บทความสุขภาพ

Knowledge

HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

นพ. ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ

HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักเคยเห็นคำว่า HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ในผลเลือด เวลาไปตรวจสุขภาพ แต่กลับไม่เข้าใจว่าค่าตัวเลขเหล่านี้กำลัง “บอกอะไร” เกี่ยวกับสุขภาพของเรา


บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่า HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ต่างกันอย่างไร ค่าปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่ และควรปรับพฤติกรรมอย่างไรเพื่อควบคุมไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันโรคในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ


ไขมันในเลือดแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไป ไขมันในเลือดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ คอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ซึ่งล้วนเป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย หากมีระดับไขมันในเลือดสูงเกินกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง การขาดการออกกำลังกาย หรือปัจจัยทางพันธุกรรม อาจทำให้ไขมันสะสมตามผนังหลอดเลือด จนนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดส่วนปลายได้


คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์มีความแตกต่างกัน โดยคอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่ร่างกายสร้างได้เองจากตับ และได้รับจากอาหารบางชนิด มีหน้าที่สำคัญในการสร้างฮอร์โมน วิตามินดี และเยื่อหุ้มเซลล์ โดยแบ่งออกเป็น HDL หรือ “ไขมันดี” ที่ช่วยนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปกำจัดที่ตับ และ LDL หรือ “ไขมันเลว” ซึ่งหากมีมากเกินไปอาจสะสมตามผนังหลอดเลือดได้


ส่วนไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่ร่างกายใช้สะสมพลังงาน มักเกิดจากการได้รับพลังงานเกินความต้องการ โดยเฉพาะจากอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน หรือแอลกอฮอล์ หากมีระดับสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน


คอเลสเตอรอล (Cholesterol)


hdl-ldl-information.webp

ไขมันกลุ่มคอเลสเตอรอล แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้


1. HDL (High-Density Lipoprotein)

HDL (High-Density Lipoprotein) หรือ ไขมันดี มีหน้าที่ช่วยนำไขมันส่วนเกินจากหลอดเลือดกลับไปกำจัดที่ตับ จึงช่วยลดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด


ระดับ HDL ที่เหมาะสม


  • ผู้ชาย: มากกว่า 40 mg/dL
  • ผู้หญิง: มากกว่า 50 mg/dL
  • ระดับที่ดีมาก: 60 mg/dL ขึ้นไป

หากค่า HDL ต่ำ เสี่ยงต่อ


  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดตีบ
  • โรคหลอดเลือดสมอง

2. LDL (Low-Density Lipoprotein)

LDL (Low-Density Lipoprotein) หรือ ไขมันไม่ดี เป็นไขมันที่สามารถสะสมตามผนังหลอดเลือด หากมีมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ตีบตัน และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ


ระดับ LDL ที่เหมาะสม


  • ปกติ: น้อยกว่า 100-130 mg/dL ขึ้นกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
  • ค่อนข้างสูง: 130–159 mg/dL
  • สูง: 160 mg/dL ขึ้นไป
  • สูงอันตราย: 190 mg/dL ขึ้นไป

หากค่า LDL สูง เสี่ยงต่อ


  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • อัมพฤกษ์ อัมพาต

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) คือ ไขมันที่ร่างกายได้รับจากอาหารโดยตรง และสามารถสร้างขึ้นได้เองเมื่อมีการบริโภคพลังงาน โดยเฉพาะจากคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนรูปเป็นไตรกลีเซอไรด์ และถูกเก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย


ค่าไตรกลีเซอไรด์ปกติ


  • ปกติ: ต่ำกว่า 150 mg/dL
  • สูง: มากกว่า 150 mg/dL

หากค่าไตรกลีเซอไรด์สูง เสี่ยงต่อ


  • โรคหัวใจ
  • ไขมันพอกตับ
  • ตับอ่อนอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้ระดับ HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ ผิดปกติ


  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ หรืออาหารหวานและคาร์โบไฮเดรตสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ไม่ดี
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูง
  • สัมพันธ์กับโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไทรอยด์
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ

หากระดับ HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ มีอาการหรือไม่?

ภาวะไขมันในเลือดสูงมักถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เนื่องจากในระยะเริ่มต้นแทบไม่แสดงอาการผิดปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักทราบจากการตรวจเลือดเท่านั้น ซึ่งหากปล่อยให้ระดับไขมันสูงต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เริ่มแสดงอาการได้


ในระยะยาว การมีระดับคอเลสเตอรอลสูงต่อเนื่องจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันของหลอดเลือด และก่อให้เกิดอาการตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณขา


วิธีการดูแลระดับ HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ


1. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

ลดอาหารทอด ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาล พร้อมเพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด


2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) และลดไขมันไม่ดี (LDL)


3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

โดยเฉพาะการลดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด


4. งดสูบบุหรี่

การเลิกสูบบุหรี่ช่วยเพิ่มระดับ HDL และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด


5. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การตรวจระดับไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้สามารถติดตามความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที


ใครบ้างที่ควรตรวจระดับไขมันในเลือด?


  • ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

การเตรียมตัวก่อนตรวจระดับไขมันในเลือด


  • งดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ (สามารถจิบน้ำเปล่าได้ตามปกติ)
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวันตรวจ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • แจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ หากมีการใช้ยาประจำหรืออาหารเสริมบางชนิด

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลตรวจสะท้อนระดับไขมันในเลือดได้อย่างถูกต้อง และนำไปสู่การวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สรุป

HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแต่ละค่ามีความหมายแตกต่างกัน


  • HDL (ไขมันดี): ยิ่งสูง ยิ่งช่วยปกป้องหลอดเลือด
  • LDL (ไขมันไม่ดี): ยิ่งต่ำ ยิ่งลดโอกาสเกิดการอุดตันของหลอดเลือด
  • ไตรกลีเซอไรด์: ควรควบคุมไม่ให้สูงเกินเกณฑ์

การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคร้ายแรง และดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาว



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันในเลือด HDL / LDL / ไตรกลีเซอไรด์


1. ทำไม HDL ยิ่งสูงยิ่งดี?

HDL หรือไขมันดี มีหน้าที่ช่วยขนส่งไขมันส่วนเกินออกจากหลอดเลือดกลับไปกำจัดที่ตับ จึงช่วยลดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด


2. ควรตรวจไขมันในเลือดบ่อยแค่ไหน?

แนะนำให้ตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับคนทั่วไป และควรตรวจถี่ขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ


3. ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ไขมันในเลือดดีขึ้น?

สามารถเริ่มได้จากการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดไขมันอิ่มตัวและน้ำตาล ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อควบคุมระดับไขมันในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (7)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital