนกังวล แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถลดความเสี่ยงและชะลอความรุนแรงของอาการได้ ซึ่งกลุ่มคนที่ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันขาโก่งเป็นพิเศษ ได้แก่
หากคุณกำลังกังวลกับปัญหาขาโก่งที่เกิดขึ้น หรือเริ่มมีอาการแทรกซ้อนอย่างปวดหลังร้าวลงขา จากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนขาโก่งผิดรูปรุนแรง ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เราพร้อมดูแลคุณโดยทีมแพทย์ที่จะคอยให้คำปรึกษา และวางแผนวิธีรักษาขาโก่งที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัดปรับแนวกระดูก ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยคืนความมั่นใจ แก้ไขปัญหาขาโก่งให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
วิธีรักษาขาโก่งด้วยการกายภาพ จะเน้นท่าบริหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขาด้านในและสะโพกให้แข็งแรง เช่น ท่าหนีบหมอนระหว่างหัวเข่า หรือท่าเขย่งเท้า เพื่อช่วยพยุงข้อต่อ และลดความรุนแรงของอาการขาโก่งให้โครงสร้างขามั่นคงขึ้น
การแก้ไขขาโก่งด้วยการผ่าตัดจะเป็นการจัดแนวกระดูกเพื่อปรับองศาการลงน้ำหนักให้กลับมาสมดุล ย้ายแรงกดจากจุดที่เสื่อมสภาพไปยังบริเวณที่ยังแข็งแรง ซึ่งช่วยแก้ไขสรีระขาโก่ง และยืดอายุการใช้งานของข้อเข่า
ควรเริ่มจากการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ดี เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของข้อเข่า และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายเข่าอย่างการนั่งพับเพียบ หรือขัดสมาธินาน ๆ รวมถึงหมั่นสังเกตสรีระขาของตนเองและคนในครอบครัวอยู่เสมอ
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (9)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital