บทความสุขภาพ

Knowledge

Whole Body DEXA Scan คืออะไร? ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายและมวลกระดูกได้ในครั้งเดียว

Whole Body DEXA Scan คืออะไร? ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายและมวลกระดูกได้ในครั้งเดียว

ปัจจุบันการดูแลสุขภาพไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการควบคุมน้ำหนัก แต่ยังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของร่างกาย เช่น ปริมาณไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยประเมินสุขภาพและวางแผนการดูแลร่างกายได้อย่างเหมาะสม


บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Whole Body DEXA Scan คืออะไร ตรวจอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการตรวจ


Whole Body DEXA Scan คืออะไร?


Whole Body DEXA Scan (Whole Body Dual-energy X-ray Absorptiometry) เป็นการตรวจร่างกายทั้งตัวด้วยเครื่อง DEXA Scan โดยใช้รังสีเอกซ์พลังงานต่ำ 2 ระดับ (Dual-energy X-ray) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) และมวลกระดูกทั้งร่างกาย ทำให้ทราบสัดส่วนของไขมัน กล้ามเนื้อ และมวลกระดูกได้ในครั้งเดียว


Whole Body DEXA Scan ตรวจอะไรได้บ้าง?


Whole Body DEXA Scan ตรวจอะไรได้บ้าง

การตรวจ Whole Body DEXA Scan สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายได้หลายด้านพร้อมกัน ได้แก่


  • ปริมาณแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Content : BMC)
  • เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage)
  • มวลไขมัน (Fat Mass)
  • มวลกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ไม่ใช่ไขมัน (Lean Mass)
  • ไขมันในช่องท้อง (Visceral Adipose Tissue : VAT)
  • การกระจายตัวของไขมันและกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของร่างกาย เช่น แขน ขา และลำตัว

Whole Body DEXA Scan เหมาะกับใครบ้าง?


การตรวจ Whole Body DEXA Scan ไม่ได้เหมาะเฉพาะผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการประเมินองค์ประกอบของร่างกาย เพื่อใช้วางแผนการรักษา ติดตามผลสุขภาพ และวางแผนการดูแลสุขภาพในระยะยาว โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้


1. ผู้ที่มีโรคหรือภาวะสุขภาพที่ต้องติดตามองค์ประกอบของร่างกาย (Clinical Indications)


การตรวจเหมาะสำหรับการวินิจฉัย ติดตามอาการ หรือประเมินความรุนแรงของโรคที่ส่งผลกระทบต่อกระดูก กล้ามเนื้อ และไขมันทั่วร่างกาย



ใช้ประเมินและติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลไขมัน (Fat Mass) โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวาน รวมทั้งใช้ติดตามว่าหลังการผ่าตัดมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากเกินไปหรือไม่


  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบ (Sarcopenia)

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินช้า หรือหกล้มบ่อย โดยใช้วัด Appendicular Lean Mass (ALM) หรือมวลกล้ามเนื้อบริเวณแขนและขา ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัยภาวะดังกล่าว


  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีผลต่อการดูดซึมสารอาหารและฮอร์โมน

เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD), โรคตับ, โรคเบาหวาน, หรือผู้ที่มีภาวะเบื่ออาหารจากการเจ็บป่วย (Cachexia) เพื่อดูภาวะทุพโภชนาการและการสูญเสียมวลร่างกายรวม


  • ผู้ป่วยโรคต่อมไร้ท่อ

เช่น ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง (Growth Hormone Deficiency) หรือ กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing's Syndrome)


  • ผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียงหรือขาดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน (Immobilization)

ใช้ประเมินอัตราการฝ่อของกล้ามเนื้อและกระดูกที่ลดลงจากการไม่ได้ใช้งาน (Disuse Atrophy)


  • ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส

ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะไขมันกระจายตัวผิดปกติ (Lipodystrophy) จากการใช้ยาต้านไวรัส โดยเฉพาะยา Stavudine (d4T) และ Zidovudine (AZT)


2. ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ วางแผนการออกกำลังกาย หรือพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย (Sports Medicine & Wellness Indications)


การตรวจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประเมินสมรรถภาพร่างกายหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แม้จะไม่ได้มีโรคร้ายแรง


  • นักกีฬาและผู้ที่ต้องการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย (Athletes & Sports Performance)

ใช้วิเคราะห์ความสมดุลของมวลกล้ามเนื้อและไขมันในแต่ละส่วนของร่างกาย (Segmental Analysis) เช่น เปรียบเทียบแขนซ้าย-ขวา หรือขาซ้าย-ขวา เพื่อประเมินความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ (Muscle Imbalance) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ


  • ผู้ที่อยู่ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อ (Weight Management)

ช่วยติดตามผลการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำหนักที่ลดลงเป็นไขมัน ไม่ใช่มวลกล้ามเนื้อ


  • ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพเชิงรุก (Health Screening)

เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทราบองค์ประกอบร่างกายที่แท้จริง เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับตนเอง


ข้อดีของการตรวจ Whole Body DEXA Scan


1. ประเมินองค์ประกอบของร่างกายได้อย่างแม่นยำ สามารถแยกมวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูกออกจากกันได้


2. ใช้รังสีในปริมาณต่ำ


3. เป็นการตรวจแบบไม่รุกราน (Non-invasive) ไม่เจ็บตัว


4. ตรวจได้ทั้งร่างกายในครั้งเดียว สามารถดูข้อมูลของร่างกายทั้งตัว รวมถึงแยกวิเคราะห์เป็นรายส่วน (Regional Analysis)


5. เหมาะสำหรับการติดตามผล โดยเฉพาะในกลุ่ม


    • ผู้ป่วยโรคอ้วน หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
    • นักกีฬา
    • ผู้สูงอายุ
    • ผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อลดลง (Sarcopenia)
    • ผู้ที่อยู่ในโปรแกรมโภชนาการหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ

6. ใช้เวลาตรวจประมาณ 10–20 นาที และไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี


ข้อจำกัดของการตรวจ Whole Body DEXA Scan


1. ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน แม้ว่าจะรายงานค่า Bone Mineral Density (BMD) ของทั้งร่างกาย โดยการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนยังคงอ้างอิงค่า BMD ของกระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Spine) สะโพก (Hip) หรือปลายแขน (Forearm) ตามแนวทางของ International Society for Clinical Densitometry (ISCD)


2. แม้สามารถวัดปริมาณมวลกล้ามเนื้อได้ แต่ไม่สามารถบอกความแข็งแรง สมรรถภาพ หรือคุณภาพของกล้ามเนื้อ จึงควรประเมินร่วมกับการทดสอบทางกายภาพ


3. เครื่องรองรับน้ำหนักผู้รับการตรวจได้สูงสุด 159 กิโลกรัม (Hologic Discovery Series)


4. ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคของอวัยวะภายใน เช่น โรคตับ โรคไต หรือโรคปอด เนื่องจากการตรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินองค์ประกอบของร่างกาย


5. หากตรวจ CT, MRI แบบฉีดสารทึบรังสี หรือการตรวจกลืนแป้ง (BaSO₄) อาจเกิดสัญญาณรบกวน ส่งผลให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อนได้


6. ในสตรีที่มีความเสี่ยงตั้งครรภ์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนการตรวจทุกครั้ง

7. ผู้ที่มีการผ่าตัดใส่เหล็กในร่างกายอาจทำให้ผลมีความคลาดเคลื่อนได้


การเตรียมตัวก่อนตรวจ Whole Body DEXA Scan


  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักภายใน 12–24 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  • งดรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  • ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร (Non-fasting) ยกเว้นในกรณีที่ต้องการเน้นตรวจมวลไขมัน/กล้ามเนื้อ (Body Composition) ให้แม่นยำที่สุด แนะน่าให้ควบคุมปริมาณน้ำและอาหารให้คงที่ก่อนตรวจ หรือตรวจในสภาวะท้องว่าง
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากกำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีการผ่าตัดใส่เหล็กในร่างกาย
  • หากเพิ่งได้รับการตรวจที่ใช้สารทึบรังสี เช่น CT ร่วมกับสารทึบรังสี หรือการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะอาจมีผลต่อการวิเคราะห์ในบางกรณี
  • เปลี่ยนเป็นชุดของโรงพยาบาล โดยถอดชุดชั้นในที่มีโลหะ หรืออุปกรณ์โลหะต่างๆออก
  • ระหว่างการตรวจควรนอนนิ่งเพื่อป้องกันภาพเบลอและลดความคลาดเคลื่อนของผลการตรวจ

สรุป


Whole Body DEXA Scan เป็นการตรวจที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับองค์ประกอบของร่างกาย ทั้งมวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูก โดยใช้รังสีในปริมาณต่ำมาก ใช้เวลาตรวจไม่นาน และเหมาะสำหรับการติดตามสุขภาพ การออกกำลังกาย และการประเมินภาวะโภชนาการ


อย่างไรก็ตาม การตรวจนี้ไม่ใช้แทนการตรวจ BMD มาตรฐานเพื่อวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน แต่เป็นการตรวจที่ช่วยเสริมข้อมูลด้านองค์ประกอบร่างกายและการวางแผน ดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




References


Department of Radiology, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University. (2015). Bone densitometry and DXA. https://sirirajradiology.com/wp-content/uploads/2019/10/ch1.pdf


International Society for Clinical Densitometry. (2023). Official Positions 2023. ISCD. https://iscd.org/official-positions-2023/


International Society for Clinical Densitometry. (2024). Official Positions. ISCD. https://iscd.org/learn/official-positions/


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital