บทความสุขภาพ

Knowledge

โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคหายากในไทย แต่รุนแรงถึงชีวิต

พญ. จิตรฟ้า หรูรุ่งโรจน์

โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคหายากในไทย แต่รุนแรงถึงชีวิต

โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย เนื่องจากในประเทศไทยพบได้น้อยมาก โดยมีรายงานเพียงหลัก “ไม่เกิน 50 รายต่อปี” เท่านั้น


อย่างไรก็ตาม แม้โรคไข้กาฬหลังแอ่นจะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่กลับมีความรุนแรงสูง และอาจทำให้เสียชีวิตได้ถึงประมาณ 10–15% แม้ได้รับการรักษาแล้วก็ตาม


สาเหตุของโรคไข้กาฬหลังแอ่น


โรคไข้กาฬหลังแอ่น เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ เช่น


  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

เชื้อมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับวัคซีน ได้แก่ A, B, C, W, Y


การติดต่อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น


โรคไข้กาฬหลังแอ่นติดต่อผ่าน “ละอองฝอยขนาดใหญ่” (Droplet) เช่น


  • การไอ จาม
  • การใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกัน
  • การอยู่ใกล้ชิดเป็นเวลานาน

แม้โรคไข้กาฬหลังแอ่นจะติดต่อไม่ง่ายเท่า COVID-19 หรือโรคหัด แต่ต้องอาศัย “การสัมผัสใกล้ชิดจริง ๆ”


สิ่งที่น่ากังวล: คนไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้


ในบางประเทศ เช่น แถบแอฟริกา ยุโรป หรืออเมริกา พบว่ามีคนประมาณ 10–20% ที่มีเชื้ออยู่ในโพรงจมูกโดย “ไม่มีอาการ”แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้


อาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น


โรคไข้กาฬหลังแอ่น อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และสามารถก่อให้เกิด อาการที่รุนแรงได้แก่


  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการไข้สูง คอแข็ง อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง หมดสติ
  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด มีอาการไข้สูง ผื่นจ้ำเลือด มือเท้าเย็น สามารถนำไปสู่ภาวะช็อก และอวัยวะล้มเหลวได้
  • ในเด็กเล็กจะมีอาการร้องไห้ผิดปกติ ซึมลง และไม่ยอมกินอาหาร

ความรุนแรงของโรคไข้กาฬหลังแอ่น


ความรุนแรงของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถลุกลามได้ไว อาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่ 10-15%


1 ใน 5 ของผู้รอดชีวิตอาจเผชิญกับความพิการหรือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว


  • สูญเสียแขนหรือขา จากการติดเชื้อรุนแรง
  • สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ จากความเสียหายของสมอง
  • สูญเสียการได้ยิน
  • อาการอื่นๆ เช่น โรคลมชัก ปัญหาทางพฤติกรรม

เชื้อของโรคไข้กาฬหลังแอ่น มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์?


เชื้อก่อโรคหลักมี 6 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ A, B, C, W, X, Y


โดย “สายพันธุ์ B” เป็นสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยใน


  • อังกฤษ
  • ยุโรป
  • ออสเตรเลีย
  • นิวซีแลนด์
  • รวมถึงประเทศไทย

การป้องกันที่สำคัญ: วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น


ปัจจุบันมีคำแนะนำจากสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งประเทศไทย และ คำแนะนำการให้วัคซีนในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ให้พิจารณาฉีดวัคซีนใน “กลุ่มเสี่ยง” ดังนี้


1. ทารกและเด็กเล็ก


  • อายุน้อยกว่า 2 ปี

2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่


  • ไม่มีม้าม / ม้ามทำงานผิดปกติ
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการขาดคอมพลีเมนต์ (Complement deficiency)
  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น eculizumab)

กลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป


3. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ


  • อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด
  • เดินทางไปประเทศเสี่ยง เช่น แอฟริกา (African meningitis belt)
  • เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เช่น โอลิมปิก แข่งขันฟุตบอล
  • ผู้แสวงบุญ จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์

4. กลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่างประเทศ


ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบการระบาดได้บ่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะหากมีการอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น


  • หอพัก
  • โรงเรียนประจำ
  • มหาวิทยาลัย

วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น มีกี่ชนิด


วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นมี 2 ชนิด ได้แก่


1. ชนิด 4 สายพันธุ์ A ,C ,W ,Y

ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ฉีด 1 เข็ม ฉีดกระตุ้นทุก 5 ปี หากยังมีความเสี่ยง


2. ชนิด สายพันธุ์ B


ฉีดได้อายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป


ตารางวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น


  • อายุ 2–11 เดือน ฉีด 2 เข็ม หรือ 3 เข็ม
  • อายุ 12 เดือนขึ้นไป ฉีด 2 เข็ม

ฉีดกระตุ้นที่ 1-2 ปี หากยังมีความเสี่ยง


ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น


who-should-get-meningococcal-vaccine.webp
  • เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวข้างต้น
  • นักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่อ ประเทศอังกฤษ ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งมีสายพันธุ์ B เป็นหลัก
  • ผู้ที่จะเดินทางไปพื้นที่ระบาดของสายพันธุ์ B

ฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นแล้ว ภูมิคุ้มกันอยู่นานแค่ไหน?


  1. วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นชนิด 4 สายพันธุ์ A ,C ,W ,Y ครอบคลุมได้นาน 3-5 ปี หลังฉีด 1 เข็ม
  2. วัคซีนสายพันธุ์ B เมื่อฉีดครบ 2 เข็ม ครอบคลุมได้นาน 1-2 ปี

ผู้ที่ควรฉีดกระตุ้น ในกรณี


  • มีการระบาดในพื้นที่
  • หรือยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อเนื่อง

ดังนั้นแม้ไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ B จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อยในไทยแต่มีความรุนแรงสูง และอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว


โดยเฉพาะในกลุ่ม


  • เด็กเล็ก
  • วัยรุ่น
  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ

การฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญ ในการลดความเสี่ยง และป้องกันโรคร้ายก่อนเกิดขึ้นได้


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital