บทความสุขภาพ
Knowledge
นพ. ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ การควบคุมระดับไขมันในเลือด จึงควรเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้ยาลดไขมันในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อมีความจำเป็น
ยาลดไขมันในเลือดมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดระดับไขมันชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับยาลดไขมันในเลือด เพื่อให้สามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ยาลดไขมันในเลือด คือ ยาที่ใช้ช่วยควบคุมและลดระดับไขมันในเลือดที่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ซึ่งหากมีระดับสูงเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดตีบแข็ง และนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองได้
การใช้ยาลดไขมันในเลือดมักพิจารณาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยให้ระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ยาลดไขมันในเลือดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน เช่น ลดการสร้างคอเลสเตอรอลจากตับ ลดการดูดซึมไขมันจากอาหาร หรือช่วยเพิ่มการกำจัดไขมันบางชนิดออกจากกระแสเลือด โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดและขนาดยาให้เหมาะสมกับระดับไขมัน ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งยาลดไขมันในเลือดนี้มักใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคหรือปัจจัยทางสุขภาพร่างกาย เช่น
ยาลดไขมันในเลือดมีคุณสมบัติหลักในการช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะลด LDL หรือไขมันชนิดไม่ดีและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนทำให้หลอดเลือดอุดตันหรือเสี่ยงหัวใจวาย นอกจากนี้ยาลดไขมันในเลือดยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ผ่านกลไกหลักหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์จะให้การรักษาด้วยการใช้ยาลดไขมันในเลือด ซึ่งมีหลายชนิดแบ่งออกตามกลไกการออกฤทธิ์ของยา ดังนี้
1. ยากลุ่มสแตติน (Statins)
ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน (Statins) เป็นกลุ่มยาลดไขมันที่แพทย์ส่วนใหญ่นิยมใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาระดับคอเลสเตอรอลสูงโดยเฉพาะ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอเลสเตอรอลในตับ ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) รวมถึงระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง
โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน ได้แก่
2. ยากลุ่มไฟเบรต (Fibrates)
ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรต (Fibrates) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ขณะเดียวกันยาลดไขมันในเลือดกลุ่มนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการเพิ่มปริมาณไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ที่ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย
โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรตที่ใช้ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ได้แก่
3. ยากลุ่มอิเซททิไมบ์ (Ezetimibe)
ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มอิเซททิไมบ์ (Ezetimibe) ทำหน้าที่ลดไขมันในเลือดด้วยการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ โดยเฉพาะบริเวณผนังลำไส้เล็ก ทำให้คอเลสเตอรอลที่ได้มาจากการรับประทานอาหาร ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ และอาจมีผลต่อ HDL-C เพียงเล็กน้อย และเป็นกลุ่มยาลดไขมันที่นิยมใช้ร่วมกับกลุ่มยาสแตติน
4. ยากลุ่มไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (Bile acid sequestrants)
ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (Bile acid sequestrants: BAS) หรือกลุ่มยาเรซิน (Bile acid Resins) เป็นยาที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ในเลือด โดยออกฤทธิ์จับกับกรดน้ำดีภายในลำไส้ เมื่อร่างกายมีกรดน้ำดีลดลง ตับจะนำคอเลสเตอรอลจากกระแสเลือดมาใช้ในการสร้างกรดน้ำดีใหม่ ส่งผลให้ตับเพิ่มการนำ LDL-C กลับเข้าสู่เซลล์มากขึ้น ทำให้ระดับ LDL-C ในเลือดลดลง
โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มนี้ ได้แก่
5. ยากลุ่มไนอะซิน (Niacin)
ยากลุ่มไนอะซิน (Niacin) หรือกรดนิโคตินิก (Nicotinic acid) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินบี 3 (Vitamin B3) ที่มีฤทธิ์ช่วยลดระดับไขมันในเลือด โดยออกฤทธิ์ลดการสลายไขมันจากเนื้อเยื่อไขมัน ส่งผลให้ตับลดการสร้างไลโปโปรตีนชนิด VLDL ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
ยากลุ่มไนอะซินสามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) รวมถึงช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ได้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการใช้ยาไนอะซินในการรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติมีข้อจำกัดมากขึ้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง และยังไม่พบประโยชน์ที่ชัดเจนในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อใช้เพื่อเพิ่มระดับ HDL-C เพียงอย่างเดียว
ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาการใช้ยากลุ่มไนอะซินในผู้ป่วยบางรายตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงระดับไขมันในเลือด ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
การใช้ยาลดไขมันในเลือดควรทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากยาลดไขมันในเลือด ได้แก่
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการใช้ยา และในบางรายอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว อย่างไรก็ตาม หากอาการผิดปกติเกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของยา

นอกจากนี้ หากลืมรับประทานยา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยทั่วไปหากนึกขึ้นได้และยังไม่ใกล้เวลารับประทานยาครั้งถัดไป สามารถรับประทานยาที่ลืมได้ แต่หากใกล้เวลาแล้ว ควรข้ามมื้อนั้นและรับประทานยาตามเวลาปกติ โดยไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า
ไม่อันตราย หากรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์และใช้ยาลดไขมันในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงหมั่นสังเกตผลข้างเคียงของยาเเต่ละชนิด
ไม่แนะนำให้ซื้อยาลดไขมันในเลือดกินเอง เนื่องจากยาเเต่ละชนิดมีข้อบ่งชี้ในการใช้ที่เเตกต่างกัน เเละควรมีการติดตามผลการรักษาโดยเเพทย์ต่อเนื่องเพื่อประเมินขนาดยาที่ต้องใช้
References
Feingold, K. R. (2024, February 12). StatPearls: Statin Medications. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK395573/
Chhetry, M. & Jialal, I. (2023, August 28). StatPearls: Hyperlipidemia Management. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK541128/
Cleveland Clinic. (n.d.). Antihyperlipidemic medications: Managing cholesterol & triglycerides. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/antihyperlipidemic
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital