บทความสุขภาพ

Knowledge

รู้ทัน! หัวใจตีบเรื้อรัง อันตรายจากโรคหลอดเลือดที่คุณต้องระวัง

นพ. ณัฐพล เก้าเอี้ยน

หัวใจตีบเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในรูปแบบต่าง ๆ เป็นภาวะที่พบบ่อยขึ้นอย่างน่ากังวลในปัจจุบัน และเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจวายได้เลยทีเดียว หลายท่านอาจเคยมีอาการเจ็บหัวใจ หรือเจ็บแน่นหน้าอก ทำให้เกิดความกังวลและรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเส้นเลือดหัวใจตีบว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจหรือไม่


บทความนี้ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก นพ.ณัฐพล เก้าเอี้ยน อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ ประจำสถาบันหัวใจและหลอดเลือดพระรามเก้า ซึ่งจะมาอธิบายอย่างละเอียดว่าอาการเจ็บหน้าอกแบบไหนที่น่าสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ และวิธีการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำมีอะไรบ้าง


Key Takeaways


  • หัวใจตีบเรื้อรัง คือ ภาวะที่เกิดการตีบแคบลงของหลอดเลือดหัวใจอย่างช้า ๆ จากคราบหินปูนหรือไขมัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ
  • อาการของหัวใจตีบเรื้อรัง ได้แก่ อาการเจ็บหัวใจ, เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ, เจ็บร้าวไปกรามหรือแขนซ้าย และมีอาการกำเริบเมื่อเหนื่อยง่ายหรือเมื่อต้องออกแรงหนัก ๆ
  • ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดหัวใจตีบเรื้อรังได้เร็วขึ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง รวมถึงการสูบบุหรี่ และการเป็นโรคอ้วน
  • สามารถตรวจวินิจฉัยหัวใจตีบเรื้อรังได้ด้วยการตรวจ EKG และเดินสายพาน (EST) แต่การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) คือวิธีมาตรฐานที่บอกความตีบตันได้ชัดเจนมากกว่า

หัวใจตีบเรื้อรัง คืออะไร?


หัวใจตีบเรื้อรัง (Chronic Coronary Syndrome หรือ Stable Angina) คือภาวะที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Coronary Arteries) ค่อย ๆ ตีบแคบลงอย่างช้า ๆ และต่อเนื่องเป็นเวลานาน เมื่อเส้นเลือดตีบถึงระดับหนึ่ง กล้ามเนื้อหัวใจจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในขณะที่หัวใจต้องการเลือดเพิ่ม ซึ่งภาวะนี้ต้องได้รับการตรวจหัวใจและหลอดเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม


อาการเจ็บหน้าอกที่ผู้ป่วยมักมาปรึกษาแพทย์โรคหัวใจมีอะไรบ้าง?


อาการเจ็บหัวใจ

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเข้ามารับคำปรึกษาด้วยคำถามว่า “มีอาการเจ็บหัวใจ หรือเจ็บหน้าอกแบบนี้ เป็นสัญญาณของโรคหัวใจหรือไม่?” ในความเป็นจริงอาการเจ็บหัวใจที่ผู้ป่วยประสบนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจตีบเรื้อรัง หรืออาจเป็นอาการที่เกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจโดยตรง อาการเจ็บหน้าอกที่พบบ่อยและควรให้ความสำคัญ มีดังนี้


  • เจ็บหัวใจ แน่นหน้าอก อึดอัด รู้สึกเหมือนมีของหนักทับบริเวณกลางหน้าอก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของอาการเจ็บหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • เจ็บหัวใจเมื่อออกแรงหรือเครียด อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้นเมื่อมีการออกกำลังกาย เดินเร็ว หรือเผชิญความเครียดทางอารมณ์
  • เจ็บร้าวไปส่วนอื่น อาการเจ็บหัวใจที่ร้าวไปที่แขนซ้าย กราม คอ หรือหลัง
  • เจ็บแบบแปล๊บ ๆ หรือเจ็บเสียดหัวใจ อาการเจ็บที่มักจะเกิดเพียงชั่วขณะ มักไม่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจโดยตรง แต่สร้างความกังวลให้ผู้ป่วยมาก
  • มีอาการวูบร่วมด้วย อาการเจ็บหน้าอกที่มาพร้อมกับอาการใจสั่น เวียนศีรษะ หรืออาการวูบหมดสติ อาจเป็นสัญญาณอันตรายของหัวใจตีบเรื้อรัง
  • อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการเหนื่อยง่าย ร่วมกับการเจ็บหัวใจ หรือเจ็บแน่นเป็นพัก ๆ

สาเหตุของหัวใจตีบเรื้อรัง เกิดจากอะไรบ้าง?


สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหัวใจตีบเรื้อรัง คือกระบวนการเสื่อมและอักเสบภายในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นในร่างกายเอง ได้แก่


  • ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) โดยเริ่มต้นจากการที่ไขมัน โดยเฉพาะ LDL และเซลล์ต่าง ๆ เข้าไปสะสมที่ผนังชั้นในของหลอดเลือดหัวใจ
  • การก่อตัวของคราบตะกรันหรือหินปูน (Plaque Formation) การสะสมที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดคราบตะกรันขึ้นภายในหลอดเลือด ซึ่งคราบเหล่านี้จะทำให้ทางเดินของเลือดแคบลงเรื่อย ๆ
  • การอักเสบเรื้อรังของหลอดเลือด ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบอยู่ตลอดเวลา การอักเสบนี้กระตุ้นให้คราบหินปูนขยายตัวและแข็งตัวขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหัวใจตีบเรื้อรัง มีอะไรบ้าง?


จะเห็นได้ว่าหัวใจตีบเรื้อรังไม่ได้เกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่มักเป็นผลจากการสะสมความเสียหายในหลอดเลือดหัวใจมาเป็นเวลานานหลายปี โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญซึ่งเป็นตัวเร่งให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น ดังนี้


  • ภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไขมันชนิดไม่ดี (LDL) เป็นสาเหตุหลักในการสร้างคราบหินปูนในผนังหลอดเลือด
  • โรคความดันโลหิตสูง แรงดันเลือดที่สูงเกินไปทำลายผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้ง่ายต่อการสะสมของคราบไขมัน
  • โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดการอักเสบและการตีบตันได้ง่าย
  • การสูบบุหรี่ สารเคมีในบุหรี่เป็นพิษร้ายแรงต่อหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ และเร่งให้หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น
  • ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติลำดับแรกป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่ยังอายุน้อย ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้
  • ความเครียดและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียดเรื้อรัง ขาดการออกกำลังกาย และการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น อาหารที่มีโซเดียมและไขมันสูง ล้วนส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันและกระตุ้นให้เจ็บหน้าอก เป็นหัวใจตีบเรื้อรังได้ง่ายขึ้น

การวินิจฉัยอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ตรวจสอบอย่างไรได้บ้าง?


การตรวจหัวใจและหลอดเลือด

การตรวจวินิจฉัยภาวะหัวใจตีบเรื้อรัง แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติอย่างละเอียดถึงลักษณะอาการและความเสี่ยง จากนั้นจึงแนะนำการตรวจวินิจฉัยเฉพาะทาง เพื่อแยกแยะว่าอาการดังกล่าวเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่


โดยเครื่องมือวินิจฉัยเหล่านี้มีความสำคัญในการประเมินภาวะหัวใจตีบเรื้อรัง และภาวะเฉียบพลัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที


1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography : EKG)


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นการบันทึกสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจเพื่อคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจตีบขณะพัก มีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยภาวะหัวใจตีบเฉียบพลัน โดยมักตรวจควบคู่กับค่า Cardiac Enzyme ในเลือด แต่สำหรับภาวะหัวใจตีบเรื้อรังนั้น การตรวจ EKG ขณะพักอาจให้ผลเป็นปกติได้ ทำให้ไม่สามารถตัดประเด็นโรคหัวใจออกไปได้เลย ผู้ป่วยจึงมักต้องได้รับการตรวจหัวใจและหลอดเลือดอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อยืนยันภาวะขาดเลือดที่ซ่อนอยู่ด้วย


2. การเดินสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test : EST)


EST เป็นวิธีที่สะดวกในการตรวจผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ชัดเจน จุดประสงค์คือการทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นโดยการเดินสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ ขณะที่ติดตัววัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเรื้อรังซ่อนอยู่ การที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นจะทำให้หัวใจขาดเลือด และแสดงความผิดปกติผ่านคลื่นไฟฟ้า หรือมีอาการแน่นหน้าอก หากผล EST ผิดปกติชัดเจน ผู้ป่วยจะถูกส่งไปฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเพื่อยืนยันในลำดับต่อไป


3. การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography : CAG)


การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ หรือที่แพทย์เรียกว่า "ทำแคท" คือมาตรฐานในการตรวจเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยแพทย์จะสอดสายสวนผ่านข้อมือหรือขาหนีบ และฉีดสารทึบแสงเพื่อดูว่าหลอดเลือดหัวใจมีการตีบตันในระดับใด เมื่อพบการตีบตัน แพทย์จะวางแผนการรักษาทันที ซึ่งอาจเป็นการใช้ยา การทำบอลลูนหัวใจ หรือส่งต่อให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดบายพาส (CABG) เป็นต้น


วิธีการป้องกันหัวใจตีบเรื้อรัง ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?


การป้องกันภาวะหัวใจตีบเรื้อรังที่ดี คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่เราสามารถควบคุมได้ การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องและมีวินัย จะช่วยชะลอการเสื่อมของหลอดเลือด และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ


  • ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ระดับน้ำตาลในเลือด, ความดันโลหิต, และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ตามที่แพทย์แนะนำ
  • หยุดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด การงดสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพหลอดเลือด เพราะควันบุหรี่เป็นปัจจัยทำลายหลอดเลือดโดยตรง
  • เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เน้นอาหารที่มีใยอาหารสูง ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และโซเดียมสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำตาลและอาหารแปรรูป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักและเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจ
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมค่า BMI ให้อยู่ในช่วง 18.5-22.9 เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ หาเวลานอนหลับให้เพียงพอ และฝึกการจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เนื่องจากความเครียดเรื้อรังส่งผลเสียต่อความดันโลหิตและสุขภาพโดยรวม

หัวใจตีบเรื้อรัง ไม่ควรปล่อยไว้ รู้ทันข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที


ภาวะหัวใจตีบเรื้อรังไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันเท่านั้น แต่เป็นผลจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดที่สะสมมานานหลายปีจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งการใช้ชีวิตและโรคประจำตัว จึงควรหมั่นสังเกตอาการของร่างกายเสมอ และไม่นิ่งนอนใจกับอาการเจ็บหัวใจที่ดูผิดปกติ เพราะมันคือสัญญาณเตือนของอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้หัวใจของคุณ


หากคุณสงสัยว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือต้องการเพิ่มความมั่นใจจากผลวินิจฉัยที่แม่นยำ สถาบันหัวใจและหลอดเลือดพระรามเก้า เรามีทีมอายุรแพทย์ผู้ชำนาญด้านโรคหัวใจ พร้อมด้วยเครื่องมือวินิจฉัยหลากหลาย พร้อมวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจของคุณในระยะยาว เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมั่นใจอีกครั้ง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัวใจตีบเรื้อรัง


1. หลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นหมายถึงอะไร?


หมายถึง หลอดเลือดแดงโคโรนารี (Coronary Artery) ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบตันพร้อมกันทั้ง 3 เส้น ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่บ่งชี้ถึงโรคหลอดเลือดหัวใจที่ซับซ้อน


2. วิธีการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเรื้อรังมีอะไรบ้าง?


หลัก ๆ คือการรักษาด้วยยา เพื่อควบคุมอาการและปัจจัยเสี่ยง, การทำบอลลูนและใส่ขดลวด, หรือการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (CABG) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหัวใจตีบเรื้อรัง


References


Vrints, C. (2024, August 30). 2024 ESC Guidelines for the management of chronic coronary syndromes: Developed by the task force for the management of chronic coronary syndromes of the European Society of Cardiology (ESC) Endorsed by the European Association for Cardio-Thoracic Surgery (EACTS). European Heart Journal. https://academic.oup.com/eurheartj/article/45/36/3415/7743115


Jing, T. (2023, December 18). Diagnosis, Treatment, and Management for Chronic Coronary Syndrome: A Systematic Review of Clinical Practice Guidelines and Consensus Statements. National Library of Medicine. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10749717/


Mafrica, D. (2024, August 28). Chronic coronary syndromes: diagnosis, management and gaps in evidence. Heart, Vessels and Transplantation. https://hvt-journal.com/articles/art508

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital