บทความสุขภาพ

Knowledge

มึนหัว เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจและหาวิธีรักษา

นพ. จักรพงศ์ วงศ์แสงนาค

หลายคนคงเคยเกิดความรู้สึกมึนหัวอยู่บ่อย ๆ เหมือนศีรษะเบา สมองตื้อ ๆ จนทำให้ใช้ชีวิตไม่สะดวก ซึ่งในทางการแพทย์อาการมึนหัวไม่ได้เป็นโรค แต่เป็นสัญญาณเตือนที่อาจมาจากหลายปัจจัย หลายคนจึงมักสงสัยว่า ปวดหัวมึนหัวเกิดจากอะไรกันแน่ และอาการมึนหัว ตื้อๆ แก้ยังไงถึงจะดีขึ้น ในบทความนี้เรามีข้อมูลและแนวทางเบื้องต้นที่ควรรู้เกี่ยวกับอาการมึนหัวมาฝากกัน


Key Takeaways


  • อาการมึนหัวมีหลายประเภท คนสิบคนที่มีอาการมึนหัวเช่นเดียวกัน อาจเกิดจากสาเหตุที่ไม่เหมือนกันเลยก็ได้ การพยายามอธิบายความรู้สึกมึนหัวที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • สาเหตุของอาการมึนหัวเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะสมองล้า ภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
  • สัญญาณเตือนที่ควรรีบไปพบแพทย์ หากมีอาการมึนหัวร่วมกับอาการผิดปกติที่ร้ายแรง เช่น มือชา แน่นหน้าอก พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง กลืนลำบาก หรือคล้ายจะเป็นอัมพาต ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง
  • บทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้นพื้นฐาน หากมีความผิดปกติ หรือสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

มึนหัว (Dizziness) เป็นอย่างไร


อาการมึนหัวตื้อ ๆ

อาการมึนหัว (Dizziness) คือ อาการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนศีรษะไม่ปลอดโปร่ง มึนๆงงๆ หรือมีความรู้สึกหนักหัว หัวตื้อๆ โดยมักจะเกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ภาวะขาดน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด หรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่มีผลต่อสมอง


“มึนหัว” มีกี่ประเภท


เนื่องจากความรู้สึกเป็นสิ่งที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก บางครั้งอาจไม่มีคำใดๆ เลยที่จะสามารถอธิบายแทนอาการที่เกิดขึ้นได้ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีความพยายามในการจำแนกประเภทของอาการมึนหัวนี้ออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่


  1. อาการบ้านหมุน (Vertigo) ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าตัวเองหมุนหรือสิ่งรอบข้างกำลังหมุนอย่างชัดเจน อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย อาจสัมพันธ์กับการขยับหรือเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน อาการนี้หลับตาอาจดีขึ้นแต่จะยังรู้สึกอยู่
  2. ความรู้สึกหวิวๆ ลอยๆ (Lightheadedness) คล้ายเหมือนถูกตัดขาดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจรู้สึกวิ้งๆในหัว
  3. อาการคล้ายจะเป็นลม (Presycope) รู้สึกวูบ หน้ามืด มองเห็นไม่ชัด รู้สึกเบลอ อาจมีเหงื่อแตก ใจสั่น หรือใจเต้นแรงร่วมด้วย
  4. อาการทรงตัวลำบาก (Dysequilibrium) อาจรู้สึกโคลงเคลง คล้ายทรงตัวอยู่บนเรือที่มีคลื่นซัด หรือมีความรู้สึกคล้ายกำลังเกิดแผ่นดินไหว

การแยกประเภทของอาการมึนหัวจึงมีความสำคัญ เพราะแต่ละประเภทมีแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาที่แตกต่างกัน หากแยกไม่ออกอาจทำให้อาการเป็นมากขึ้น รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย แถมยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น คนหนึ่งคนอาจมีอาการมึนหัวหลายประเภททับซ้อนกันได้ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง


มึนหัว เกิดจากสาเหตุใดบ้าง


การมึนหัว อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือมีความรู้สึกเหมือนสมองไม่ปลอดโปร่งจนทำให้เสียสมาธิ อาจสะท้อนถึงความผิดปกติบางอย่างที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยที่มีอาการมึนหัวซ้ำ ๆ หรือ รู้สึกมึนหัวตลอดเวลา โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการมึนหัว ได้แก่


  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ : ในผู้ที่อดอาหารเป็นเวลานาน หรือผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว (Hypoglycemia) อาจทำให้เกิดอาการมึนหัวร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น มือสั่น เหงื่อออก และอ่อนเพลีย
  • ภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) : ภาวะนี้ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสมาธิสั้น คิดช้า สับสนง่าย และมักมาพร้อมความรู้สึกศีรษะตื้อ ๆ คล้ายมึนหัว โดยสัมพันธ์กับการพักผ่อนน้อย ความเครียดเรื้อรัง หรือโรคประจำตัวบางชนิด
  • ภาวะขาดน้ำ : ร่างกายที่ขาดน้ำจะทำให้ปริมาณเลือดลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำ และทำให้มีอาการมึนหัวได้ง่าย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนจัด หรือหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก
  • ความดันโลหิตต่ำ : เมื่อความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง (Orthostatic Hypotension) เช่น ลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป
  • ความเครียดและวิตกกังวล : ภาวะทางอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดอาการมึนศีรษะร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ใจสั่น หรือหายใจไม่อิ่ม
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : การอดนอน หรือการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและทำให้รู้สึกมึนศีรษะได้
  • ผลข้างเคียงจากยา : ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาต้านเศร้า หรือยาแก้แพ้ อาจส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และทำให้เกิดอาการมึนหัวได้
  • ภาวะโลหิตจาง : การมีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและมึนหัวเรื้อรัง

ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ เช่นโรคเส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ (Vestibular Neuritis) โรคหินปูนหลุดในหูชั้นใน (Benign Paroxysmal Positional Vertigo) โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) โรคลมชัก (Epilespy) ภาวะก้านสทองขาดเลือดชั่วคราว (Vertebrobasilar Insufficiency) โรคไมเกรน (Vestibular Migraine) เป็นต้น


วิธีบรรเทาอาการมึนหัวด้วยตัวเอง


อาการมึนหัวตาลายเกิดจากอะไร

เมื่อเกิดอาการมึนหัว บางครั้งสามารถบรรเทาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ยา สำหรับผู้ที่ต้องการแก้อาการมึนหัวในเบื้องต้น การปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองสามารถช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ โดยวิธีแก้อาการมึนหัว มีดังนี้


นั่งหรือนอนพักเพื่อลดอาการ


เมื่อมีอาการมึนหัว ให้ค่อยๆนั่งหรือนอนลง เพื่อให้ร่างกายได้พักและกลับมาทรงตัวได้ดีขึ้น หากเป็นไปได้ควรนอนราบลงบนเตียงในห้องที่เงียบและมืดสนิท เพื่อลดสิ่งกระตุ้นจากภายนอก และช่วยให้อาการทุเลาลงได้อย่างรวดเร็ว


หยุดทำกิจกรรมที่กระตุ้นอาการมึนหัว


หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวศีรษะอย่างรวดเร็ว เช่น การลุกขึ้นนั่งทันที การหันหน้าอย่างรวดเร็ว หรือการก้มเงยฉับพลัน หากจำเป็นต้องเคลื่อนไหว ให้ทำอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทรงตัวไม่มั่นคง


พักผ่อนให้เพียงพอและสม่ำเสมอ


การนอนหลับที่มีคุณภาพและเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะการอดนอนหรือนอนน้อยเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และนำไปสู่อาการมึนหัวได้ ดังนั้นควรเข้านอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงปัจจัยที่รบกวนการนอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่


หลีกเลี่ยงคาเฟอีน และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์


เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายขาดน้ำ และกระตุ้นให้เกิดอาการมึนศีรษะได้ง่ายขึ้น การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายคงความสมดุล และลดความเสี่ยงของการเกิดอาการได้


ดื่มน้ำให้มากเพียงพอเพื่อปรับสมดุลร่างกาย


ภาวะขาดน้ำเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการมึนศีรษะ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน จะช่วยรักษาสมดุลของปริมาณเลือดในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และช่วยบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน


อาการมึนหัวแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์?


รู้สึกมึนหัวตลอดเวลา

หากมีอาการมึนหัวร่วมกับสัญญาณผิดปกติบางอย่าง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที เพราะอาจบ่งบอกถึงภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษา โดยอาการมึนหัวที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่


  • มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรง มือชา พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมีอาการคล้ายอัมพาต
  • เจ็บหน้าอกหรือมีอาการแน่นหน้าอก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจหรือหลอดเลือดผิดปกติ
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือมีอาการที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • หมดสติ หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลมบ่อย ๆ
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว
  • มีไข้สูง หรือมีอาการคอแข็งร่วมด้วย
  • คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง จนไม่สามารถรับประทานอาหารได้
  • ไม่มีอาการร่วมอื่นๆ แต่อาการมึนหัวเป็นนาน ไม่หายสักที รบกวนชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาและการจ่ายยาจะขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นสาเหตุของอาการมึนหัว


มึนหัว ถ้าเป็นบ่อย คือสัญญาณบอกว่าร่างกายต้องการการดูแล


อาการมึนหัว เป็นสัญญาณจากร่างกายที่ควรได้รับการใส่ใจ การเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างอาการนี้กับอาการเวียนหัว รวมถึงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้เราดูแลตัวเองและบรรเทาอาการได้อย่างถูกต้อง


หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการมึนหัวที่รุนแรง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบมาปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่พร้อมดูแลรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมึนหัว


1. ขาดวิตามินอะไรทำให้มึนหัว?


หากร่างกายขาดวิตามินบี 12 จะเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการมึนหัว หรือมีอาการปวดหัวมึน ๆ ได้ เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสุขภาพของเม็ดเลือดแดง รวมไปถึงวิตามินที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือวิตามินดี เนื่องจากวิตามินดีเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของผลึกหินปูนในหูชั้นใน และความมั่นคงของระบบประสาท หากร่างกายขาดวิตามินดีอาจทำให้เกิดตะกอนหินปูนหลุดในหูชั้นใน เกิดอาการวิงเวียนบ้านหมุนตามมาได้


2. วิธีป้องกันอาการมึนหัว ทำอย่างไรได้บ้าง?


การป้องกันอาการมึนหัวสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและดูแลร่างกายให้สมดุล เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียด การทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นวิธีป้องกันอาการมึนหัวตื้อ ๆ ที่ง่ายและได้ผล ช่วยลดโอกาสเกิดอาการมึนหัวได้ในชีวิตประจำวัน


References


Timothy C. Hain, MD. (2023, March 31). Outline of Causes of Dizziness, Imbalance and Hearing Disorders. Dizziness and Balance. https://dizziness-and-balance.com/disorders/outline.htm


MedlinePlus. (n.d.). Dizziness and Vertigo. https://medlineplus.gov/dizzinessandvertigo.html


Muncie HL, Sirmans SM, James E. (2017). Dizziness: approach to evaluation and management. Am Fam Physician. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28145669/

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital