บทความสุขภาพ

Knowledge

เจ็บหน้าอก เสี่ยงโรคอันตรายอะไร? สาเหตุ และอาการเตือนผิดปกติ

เจ็บหน้าอก เสี่ยงโรคอันตรายอะไร? สาเหตุ และอาการเตือนผิดปกติ

อาการเจ็บหน้าอก (Chest Pain) เป็นอาการที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน เพราะอาการเจ็บหน้าอกอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ หากคุณเริ่มรู้สึกเจ็บหน้าอกแปล๊บ ๆ หรือมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่มร่วมด้วย สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด


เพราะสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่สะสมมานาน การรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคหัวใจ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของชีวิต


Key Takeaways


  • อาการเจ็บหน้าอกมีสาเหตุหลากหลาย ทั้งจากโรคหัวใจ กรดไหลย้อน หรือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่หากเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขนหรือกราม ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันภาวะหัวใจวาย
  • การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น EKG หรือ CT Scan ช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ ทำให้ได้รับการรักษาโดยแพทย์อย่างถูกต้องและทันเวลา
  • การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก ตั้งแต่การใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัด พร้อมเน้นการดูแลตัวเองและทานอาหารบำรุงหัวใจ เพื่อลดโอกาสกลับมาเกิดซ้ำ

อาการเจ็บหน้าอก คืออะไร?


อาการเจ็บหน้าอกคืออะไรและเกิดจากอะไร เป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจก่อน อาการเจ็บหน้าอก (Chest Pain) คือความรู้สึกไม่สบายบริเวณทรวงอกที่แสดงออกได้หลายลักษณะ ตั้งแต่รู้สึกอึดอัด แน่นเหมือนมีของหนักมาทับ ปวดบีบรัด ไปจนถึงปวดแสบร้อน ความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและสาเหตุของโรค


ตำแหน่งที่เกิดอาการเจ็บหน้าอกสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติเบื้องต้นได้ โดยมักพบอาการเจ็บหน้าอกตรงกลางบริเวณกระดูกสันอก (Sternum) ซึ่งอาจร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ หรือในบางกรณีอาจรู้สึกเจ็บหน้าอก 2 ข้าง ลามไปถึงแขน ไหล่ คอ ขากรรไกร หรือแผ่นหลัง นอกจากนี้ อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการทางร่างกายอื่น ๆ เช่น หายใจลำบาก (Dyspnea) เหงื่อออกมากผิดปกติ (Diaphoresis) คลื่นไส้ หรือวิงเวียนศีรษะ ซึ่งหากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์คอยดูแล และวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง


เจ็บหน้าอก รู้ทันสาเหตุของอาการผิดปกติ


เจ็บหน้าอก เกิดจากอะไร

อาการเจ็บหน้าอก เกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของอวัยวะภายในช่องอกหลายระบบ ไม่ได้จำกัดเพียงแค่โรคหัวใจเท่านั้น เราได้รวบรวมสาเหตุหลักของอาการเจ็บหน้าอกมาแล้วดังนี้


สาเหตุที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด


โรคหัวใจและหลอดเลือด ถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเจ็บหน้าอกที่มีความรุนแรงและอันตรายสูง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) ที่ส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Infarction) ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักทับ หากอาการรุนแรงอาจพัฒนาไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction) ซึ่งมักจะทำให้เหงื่อออก คลื่นไส้ ใจสั่น มีอาการเจ็บหน้าอกแน่นรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ทันที


นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสยังอาจก่อให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) ซึ่งทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกแปล๊บ ๆ เวลาหายใจเข้าหรือไอได้เช่นกัน


สาเหตุที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร


ความผิดปกติในระบบย่อยอาหารมักทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นโรคหัวใจได้ง่าย โดยเฉพาะเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD) ซึ่งเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร รวมถึงแผลในกระเพาะอาหารที่สามารถทำให้รู้สึกแสบร้อนกลางอก (Heartburn) ได้ หรือมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกบริเวณลิ้นปี่คล้ายอาหารไม่ย่อย


นอกจากนี้ ปัญหาอื่น ๆ เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) หรือตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) ก็สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกที่ร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ ได้


สาเหตุที่เกี่ยวกับปอด


โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก โดยมักมีลักษณะเฉพาะคือ เจ็บหน้าอก หายใจแล้วเจ็บ หรือ ไอแล้วเจ็บหน้าอกมากขึ้น สาเหตุอาจเกิดจากปอดอักเสบติดเชื้อ (Pneumonia) เยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleuritis) ที่ทำให้รู้สึกเสียดบริเวณชายโครงเวลาหายใจเข้าลึก ๆ หรือภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax) รวมถึงโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบอย่างรุนแรง และเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ควรต้องพบแพทย์ทันที


สาเหตุที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก


การบาดเจ็บของโครงสร้างผนังทรวงอก เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ออกกำลังกายหนัก หรือมีประวัติการกระแทก โดยมักเกิดจากกล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบ หรือกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ ซึ่งทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อมีการขยับตัว เอี้ยวตัว หรือเมื่อกดสัมผัสบริเวณจุดกดเจ็บ (Tenderness)


อาการปวดจากสาเหตุนี้มักสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างชัดเจน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตเหมือนโรคหัวใจ แต่หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้


สาเหตุที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพจิตใจ


ความเครียดสะสมและความวิตกกังวล โดยเฉพาะโรคตื่นตระหนก (Panic Disorder) สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ โดยอาจรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม มือสั่น และใจสั่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อภาวะอารมณ์ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะภายใน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ควรให้แพทย์คอยดูแล เพื่อแยกโรคให้ชัดเจน


อาการเจ็บหน้าอกที่ควรระวัง


Alt : เจ็บหน้าอก อาการ

Image Name : chest-pain-symptoms


  • เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนถูกกดทับ บีบ หรือรัด
  • เจ็บร้าวไปถึงแขน คอ กราม หลัง หรือท้องบน
  • เหงื่อแตก ใจสั่น คลื่นไส้ หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอกนานเกิน 15 นาที ไม่ดีขึ้นแม้นั่งพักแล้ว
  • อาการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้นกะทันหันและรุนแรง

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจบ่งบอกถึงภาวะหัวใจหรือโรคร้ายแรง


เจ็บหน้าอก การวินิจฉัยก่อนรักษา


เมื่อคุณมีอาการเจ็บหน้าอก การเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แน่ชัดเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยแพทย์จะเลือกวิธีตรวจทางเครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสมกับอาการและความเสี่ยงของคุณ ดังนี้


ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG)


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : EKG/ECG) เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก เพื่อตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจ และความสมบูรณ์ของระบบไฟฟ้าในหัวใจ กราฟไฟฟ้าที่แสดงออกมาจะช่วยบ่งชี้ได้ว่าอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่ เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง


การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก


การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของขนาดหัวใจ เงาของปอด และกระดูกซี่โครงได้ชัดเจน หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับรู้สึกเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า การตรวจด้วยวิธีนี้จะช่วยแยกโรคทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือลมรั่วในปอด (Pneumothorax) ออกจากโรคหัวใจได้ รวมถึงช่วยประเมินว่ามีภาวะหัวใจโต หรือน้ำท่วมปอดหรือไม่


การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)


ในกรณีที่การตรวจเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน หรือผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก รุนแรงแบบเฉียบพลัน ร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก แพทย์อาจพิจารณาตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography : CT Scan) ซึ่งมีความละเอียดสูง วิธีนี้ช่วยวินิจฉัยโรคที่อันตรายถึงชีวิตได้แม่นยำ เช่น ลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดปอด (Pulmonary Embolism) หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic Dissection) ช่วยให้อาการเจ็บหน้าอกได้รับการรักษาโดยแพทย์ได้อย่างตรงจุด


เจ็บหน้าอกมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง


แนวทางการรักษาอาการเจ็บหน้าอกขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัยของแพทย์ โดยแบ่งออกเป็น 3 แนวทางตามความรุนแรงของโรค เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ


  • การรับประทานยา
    แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาตามสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น การให้ยาลดกรดในผู้ป่วยกรดไหลย้อน หรือการให้ยาอมใต้ลิ้นและยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจ สำหรับกรณีปอดอักเสบจะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อ ส่วนกล้ามเนื้ออักเสบจะเน้นการใช้ยาแก้ปวดควบคู่กับการพักผ่อน และหากสาเหตุมาจากโรคแพนิค แพทย์จะดูแลด้วยการทำจิตบำบัด ร่วมกับการใช้ยาตามความเหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกให้ทุเลาลง
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
    การดูแลตนเองช่วยป้องกันไม่ให้อาการเจ็บหน้าอกกำเริบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อน โดยควรเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และเลือกรับประทานอาหารบำรุงหัวใจ เช่น ปลาทะเล ผักผลไม้ และธัญพืช เพื่อช่วยลดระดับไขมันในเลือด และเสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวใจในระยะยาว
  • การทำหัตถการและการผ่าตัด
    หากพบความผิดปกติที่รุนแรงจากโรคหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แพทย์อาจทำการสวนหัวใจขยายหลอดเลือด (PCI) หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (CABG) ส่วนในกรณีที่มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับอาการเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าจากภาวะปอด แพทย์จะเลือกวิธีระบายลมหรือน้ำในช่องอกตามความเหมาะสม

การป้องกันอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจ


  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมันอิ่มตัวและเกลือ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

รักษาอาการเจ็บหน้าอกอย่างตรงจุด ที่สถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า


อาการเจ็บหน้าอกไม่ใช่อาการที่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่างกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจวาย หากคุณเริ่มรู้สึกเจ็บหน้าอกบ่อยครั้ง หรือมีอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรงขึ้น การรีบเข้ามาปรึกษาและรักษาโดยแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด


ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เราพร้อมดูแลทุกปัญหาอาการเจ็บหน้าอกของคุณที่สถาบันหัวใจและหลอดเลือด ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน เพื่อให้คุณกลับมามีหัวใจที่แข็งแรง และใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บหน้าอกอีกต่อไป


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเจ็บหน้าอก


1. เจ็บหน้าอกข้างซ้ายเกิดจากอะไร?


เจ็บหน้าอกข้างซ้ายอาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือกรดไหลย้อน ไม่ใช่แค่โรคหัวใจเสมอไป แต่หากมี อาการเจ็บหน้าอกร้าวไปยังแขนหรือกราม ควรรีบให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยทันที


2. เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึก ๆ เป็นอะไร?


หากคุณรู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจเข้าแล้วเจ็บ อาจมีสาเหตุจากเยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหน้าอกบาดเจ็บ ซึ่งทำให้อาการเจ็บหน้าอกชัดเจนขึ้นเมื่อปอดขยายตัว


3. เจ็บหน้าอกร่วมกับปวดหลังเป็นอะไร?


อาการเจ็บหน้าอกแล้วปวดหลัง อาจเกิดจากโรคกระดูกสันหลังหรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรง และต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์


4. เจ็บหน้าอกเสี่ยงเป็นโรคหัวใจไหม?


อาการเจ็บหน้าอก เป็นสัญญาณเตือนหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้ จึงไม่ควรละเลยอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้น


References


American Heart Association. (2025, January 30). Angina (Chest Pain). https://www.heart.org/en/health-topics/heart-attack/angina-chest-pain


Thomas S. Metkus. (2024, August 5). Chest pain. MedlinePlus. https://medlineplus.gov/ency/article/003079.htm


Annie Stuart, Alyson Powell Key. (2024, June 06). What's Causing My Chest Pain?. WebMD. https://www.webmd.com/pain-management/whats-causing-my-chest-pain

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital