บทความสุขภาพ

Knowledge

ยอดผู้ป่วยโควิดฯ สายพันธุ์ลูกผสม (XBB*) เพิ่มขึ้น! เช็กด่วน! กลุ่มเสี่ยงที่ควรมาพบแพทย์

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังคงมีความรุนแรงและยังต้องการการจัดการอย่างมีระบบเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมและเศรษฐกิจ ในประเทศไทย (ข้อมูลสายพันธุ์โควิดในไทย ระหว่างวันที่ 8 – 14 เม.ย. 2566) พบว่าสายพันธุ์ XBB มีจำนวนมากที่สุด อยู่ที่ 30% และ XBB.1.5 คิดเป็น 27.5% ในขณะที่ XBB.1.9.1 คิดเป็น 15% และ XBB.1.16 คิดเป็น 10%


โดยหลังจากเทศกาลสงกรานต์ ยอดผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เผนแพร่แนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 27 วันที่ 18 เมษายน 2566 เพื่อเตรียมการจัดการในกรณีที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ XBB รายละเอียด ดังนี้


มาตรการรองรับกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

การรักษา COVID-19


ผู้ติดเชื้อที่มีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR ต่อ SARS-CoV-2 ให้ผลบวก ทั้งผู้ที่มีอาการและไม่แสดงอาการ แบ่งเป็นกลุ่มตามความรุนแรงของโรคและปัจจัยเสี่ยงได้เป็น 4 กรณีดังนี้


  1. ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือสบายดี (Asymptomatic COVID-19)
    • ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก ให้ปฏิบัติตนตามมาตรการชะลอการระบาดของ โควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ คือ DMH อย่างน้อย 5 วัน
      • Distancing เว้นระยะห่าง
      • Mask Wearing เพื่อลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย
      • Hand Washing หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ทั้งน้ำสบู่ และเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เพราะมีโอกาสที่เราจะนำมาสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัวได้
    • ไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เอง
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง /โรคร่วมสำคัญ (Symptomatic COVID-19 without pneumonia and no risk factors for severe disease)
    • ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก ให้ปฏิบัติตนตาม DMH อย่างเคร่งครัด อย่างน้อย 5 วัน
    • ให้การดูแลรักษาตามอาการ ตามดุลยพินิจของแพทย์
  3. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือ มีโรคร่วมสําคัญหรือ ผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง แต่มีปอดอักเสบ (pneumonia) เล็กน้อยถึงปานกลางยังไม่ต้องให้ oxygen โดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสกับผู้ป่วยกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง ได้แก่
    1. อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
    2. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ร่วมกับโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ
    3. โรคไตเรื้อรัง (CKD) (stage 3 ขึ้นไป)
    4. โรคหัวใจและหลอดเลือด
    5. โรคหลอดเลือดสมอง
    6. โรคมะเร็ง (ไม่รวมมะเร็งที่รักษาหายแล้ว)
    7. โรคเบาหวาน
    8. ภาวะอ้วน (น้ําหนักมากกว่า 90 กก. หรือ BMI ≥30 กก./ตร.ม.)
    9. ตับแข็ง (Child-Pugh class B ขึ้นไป)
    10. ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ (เป็นโรคที่อยู่ในระหว่างได้รับยาเคมีบําบัดหรือยากดภูมิหรือ corticosteroid equivalent to prednisolone 15 มก./วัน นาน 15 วัน ขึ้นไป)
    11. ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มี CD4 cell count น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม
  4. ผู้ป่วยยืนยันที่มีปอดอักเสบที่มี hypoxia (resting O2 saturation ≤94% ปอดอักเสบรุนแรง ไม่เกิน 10 วันหลังจากมีอาการ และได้รับ oxygen
    • แนะนําให้ remdesivir โดยเร็วที่สุดเป็นเวลา 5-10 วัน ขึ้นกับอาการทางคลินิก ควรติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
    • ร่วมกับให้ corticosteroid

คําแนะนําการรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล (Admission) โดยกรมการแพทย์


ผู้ป่วยที่มีอาการหรือลักษณะทางคลินิกต่อไปนี้ให้พิจารณารับรักษาในโรงพยาบาล


  1. มีไข้อุณหภูมิกายตั้งแต่ 39°C ขึ้นไป โดยวัดได้อย่างน้อยสองครั้งห่างกัน 4 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง
  2. มีภาวะขาดออกซิเจน วัด O2 saturation ต่ำกว่า 94%
  3. มีภาวะแทรกซ้อน หรือการกําเริบของโรคประจําตัวเดิม
  4. เป็นผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่ออาการรุนแรง และไม่มีผู้อยู่ดูแลตลอดทั้งวัน
  5. มีภาวะอื่น ๆ ที่จําเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามดลยพินิิจของแพทย์
  6. ผู้ป่วยเด็กให้รักษาในโรงพยาบาลเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ต้องสังเกตอาการอย่างใกลชิด หรือให้สารน้ำทางหลอดเลือดดํา หรือต้องการออกซิเจน หรือเด็กที่มีอาการซึม กินได้น้อย มีภาวะขาดน้ำจากอุจจาระร่วงหรือชักจากไข้สูง ฯลฯ

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับ Praram 9 V

ปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ผ่านทางวิดีโอคอล (Telemedicine)



ช่องทางการติดต่อกับโรงพยาบาลพระรามเก้า

กดที่นี่ https://linktr.ee/praram9hospital

เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

โรคแอนแทรกซ์ หรือชาวบ้านเรียกว่าโรคกาลี เป็นโรคที่รู้จักกันมาแต่โบราณกาล แอนแทรกซ์นับว่าเป็นโรคระบาดสำคัญโรคหนึ่งในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้ในสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิด ทั้งสัตว์ป่า เช่น ช้าง เก้ง กวาง และสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ แพะ แกะ แล้วติดต่อไปยังคนและสัตว์อื่น

เตือนภัย แมลงริ้นฝอยทรายกัด ติดเชื้อโรคลิชมาเนียอันตรายถึงชีวิต

Leishmaniasis หรือโรคลิชมาเนีย เป็นโรคจากการติดเชื้อปรสิตลิชมาเนีย มักเกิดจากการถูกริ้นฝอยทรายที่เป็นพาหะของเชื้อกัด ส่วนใหญ่จะแพร่ระบาดในบริเวณที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นหรือกึ่งร้อนชื้น โดยเฉพาะแถบเอเชีย แอฟริกา หรืออเมริกาใต้ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายจะแสดงอาการป่วยแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย

ไข้เลือดออก…ภัยร้ายที่มากับหน้าฝน

โรคไข้เลือดออกมักระบาดในช่วงฤดูฝนโดยมียุงลายเป็นพาหะ หากอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่จำเพาะต่อโรคไข้เลือดออก การรักษาเน้นการรักษาตามอาการ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และรับการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรง

รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)…อาการ การรักษา และการป้องกัน

ไข้หวัดใหญ่ (influenza) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีการระบาดทุกปี หากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีการติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการรับวัคซีนซึ่งจะมีการผลิตให้เหมาะสมกับสายพันธุ์ที่จะมีการระบาดในแต่ละปี

รู้ทัน ป้องกันได้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

อาการหนาวๆร้อนๆ เจ็บปวดตามเนื้อตัวหรือปวดศีรษะมีไข้ อาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงโรคภัยไข้เจ็บ หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วมักจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของทุกเพศทุกวัยและสามารถพบได้ตลอดทั้งปี ใน

ฝีดาษลิง โรคจากลิงสู่มนุษย์ ที่ต้องระวัง

อีกโรคระบาดจากสัตว์ที่มาสู่มนุษย์ ซึ่งมีสาเหตุจากการได้เชื้อไวรัส ผ่านการสัมผัสกับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ป่า

รู้หรือไม่…ไข้เลือดออกอันตรายกว่าที่คิด

เมื่อพูดถึง ฝน ทุกคนก็จะนึกถึงผลกระทบที่ตามมาอีกหลายอย่าง น้ำท่วมขัง เป็นแหล่งกำเนิดชั้นดีที่ก่อให้เกิด ยุง เพราะยุงเป็นพาหะที่สร้างโรคไข้เลือดออก Drag ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมานาน สามารถเกิดโรคได้ทุกเพศทุกวัย และพบบ่อยในเด็ก โดยโรคไข้เลือดออกมักมีการระบาดมากในช่วงฤดูฝน และอาจจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ แต่เมื่อกล่าวถึงอันตรายของไข้เลือดออกนั้น ส่วนใหญ่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต หากพักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไข้ลดลง และฟื้นตัวได้เร็ว จะมีเพียงส่วนน้อยกว่าร้อยละ 5 ที่จะมีภาวะช็อกจากการรั่วของน้ำออกนอกเส้นเลือด และสิ่งที่น่ากังวล คือ หากเลือดออกในทางเดินอาหารหรือเลือดออกในสมองจะมีภาวะเสี่ยงถึงแก่ชีวิตได้

โรคงูสวัดและวัคซีนป้องกันงูสวัดรุ่นใหม่

โรคงูสวัด (herpes zoster หรือ shingles) เกิดจากเชื้อไวรัส varicella-zoster ที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ไวรัสนี้แฝงอยู่ที่ปมประสาท เมื่อร่างกายอ่อนแอก็จะทำให้เป็นโรคงูสวัดขึ้นได้ กลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงคือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยแพ้ภูมิตนเอง และผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการรับวัคซีนป้องกันงูสวัด

ไข้หวัดใหญ่ โรคใกล้ตัวที่ป้องกันได้

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจชนิดเฉียบพลันที่มีการระบาดทั่วโลก ซึ่ง ทุกคนมีโอกาสได้รับเชื้อนี้ ไข้หวัดใหญ่ติดต่ออย่างไร เชื้อไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้ง่าย ผ่านทางระบบทางเดินหายใจหรือการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง เช่น ไอ จามรดกัน

ความรู้เรื่องโรคอีโบลา

ไวรัสอีโบลา จัดอยู่ในกลุ่มโรคชนิดเดียวกับข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรง ถึงแม้ปัจจุบันยังไม่พบเชื้อไวรัสนี้ในประเทศไทย แต่หากได้รับเชื้อ อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ การระบาดของโรคอีโบลามีอัตราป่วยตายที่สูงได้ถึงร้อยละ 90

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital