บทความสุขภาพ

Knowledge

เลือดออกทางช่องคลอด สัญญาณผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์

พญ. อรสา เหมะจันทร

เลือดออกทางช่องคลอด สัญญาณผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์

สำหรับผู้หญิงเรา การมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงเวลาหนึ่งของทุก ๆ เดือนถือเป็นภาวะปกติ หรือที่เรียกกันว่า ‘ประจำเดือน’ อย่างไรก็ตาม หากมีเลือดออกทางช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจำเดือน จะถือว่าเป็นความผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหรือโรคต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ การติดเชื้อ ไปจนถึงโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว ทั้งนี้จะรู้สาเหตุได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์


Key Takeaways


  • เลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติ ได้แก่ มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่ควรมีประจำเดือน เลือดประจำเดือนมามากผิดปกติ มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ออกจากช่องคลอด ปวดท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานมาก มีอาการซีด วิงเวียนศีรษะ ฯลฯ
  • มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติ เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ, การติดเชื้อ, โรคมะเร็ง หรือภาวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์
  • แนวทางการรักษาเลือดออกทางช่องคลอดขึ้นอยู่กับสาเหตุ ได้แก่ การใช้ยา, การขูดมดลูก หรือการผ่าตัดตามอาการและความรุนแรงของโรค

ไขข้อสงสัย เลือดออกทางช่องคลอดแบบไหนจึงถือว่าผิดปกติ?


เลือดออกทางช่องคลอด อาการ

หลายคนอาจสับสนระหว่างเลือดประจำเดือนกับเลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติ หากพบว่ามีเลือดออกช่องคลอดในลักษณะหรือมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ จะถือว่าเป็นความผิดปกติที่ควรรีบตรวจวินิจฉัย


  • มีเลือดออกจากช่องคลอดในเด็ก หรือวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ควรมีเลือดประจำเดือน
  • มีก้อนเลือดจำนวนมากหรือขนาดใหญ่ออกมาจากช่องคลอด
  • เลือดประจำเดือนมากผิดปกติ เช่น ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยมาก ๆ ต่อวัน หรือมีประจำเดือนยาวนานกว่า 7 วัน
  • ปวดอุ้งเชิงกราน หรือปวดท้องน้อยหน่วง ๆ ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดแบบเฉียบพลันหรือมีความรุนแรงมาก
  • เลือดออกทางช่องคลอดร่วมกับอาการซีด คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
  • มีตกขาวปนเลือด

เลือดออกทางช่องคลอด เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?


เลือดออกทางช่องคลอด สาเหตุ

มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด แต่ไม่ใช่ประจําเดือน อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้


  • ระดับฮอร์โมนผิดปกติ รวมถึงการใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน
  • การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ เช่น ปากมดลูกอักเสบ (Cervicitis), การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน, การติดเชื้อที่เยื่อบุโพรงมดลูก ฯลฯ
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม
  • ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Adenomyosis), เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids)
  • โรคระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคไทรอยด์ (Thyroid Diseases), ภาวะรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome : PCOS)
  • โรคมะเร็งระบบสืบพันธุ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ฯลฯ
  • ความผิดปกติจากระบบอื่น ๆ เช่น โรคไต โรคตับ โรคที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ฯลฯ
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
  • สาเหตุอื่น ๆ เช่น บาดแผลในช่องคลอด ผลข้างเคียงจากยา ความเครียด

เลือดออกทางช่องคลอดสามารถวินิจฉัยได้อย่างไร?


กรณีที่มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน อันดับแรกแพทย์จะซักถามอาการลักษณะของเลือดที่ไหลออกจากช่องคลอดว่าเป็นอย่างไร เพื่อคัดกรองโรคในเบื้องต้น หากพบว่าเลือดออกทางช่องคลอดเป็นสัญญาณความผิดปกติ ก็จะมีการส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเป็นลำดับต่อไป ดังนี้


  • การตรวจเลือดเพื่อดูลักษณะเม็ดเลือด ระดับฮอร์โมนในเลือด การทำงานของไตหรือตับ
  • การตรวจการตั้งครรภ์ และความผิดปกติจากการตั้งครรภ์
  • การตรวจภายในเพื่อดูความผิดปกติภายในช่องคลอด
  • การอัลตราซาวนด์ หรือการส่องกล้องโพรงมดลูก เพื่อค้นหาความผิดปกติภายในมดลูก
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

แนวทางการรักษาภาวะเลือดออกทางช่องคลอด


การรักษาภาวะเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติจะขึ้นอยู่กับอาการ สาเหตุ และระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งแนวทางการรักษามีดังนี้


  • การรักษาด้วยยา เช่น การใช้ยาฮอร์โมนเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน, การใช้ยาปฏิชีวนะกรณีเลือดออกทางช่องคลอดจากการติดเชื้อ, การให้ยาบำรุงเลือดกรณีที่มีภาวะเลือดจาง, การใช้ยาแก้ปวดกรณีมีอาการปวดร่วมด้วย เป็นต้น
  • การขูดมดลูก (Dilation and Curettage : D&C) เพื่อรักษาอาการเลือดไหลในช่องคลอดไม่ว่าจะเป็นกรณีแท้งบุตร การตกเลือดหลังคลอด การมีเลือดไหลจากช่องคลอดมากเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถขูดมดลูกเพื่อนำไปตรวจหาสาเหตุโรคทางนรีเวช หรือภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน
  • การผ่าตัดมดลูก สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) ซึ่งจะตัดเฉพาะส่วนที่เกิดปัญหาออก หรือการผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมด (Hysterectomy) ที่สามารถลดปัญหาการเกิดโรคซ้ำ แต่ผู้ป่วยจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก

เลือดออกทางช่องคลอด อย่าปล่อยไว้ รีบตรวจวินิจฉัยเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม


เลือดออกทางช่องคลอดในช่วงประจำเดือนถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นทุกเดือนสำหรับผู้หญิง แต่หากเกิดเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ประจำเดือน หรือมีประจำเดือนที่มาไม่ปกติ เช่น มีเลือดออกมากผิดปกติหรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น ปวดท้องรุนแรงหรือมีอาการซีด ควรระวังว่าอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างทันท่วงที


มีเลือดออกจากช่องคลอดแบบผิดปกติ อย่าปล่อยไว้ ที่ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางนรีเวชโดยแพทย์เฉพาะทาง ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน ช่วยให้การตรวจและการรักษามีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีขึ้นในเร็ววัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเลือดออกทางช่องคลอด


อาการเลือดออกทางช่องคลอดสามารถบ่งชี้โรคอะไรได้บ้าง?


เลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือนอาจบ่งชี้ถึงหลายโรค เช่น โรคติดเชื้อ, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์, โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ไปจนถึงความผิดปกติจากระบบอื่น ๆ อย่าง โรคไต หรือโรคตับ

ทำไมความเครียดถึงทำให้เกิดอาการเลือดออกทางช่องคลอด?


เพราะความเครียดอาจทำให้ระดับฮอร์โมนผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนได้


References


Vaginal Bleeding. (2022, October 9). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/17899-vaginal-bleeding


Jeanmonod R, Skelly CL, Jenkins SM, et al. Vaginal Bleeding. [Updated 2023 Nov 13]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK470230/


WebMD Editorial Contributors. (2023, May 15). Spotting Between Periods. WebMD. https://www.webmd.com/women/spotting-between-periods

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital