บทความสุขภาพ

Knowledge

ยาลดไขมันในเลือด รวมข้อมูลควรรู้และข้อควรระวังก่อนใช้

นพ. ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ

ยาลดไขมันในเลือด รวมข้อมูลควรรู้และข้อควรระวังก่อนใช้

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ การควบคุมระดับไขมันในเลือด จึงควรเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้ยาลดไขมันในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อมีความจำเป็น


ยาลดไขมันในเลือดมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดระดับไขมันชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับยาลดไขมันในเลือด เพื่อให้สามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


ยาลดไขมันในเลือด คืออะไร ใครบ้างต้องใช้ยานี้?


ใครบ้างที่ต้องใช้ยาลดไขมันในเลือด

ยาลดไขมันในเลือด คือ ยาที่ใช้ช่วยควบคุมและลดระดับไขมันในเลือดที่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ซึ่งหากมีระดับสูงเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดตีบแข็ง และนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองได้


การใช้ยาลดไขมันในเลือดมักพิจารณาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยให้ระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม


ยาลดไขมันในเลือดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน เช่น ลดการสร้างคอเลสเตอรอลจากตับ ลดการดูดซึมไขมันจากอาหาร หรือช่วยเพิ่มการกำจัดไขมันบางชนิดออกจากกระแสเลือด โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดและขนาดยาให้เหมาะสมกับระดับไขมัน ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งยาลดไขมันในเลือดนี้มักใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคหรือปัจจัยทางสุขภาพร่างกาย เช่น


  • ผู้ป่วยที่มีภาวะระดับไขมันในเลือดสูงจากกรรมพันธุ์
  • ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ไตเสื่อม เบาหวาน หรือมีภาวะเส้นเลือดตีบส่วนปลาย
  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติเคยเป็นโรคหัวใจ มีภาวะหัวใจวายหรือเส้นเลือดสมองตีบมาก่อน

ยาลดไขมันในเลือดมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร ช่วยลดไขมันในเลือดได้อย่างไร?


ยาลดไขมันในเลือดมีคุณสมบัติหลักในการช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะลด LDL หรือไขมันชนิดไม่ดีและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนทำให้หลอดเลือดอุดตันหรือเสี่ยงหัวใจวาย นอกจากนี้ยาลดไขมันในเลือดยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ผ่านกลไกหลักหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น


  • ยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลในตับ ทำให้ร่างกายผลิตไขมันน้อยลง
  • กระตุ้นให้ตับนำคอเลสเตอรอลในเลือดมาใช้มากขึ้น
  • ยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลที่มาจากการรับประทานอาหารในลำไส้
  • เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

ยาลดไขมันในเลือดมีกี่ประเภท?


ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์จะให้การรักษาด้วยการใช้ยาลดไขมันในเลือด ซึ่งมีหลายชนิดแบ่งออกตามกลไกการออกฤทธิ์ของยา ดังนี้


1. ยากลุ่มสแตติน (Statins)


ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน (Statins) เป็นกลุ่มยาลดไขมันที่แพทย์ส่วนใหญ่นิยมใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาระดับคอเลสเตอรอลสูงโดยเฉพาะ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ HMG-CoA reductase ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอเลสเตอรอลในตับ ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) รวมถึงระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง


โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน ได้แก่


  • ยาโรซูวาสแตติน (Rosuvastatin)
  • ยาอะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin)
  • ยาพิทาวาสแตติน (Pitavastatin)
  • ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin)
  • ยาฟลูวาสแตติน (Fluvastatin)
  • ยาโลวาสแตติน (Lovastatin)

2. ยากลุ่มไฟเบรต (Fibrates)


ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรต (Fibrates) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ขณะเดียวกันยาลดไขมันในเลือดกลุ่มนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการเพิ่มปริมาณไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ที่ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย


โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไฟเบรตที่ใช้ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ได้แก่


  • ฟีโนไฟเบรต (Fenofibrate)
  • เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil)
  • เบซาฟิเบรต (Bezafibrate)
  • ไซโพรฟิเบรต (Ciprofibrate)

3. ยากลุ่มอิเซททิไมบ์ (Ezetimibe)


ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มอิเซททิไมบ์ (Ezetimibe) ทำหน้าที่ลดไขมันในเลือดด้วยการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ โดยเฉพาะบริเวณผนังลำไส้เล็ก ทำให้คอเลสเตอรอลที่ได้มาจากการรับประทานอาหาร ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ และอาจมีผลต่อ HDL-C เพียงเล็กน้อย และเป็นกลุ่มยาลดไขมันที่นิยมใช้ร่วมกับกลุ่มยาสแตติน


4. ยากลุ่มไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (Bile acid sequestrants)


ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (Bile acid sequestrants: BAS) หรือกลุ่มยาเรซิน (Bile acid Resins) เป็นยาที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ในเลือด โดยออกฤทธิ์จับกับกรดน้ำดีภายในลำไส้ เมื่อร่างกายมีกรดน้ำดีลดลง ตับจะนำคอเลสเตอรอลจากกระแสเลือดมาใช้ในการสร้างกรดน้ำดีใหม่ ส่งผลให้ตับเพิ่มการนำ LDL-C กลับเข้าสู่เซลล์มากขึ้น ทำให้ระดับ LDL-C ในเลือดลดลง


โดยตัวอย่างยาลดไขมันในเลือดกลุ่มนี้ ได้แก่


  • ยาคอเลสไทรามีน (Cholestyramine)
  • ยาโคลเซเวแลม (Colesevelam)
  • ยาคอเลสติพอล (Colestipol)

5. ยากลุ่มไนอะซิน (Niacin)


ยากลุ่มไนอะซิน (Niacin) หรือกรดนิโคตินิก (Nicotinic acid) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินบี 3 (Vitamin B3) ที่มีฤทธิ์ช่วยลดระดับไขมันในเลือด โดยออกฤทธิ์ลดการสลายไขมันจากเนื้อเยื่อไขมัน ส่งผลให้ตับลดการสร้างไลโปโปรตีนชนิด VLDL ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด


ยากลุ่มไนอะซินสามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) รวมถึงช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ได้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการใช้ยาไนอะซินในการรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติมีข้อจำกัดมากขึ้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง และยังไม่พบประโยชน์ที่ชัดเจนในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อใช้เพื่อเพิ่มระดับ HDL-C เพียงอย่างเดียว


ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาการใช้ยากลุ่มไนอะซินในผู้ป่วยบางรายตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงระดับไขมันในเลือด ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย


วิธีรับประทานยาลดไขมันในเลือดที่ถูกต้อง


  • รับประทานยาในขนาดและช่วงเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเพิ่ม ลดขนาดยา หรือหยุดยาเอง แม้ว่าระดับไขมันในเลือดจะดีขึ้นแล้ว
  • ศึกษาวิธีรับประทานยาแต่ละชนิดให้ถูกต้อง เนื่องจากยาลดไขมันแต่ละกลุ่มอาจมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานแตกต่างกัน เช่น บางชนิดรับประทานพร้อมอาหาร หรือบางชนิดสามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารได้
  • แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาประจำ อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่ใช้อยู่ เพื่อประเมินความเสี่ยงจากการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา
  • สังเกตอาการผิดปกติระหว่างใช้ยา เช่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนแรงผิดปกติ ปัสสาวะสีเข้ม หรืออาการอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงของยา และควรแจ้งแพทย์หากพบอาการดังกล่าว
  • เข้ารับการตรวจติดตามระดับไขมันในเลือด รวมถึงการตรวจอื่น ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา

การใช้ยาลดไขมันในเลือดควรทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว


ยาลดไขมันในเลือดมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?


ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากยาลดไขมันในเลือด ได้แก่


  • อาการวิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • อาการไม่สบายท้อง ปวดท้อง หรือท้องอืด
  • อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกอ่อนเพลีย

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการใช้ยา และในบางรายอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว อย่างไรก็ตาม หากอาการผิดปกติเกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของยา


ข้อควรระวังในการใช้ยาลดไขมันในเลือด


ข้อควรระวังในการใช้ยาลดไขมันในเลือด
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ รวมถึงอาหารเสริมหรือสมุนไพรที่รับประทานเป็นประจำ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา
  • รับประทานยาลดไขมันในเลือดตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งขนาดยาและเวลาที่รับประทาน ไม่ควรปรับเพิ่ม ลดขนาดยา หรือเปลี่ยนวิธีรับประทานยาเอง
  • ไม่ควรแบ่งยา หรือรับประทานยาร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาในการรักษาของแต่ละบุคคลแตกต่างกันตามระดับไขมันและความเสี่ยงด้านสุขภาพ
  • ไม่ควรหยุดยาลดไขมันด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้ระดับไขมันในเลือดกลับสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันได้

นอกจากนี้ หากลืมรับประทานยา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยทั่วไปหากนึกขึ้นได้และยังไม่ใกล้เวลารับประทานยาครั้งถัดไป สามารถรับประทานยาที่ลืมได้ แต่หากใกล้เวลาแล้ว ควรข้ามมื้อนั้นและรับประทานยาตามเวลาปกติ โดยไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาลดไขมันในเลือด


1. ยาลดไขมันในเลือดอันตรายไหม?


ไม่อันตราย หากรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์และใช้ยาลดไขมันในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงหมั่นสังเกตผลข้างเคียงของยาเเต่ละชนิด


2. ซื้อยาลดไขมันในเลือดกินเองได้ไหม?


ไม่แนะนำให้ซื้อยาลดไขมันในเลือดกินเอง เนื่องจากยาเเต่ละชนิดมีข้อบ่งชี้ในการใช้ที่เเตกต่างกัน เเละควรมีการติดตามผลการรักษาโดยเเพทย์ต่อเนื่องเพื่อประเมินขนาดยาที่ต้องใช้


References


Feingold, K. R. (2024, February 12). StatPearls: Statin Medications. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK395573/


Chhetry, M. & Jialal, I. (2023, August 28). StatPearls: Hyperlipidemia Management. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK541128/


Cleveland Clinic. (n.d.). Antihyperlipidemic medications: Managing cholesterol & triglycerides. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/antihyperlipidemic


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital