บทความสุขภาพ

Knowledge

ฝากไข่ครั้งแรก มีขั้นตอนอย่างไร รวมข้อมูลที่คนอยากมีลูกต้องรู้!

นพ. กฤตยะ กฤตย์ประชา

ฝากไข่ครั้งแรก มีขั้นตอนอย่างไร รวมข้อมูลที่คนอยากมีลูกต้องรู้!

เชื่อว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนใฝ่ฝันที่จะมีลูก มีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ในปัจจุบันที่ชีวิตความเป็นอยู่อาจจะยังไม่มั่นคง หรือยังไม่เจอกับคู่ครองที่ใช่ การอาศัยกระบวนการทางการแพทย์อย่างการฝากไข่สามารถช่วยสานฝันว่าที่คุณแม่ได้


โดยก่อนจะตัดสินใจฝากไข่ ว่าที่คุณแม่ควรทำความเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝากไข่เสียก่อนว่าจริง ๆ แล้วการฝากไข่ คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร หรือมีข้อมูลน่ารู้อะไรบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าการฝากไข่จะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย


Key Takeaways


  • การฝากไข่เป็นกระบวนทางการแพทย์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตร อาจด้วยเหตุผลส่วนตัว ความมั่นคงทางหน้าที่การงานหรือการเงิน รวมถึงผู้ที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่อาจกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต
  • การเก็บไข่ที่เหมาะสมควรทำตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อน 35 ปี เพื่อให้ได้จำนวนไข่ปริมาณเยอะและไข่มีความสมบูรณ์มากที่สุด
  • อัตราสำเร็จของการตั้งครรภ์จากการฝากไข่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้หญิง จำนวนไข่ คุณภาพไข่ รวมถึงสภาพร่างกายของผู้หญิง

การฝากไข่ คืออะไร?


Egg Freezing หรือ การฝากไข่ คือ กระบวนทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถเก็บรักษาเซลล์ไข่ของตัวเองไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมีบุตรในอนาคต โดยนำเซลล์ไข่ที่มีความสมบูรณ์ อาจเป็นไข่หนึ่งฟองหรือมากกว่านั้นออกจากรังไข่ แล้วนำไปแช่แข็งในอุณหภูมิติดลบกว่า 196 องศาเซลเซียส และเมื่อไหร่ที่ผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์ ไข่ที่อยู่ในกระบวนการฝากไข่ก่อนหน้านี้จะถูกนำออกมาละลาย ก่อนเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ต่อไป


การฝากไข่มีประโยชน์อย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?


การฝากไข่

เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้นหรือเข้าสู่วัยเลข 3 เซลล์ไข่จะมีปริมาณและคุณภาพที่ลดน้อยลง อาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากในอนาคตได้ การฝากไข่จึงถือเป็นกระบวนการทางแพทย์ที่มีประโยชน์ต่อการมีบุตรเป็นอย่างมาก อีกทั้งการฝากไข่ยังช่วยรักษาความสามารถในการมีบุตร ช่วยเลือกเวลาในการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมในอนาคต หรือแม้แต่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์จากการรักษาโรคร้ายแรงได้อีกด้วย


นอกเหนือไปจากกลุ่มผู้หญิงที่อายุมากขึ้นที่ต้องการฝากไข่เพื่อวางแผนมีบุตรในอนาคต การฝากไข่ยังเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีปัญหาเหล่านี้ด้วยเช่นกัน


  • ผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์ชีวิต เช่น อยู่ในช่วงวัยเรียน วัยทำงาน หรือรอสร้างความมั่นคงในชีวิตก่อน
  • ผู้ที่ต้องการมีบุตร แต่ยังไม่มีคู่ครอง ต้องการฝากไข่เพื่อวางแผนมีบุตรในอนาคตเมื่อพร้อม
  • ผู้ที่วางแผนมีบุตรด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI ในอนาคต
  • ผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ ที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต การฝากไข่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ได้
  • ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ เช่น เนื้องอกมดลูก หรือซีสต์รังไข่ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการดังกล่าว
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้รับเคมีบำบัดหรือฉายแสง ซึ่งส่งผลกระทบกับรังไข่

การฝากไข่จึงเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์สำหรับผู้หญิงในหลายสถานการณ์ ไม่เพียงแต่สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องคุณภาพของไข่เมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น ยังรวมถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรืออยู่ในช่วงเวลาที่ไม่พร้อมตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ด้วยการทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI อีกด้วย


หากสงสัยว่า ICSI คืออะไร หรือการทำเด็กหลอดแก้วมีขั้นตอนอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่


ก่อนฝากไข่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?


ขั้นตอนการฝากไข่

เชื่อว่าก่อนฝากไข่ผู้หญิงหลาย ๆ คนเป็นกังวลไม่น้อยเกี่ยวกับการเตรียมตัวฝากไข่ โดยเฉพาะการตัดสินใจฝากไข่ครั้งแรก โดยมีข้อปฏิบัติตัวหรือแนวทางในการเตรียมตัวก่อนฝากไข่ที่ต้องรู้ ดังนี้


  • เข้าพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการฝากไข่ว่ามีขั้นตอนในการทำ วิธีการเตรียมตัว เรียนรู้ข้อห้าม ข้อควรระวัง รับทราบถึงอัตราความสำเร็จ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการฝากไข่
  • เข้ารับการซักประวัติสุขภาพ การใช้ยารักษาโรค ตรวจเลือด ตรวจระดับฮอร์โมน ตลอดจนตรวจร่างกายเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ และความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ต่าง ๆ สำหรับเตรียมพร้อมต่อการฝากไข่
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในช่วงก่อนเข้ารับการฝากไข่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • เตรียมจิตใจให้พร้อม โดยทำจิตใจให้สงบ ไม่อยู่ในภาวะเครียดหรือวิตกกังวล
  • รับประทานอย่างเคร่งครัดตามที่แพทย์สั่ง หากแพทย์มีการจ่ายยา วิตามิน หรืออาหารเสริมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการฝากไข่

การฝากไข่ครั้งแรกมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?


ขั้นตอนการฝากไข่

เชื่อว่าหลายคนอาจจะคิดว่าการฝากไข่เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อน มีหลายขั้นตอน แต่จริง ๆ แล้วการฝากไข่มีเพียง 5 ขั้นตอนหลัก ๆ เท่านั้น


ตรวจเลือดและระดับฮอร์โมนในเลือด


ก่อนเข้าสู่กระบวนการฝากไข่ นอกจากการเข้าพบแพทย์เพื่อรับการซักประวัติสุขภาพหรือตรวจร่างกายแล้ว ว่าที่คุณแม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเลือดและระดับฮอร์โมนในเลือดร่วมด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการฝากไข่ในขั้นตอนต่อ ๆ ไป

การฉีดฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่


เมื่อผลการตรวจร่างกาย เลือด และระดับฮอร์โมนผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะวางแผนกระบวนการฝากไข่ในลำดับถัดไป คือ ให้ว่าที่คุณแม่เข้ารับการฉีดยากระตุ้นไข่ โดยประเมินปริมาณและชนิดตัวยาที่ใช้จากสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งการฉีดยากระตุ้นไข่นั้นจะใช้ระยะเวลาในการฉีดต่อเนื่อง 8-9 วัน และต้องเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามขนาด และจำนวนไข่ที่ได้เป็นระยะ ๆ ด้วย


การฉีดยากระตุ้นไข่ตก


หลังจากที่ได้รับการติดตามขนาดและจำนวนไข่ที่ได้แล้ว และพบว่าไข่เหล่านั้นมีขนาดและจำนวนที่เหมาะสม ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการฝากไข่ คือ การฉีดยาเพื่อกระตุ้นให้ไข่ตก หรือทำให้ไข่พร้อมมากที่สุดสำหรับการเก็บไข่


การเก็บไข่


เมื่อเข้ารับการฉีดยากระตุ้นไข่ตกแล้ว รอระยะเวลาประมาณ 36 ชั่วโมง เพื่อทำการเก็บไข่ โดยในกระบวนการนี้คนไข้จะถูกระงับความเจ็บปวดโดยการใช้ยาสลบ และแพทย์จะเริ่มทำการเก็บไข่โดยดูดเซลล์ไข่ออกมา ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาทีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


การแช่แข็งไข่


ไข่ที่ถูกเก็บออกมาจะได้รับการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว โดยถูกแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส และสามารถฝากไข่เอาไว้นานจนกว่าที่คนไข้จะพร้อมตั้งครรภ์ในอนาคต


การทำความเข้าใจขั้นตอนของการฝากไข่ว่าเป็นอย่างไรสามารถช่วยให้เตรียมตัวก่อนฝากไข่ได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้กระบวนการฝากไข่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการฝากไข่ ควรสอบถามแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลอย่างละเอียดอีกครั้ง


หลังฝากไข่มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร?


แม้ว่ากระบวนการฝากไข่จะเป็นหัตถการเล็กที่มีเพียงบาดแผลจากเข็มที่ถูกเจาะไปบริเวณรังไข่เท่านั้น แต่ภายในอาจมีเลือดออกที่ส่งผลให้คุณมีอาการปวดท้องเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก นอกจากนี้ว่าที่คุณแม่ที่เข้ารับการฝากไข่อาจเผชิญกับอาการหรือผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น


  1. อาการมึนศีรษะ คลื่นไส้จากผลข้างเคียงของการใช้ยาสลบขณะเก็บไข่ แนะนำนอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วจึงกลับบ้านไปพักผ่อนต่อได้
  2. อาการปวดท้องน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์
  3. มีโอกาสเกิดกลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) ได้แก่ ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ถ้าเป็นแล้วควรรีบพบแพทย์ เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

นอกเหนือไปจากอาการหรือผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังจากฝากไข่แล้ว การดูแลตัวเองหลังอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สามารถช่วยเร่งให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ และป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ หลังเข้ารับการฝากไข่ได้เป็นอย่างดี


  • ในวันที่มาฝากไข่ควรมีคนมาด้วย ไม่ควรขับรถหรือกลับบ้านเอง เนื่องจากร่างกายอาจมีอาการอ่อนเพลีย มึนศีรษะอยู่
  • หลังฝากไข่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่
  • งดการทำกิจกรรมออกแรงหนัก งดออกกำลังกาย หรือเดินมากเกินไปในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฝากไข่
  • งดการมีเพศสัมพันธ์ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฝากไข่
  • ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วหลังฝากไข่ และลดภาวะขาดน้ำ รวมถึงบรรเทาอาการบวมน้ำหลังฝากไข่
  • พบแพทย์ทันทีหากพบอาการผิดปกติใด ๆ หลังฝากไข่ เช่น ปวดท้องรุนแรง มีไข้ มีเลือดออกจากช่องคลอดมากผิดปกติ เพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม

อัตราสำเร็จของฝากไข่มีมากแค่ไหน?


อัตราสำเร็จของการฝากไข่

การฝากไข่เป็นกระบวนทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต โดยอัตราความสำเร็จของการฝากไข่เพื่อตั้งครรภ์นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น อายุของผู้หญิงขณะฝากไข่ ความสมบูรณ์และจำนวนไข่ที่ได้จากการฝากไข่ ดังนี้


  • ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์จากไข่ที่ฝากมากถึง 50-60%
  • ผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี อาจมีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์จากการฝากไข่ จะลดลงเหลือประมาณ 20-30% หรือน้อยกว่านั้น

เรียกได้ว่าไข่ที่ถูกเก็บตั้งแต่อายุน้อยมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์สูงกว่า ขณะเดียวหากมีจำนวนไข่มากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มอัตราสำเร็จในการตั้งครรภ์มากเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของไข่ และลักษณะทางกายภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ของแต่ละบุคคล ว่ามีความพร้อมต่อการตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน


การนำไข่ที่ฝากไว้มาใช้ ต้องทำอย่างไรบ้าง?


การฝากไข่เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญเพื่อนำไปใช้ในการตั้งครรภ์ผ่านกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ทั้งในรูปแบบ IVF และแบบ ICSI ซึ่งหากคุณตัดสินใจแล้วว่าพร้อมที่จะใช้ไข่ที่ฝากเอาไว้ แนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์ที่ดูแลเพื่อวางแผน และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ โดยขั้นตอนในการนำไข่ที่ฝากไข่ไว้มาใช้ มีดังนี้


  • ว่าที่คุณแม่เตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการรับการตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น ตรวจเลือด อัลตราซาวนด์
  • แพทย์นำไข่ที่ถูกฝากไข่ไว้ออกมาผ่านกระบวนการทำให้ละลายเพื่อให้พร้อมใช้งาน
  • แพทย์นำไข่ที่ละลายแล้วมาปฏิสนธิกับอสุจิ โดยเลือกใช้วิธีการฉีดสเปิร์มเข้ามาในไข่ หรือนำไปปฏิสนธิธรรมชาติในหลอดทดลอง
  • แพทย์จะเฝ้าดูพัฒนาการการเติบโตของตัวอ่อนเป็นระยะเวลา 5 วัน เพื่อประเมินคุณภาพของตัวอ่อน ว่าพร้อมสำหรับการปฏิสนธิแล้วหรือไม่
  • จากนั้นจะมีการนัดหมายพบแพทย์เพื่อดำเนินการใส่ตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การนำไข่ที่ฝากไข่ไว้มาปฏิสนธิและตั้งครรภ์นั้นมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทางกฎหมาย โดยฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจำเป็นต้องใช้ทะเบียนสมรสในการยืนยันความสัมพันธ์ จึงจะสามารถใช้ไข่ที่ฝากไว้ได้


ฝากไข่ ทางเลือกในการวางแผนมีลูกในอนาคต ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า


การฝากไข่เป็นกระบวนการในการเก็บเซลล์ไข่ไว้ในอุณหภูมิติดลบเพื่อคงสภาพไข่ให้สมบูรณ์เตรียมพร้อมต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต ซึ่งวิธีฝากไข่มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่อัตราสำเร็จในการตั้งครรภ์จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุของฝ่ายหญิง จำนวนไข่ และความสมบูรณ์ของไข่


สำหรับใครที่กำลังเตรียมวางแผนมีบุตรในอนาคตและสนใจฝากไข่ สามารถปรึกษาได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่นี่มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฝากไข่ พร้อมคอยดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ของว่าที่คุณแม่ในอนาคตให้สมบูรณ์ ปลอดภัยมากที่สุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากไข่


1. ฝากไข่ตอนไหนดี อายุเท่าไหร่ฝากไข่ได้?


อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการฝากไข่ โดยทั่วไปแนะนำเข้ารับการฝากไข่ก่อนอายุ 35 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพ และความพร้อมของแต่ละบุคคล


2. ฝากไข่เก็บได้กี่ปี นานไหม?


ปัจจุบันมีการศึกษาการพบว่า สามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปี โดยไม่ส่งผลกระทบกับการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม การฝากไข่นานเกินไป อาจลดคุณภาพและความสมบูรณ์ของไข่ได้


3. ฝากไข่เจ็บไหม?


ว่าที่คุณแม่ต้องทำการฉีดยากระตุ้นไข่ทุกวัน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้ ขณะที่ในขั้นตอนการเก็บไข่แพทย์จะมีการดมยาสลบเพื่อระงับความเจ็บปวด


References


Freezing eggs: Preserving fertility for the future. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/freezing-eggs-preserving-fertility-for-the-future


Ellis, R. R., & Durning, M. V. (2025, March 4). Egg freezing. WebMD. https://www.webmd.com/infertility-and-reproduction/egg-freezing


Egg freezing: A guide for modern women. (2025, July 16). Avisena Healthcare. https://womenandchildren.avisena.com.my/health-articles/egg-freezing-a-guide-for-modern-women/


What to know about freezing your eggs. (2023, July 6). Cleveland Clinic. https://health.clevelandclinic.org/freezing-your-eggs-the-pros-cons

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital