บทความสุขภาพ

Knowledge

มะเร็งรังไข่มีอาการอย่างไร พร้อมแนวทางป้องกันและการรักษา

พญ. สมฤดี อุปลวัณณา

มะเร็งรังไข่มีอาการอย่างไร พร้อมแนวทางป้องกันและการรักษา

มะเร็งรังไข่ หนึ่งในภัยเงียบที่สำคัญสำหรับสตรีไทย เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้กว่าจะได้รับการวินิจฉัยก็มักจะอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งลักษณะของโรค มะเร็งรังไข่อาการเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยง แนวทางการตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงทางเลือกในการรักษา และวิธีการป้องกัน


Key Takeaways


  • มะเร็งรังไข่ในระยะแรกมักไม่มีอาการจำเพาะเจาะจง อาการอาจคล้ายท้องอืด หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • กลุ่มเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ได้แก่ สตรีที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่/เต้านม
  • แนวทางการรักษามะเร็งรังไข่ ได้แก่ การผ่าตัดเพื่อนำก้อนออกให้ได้มากที่สุด ร่วมกับการรักษาเสริมด้วยเคมีบำบัด และทางเลือกอื่น ๆ เช่น ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)

มะเร็งรังไข่ คืออะไร


มะเร็งรังไข่ คืออะไร

มะเร็งรังไข่ หรือ Ovarian Cancer คือหนึ่งในโรคมะเร็งทางระบบสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย โดยในประเทศไทยถือเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นอันดับ 6 ของมะเร็งทั้งหมดในหญิงไทย สถิติโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 5.2 ต่อประชากรสตรี 100,000 คนต่อปี สตรีที่ไม่มีประวัติของมะเร็งรังไข่ในครอบครัว จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ร้อยละ 1.4 หรือประมาณ 1 ใน 70 คน แต่โอกาสจะสูงขึ้นมากหากมีประวัติในครอบครัว รวมถึงผู้ที่มีการค้นพบยีนที่เกี่ยวข้อง เช่น ยีน BRCA


มะเร็งรังไข่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยชนิดของมะเร็งจะแตกต่างกันตามช่วงวัย ในเด็กและสตรีที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มักพบเป็นเนื้องอกรังไข่ชนิดเจอร์มเซลล์ถึงร้อยละ 60 สำหรับชนิดที่พบมากที่สุดคือ มะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 85 ของมะเร็งรังไข่ทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้มีอุบัติการณ์สูงขึ้นตามอายุ โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุ 40 ปี และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงอายุ 55 ปี ก่อนที่จะลดลง


มะเร็งรังไข่ มีอาการอย่างไร?


มะเร็งรังไข่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ภัยเงียบ" (Silent Killer) เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักจะไม่มีอาการแสดงที่เฉพาะเจาะจง หรือมีอาการคล้ายกับโรคอื่น ๆ ทั่วไปในระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการของมะเร็งรังไข่ชัดเจน มักหมายถึงมะเร็งได้ลุกลามไปมากแล้ว


มะเร็งรังไข่ อาการเบื้องต้นในระยะเริ่มต้น ได้แก่


  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยบ่อยครั้ง
  • แน่นท้อง อิ่มเร็ว หรือเบื่ออาหาร
  • รู้สึกว่าท้องโตขึ้น หรือมีอาการคล้ายมีน้ำในช่องท้อง
  • ท้องผูก เนื่องจากก้อนมะเร็งกดเบียดลำไส้
  • ปัสสาวะบ่อย หรือรู้สึกกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จากการที่ก้อนกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะลำบาก
  • ปวดท้องน้อย แบบพอทนได้

เมื่อโรคดำเนินไปในระยะที่รุนแรงมากขึ้นหรือมีการกระจายตัว ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการที่ชัดเจนกว่า โดยอาการระยะรุนแรง มีดังนี้


  • คลำพบก้อนเนื้อในท้องน้อย
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง อาจเกิดจากการบิดหรือแตกของก้อนมะเร็ง
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ หรือมาบ้างไม่มาบ้าง
  • เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • น้ำหนักลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ
  • หากมีการกระจายตัวไปที่ตับ อาจทำให้ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ขาบวม หรือหายใจขัด หากมีการกดเบียดหรือการกระจายของมะเร็ง
  • เสียงห้าว มีหนวด หรือมีขนขึ้นตามลำตัวคล้ายผู้ชาย เนื่องจากมะเร็งบางชนิดอาจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศผิดปกติ

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งรังไข่ มีอะไรบ้าง


มะเร็งรังไข่ ปัจจัยเสี่ยง

มะเร็งรังไข่ หรือ CA Ovary คือโรคที่เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน แม้ไม่ทราบว่ามะเร็งรังไข่ สาเหตุที่แน่ชัดคืออะไร แต่ปัจจัยต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะชนิดเยื่อบุผิว


  • อายุที่เพิ่มขึ้น มักพบมากในสตรีวัยกลางคน หรือช่วงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน
  • ประวัติครอบครัวและพันธุกรรม มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีการกลายพันธุ์ของยีน เช่น BRCA1 หรือ BRCA2
  • มีประวัติเคยเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน
  • ปัจจัยด้านการมีบุตร การไม่มีบุตร การมีบุตรยาก หรือมีบุตรจำนวนน้อย เนื่องจากมีการตกไข่อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงพัก
  • รอบเดือน การมีประจำเดือนครั้งแรกที่เร็ว (อายุน้อยกว่า 12 ปี) หรือการหมดประจำเดือนช้า (อายุมากกว่า 55 ปี) รวมถึงผู้ที่มีประวัติประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • โรคอ้วน ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  • การใช้ฮอร์โมน การได้รับยาฮอร์โมนเพศชดเชยในช่วงวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งรังไข่ มีแนวทางการตรวจวินิจฉัยอย่างไร


เนื่องจากมะเร็งรังไข่ในระยะแรกมักไม่มีอาการจำเพาะ ทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและประเมินระยะของการแพร่กระจาย โดยแนวทางการตรวจมะเร็งรังไข่ จะประกอบด้วยวิธีการดังนี้


  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะซักถามอาการและปัจจัยเสี่ยง รวมถึงทำการตรวจร่างกายทั่วไป
  • การตรวจภายในหรือทางทวารหนัก เพื่อตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงการคลำหาก้อนเนื้อในอุ้งเชิงกราน หรือบริเวณรังไข่
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการวินิจฉัยระยะแรก และมีความไวในการตรวจพบก้อนเนื้อในรังไข่ หรือรอยโรคที่รังไข่
  • การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) ได้แก่ CA-125 (Cancer Antigen 125) และ HE4 (Human Epididymal Protein 4) มักใช้ร่วมกับการตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย แต่ความไวของการตรวจยังไม่มากพอที่จะใช้เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ในคนทั่วไป
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จะทำในกรณีตรวจพบว่ามีก้อนแล้ว ช่วยในการวินิจฉัยยืนยัน และประเมินการแพร่กระจายของโรคไปยังอวัยวะอื่น เพื่อใช้ในการวางแผนการรักษา
  • การส่องกล้องแลปพาโรสโคป (Laparoscope) เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้กล้องส่องตรวจหาเนื้อเยื่อภายในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน รวมถึงการเก็บตัวอย่างของเนื้องอก (Biopsy) เพื่อนำไปวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการยืนยันผลการเป็นมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่ ทำได้อย่างไร


มะเร็งรังไข่ รักษา

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่จะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาแบบผสมผสานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งวิธีการรักษาหลัก ๆ ได้แก่


การผ่าตัด


การผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาหลักและสำคัญที่สุด โดยมีจุดประสงค์หลักสองประการ คือการกำหนดระยะของโรค (Staging) และการตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้ได้มากที่สุด (Debulking) เพื่อลดปริมาณเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายให้เหลือน้อยที่สุดก่อนการรักษาอื่น ๆ โดยทั่วไปจะมีการตัดรังไข่ ท่อนำไข่ มดลูก และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงออก


การผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เกือบทุกระยะ ในระยะแรก ผู้ป่วยที่ยังต้องการมีบุตรอาจพิจารณาผ่าตัดเพียงข้างเดียว แต่ในกรณีที่โรคมีการแพร่กระจาย หรือเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม การผ่าตัดจะมุ่งเน้นการนำเนื้อร้ายออกให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมา


การรักษาด้วยเคมีบำบัด


เคมีบำบัด คือการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็ว เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัด หรือเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยสามารถใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อน (Neoadjuvant) หรือใช้หลังผ่าตัดเพื่อเสริมการรักษา (Adjuvant) สามารถให้ทางหลอดเลือดดำ หรือฉีดเข้าช่องท้องโดยตรง


วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ระยะต้น (ในบางกรณี) และระยะลุกลามะ ลุกลาม (Stage IC-IV) และผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว แต่ยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่มาก นอกจากนี้ยังใช้ในกรณีที่กลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ โดยจะพิจารณาตามชนิดและระยะของมะเร็ง เพื่อวางแผนการให้ยาที่เหมาะสมที่สุด


การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า


การรักษามุ่งเป้า เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับกลไกการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการไปจับกับโปรตีนหรือยีนที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้เซลล์มะเร็งอยู่รอดและเพิ่มจำนวน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ปกติของร่างกายน้อยกว่ายาเคมีบำบัดทั่วไป


การรักษาแบบมุ่งเป้าเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม หรือมะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่จำเพาะ เช่น มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA ซึ่งจะตอบสนองต่อยากลุ่ม PARP Inhibitors ได้ดี การรักษาแบบนี้มักใช้ร่วม หรือหลังการรักษาด้วยเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ


การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด


ภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นแนวทางที่ใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง ให้จดจำและเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งกลไกการซ่อนตัวของเซลล์มะเร็งจากระบบภูมิคุ้มกัน


การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด เหมาะกับมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานอื่น มักถูกพิจารณาในผู้ป่วยที่มีลักษณะทางชีวภาพของมะเร็งที่บ่งชี้ว่าน่าจะตอบสนองต่อการรักษาประเภทนี้ ซึ่งการใช้ในมะเร็งรังไข่ยังคงอยู่ภายใต้การศึกษา เพื่อหาผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนต่อไป


การรักษาด้วยฮอร์โมน


การรักษาด้วยฮอร์โมน คือการใช้ยาเพื่อยับยั้งหรือลดผลกระทบของฮอร์โมนเอสโตรเจน เนื่องจากมะเร็งรังไข่บางประเภทมีการเจริญเติบโตที่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศหญิง การยับยั้งฮอร์โมนจึงช่วยควบคุมการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้


การรักษาด้วยฮอร์โมนเหมาะสมกับมะเร็งรังไข่บางชนิดที่มีการแพร่กระจายช้า มะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำ หรือมะเร็งที่มีการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมน (Hormone Receptors) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยบางราย เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัด


การดูแลรักษาแบบประคับประคอง


การดูแลรักษาแบบประคับประคอง คือการดูแลที่เน้นการบรรเทาอาการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยและครอบครัว โดยจะช่วยจัดการกับอาการปวด อาการไม่สบายอื่น ๆ รวมถึงให้การสนับสนุนทางจิตใจ สังคม และอารมณ์ในทุกขั้นตอนของโรค


การดูแลรักษาแบบประคับประคองเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะ ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยจนถึงระยะสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่การรักษาเพื่อหายขาดทำได้ยาก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย มีกำลังใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้


แนวทางการป้องกันมะเร็งรังไข่


มะเร็งรังไข่ ป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ได้ 100% และยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูงพอในการตรวจมะเร็งรังไข่ในผู้ที่ไม่มีอาการ อย่างไรก็ตาม มีวิธีดูแลตนเองเพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค รวมถึงเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น


  • ตรวจภายใน และพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี การตรวจภายในร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกรานสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่พอจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของรังไข่ และรอยโรคในระยะแรกเริ่มได้
  • สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย หรืออิ่มเร็ว ที่เป็นต่อเนื่องและไม่หายไป ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
  • ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง
  • ดูแลการรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการแปรรูปมากเกินไป และปลอดสารก่อมะเร็ง
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีสารพิษ สารเคมี หรือรังสี
  • ปรึกษาแพทย์สำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งรังไข่ โรคที่มีโอกาสพบได้บ่อย ควรเฝ้าระวัง


มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในสตรีไทย โดยเฉพาะในวัย 50 ปีขึ้นไป มักมาพร้อมกับอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ท้องอืด ปวดท้องน้อยเรื้อรัง การวินิจฉัยอาศัยอัลตราซาวนด์ และการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง การรักษาหลักคือการผ่าตัด ร่วมกับเคมีบำบัด และทางเลือกอื่น ๆ เช่น ยามุ่งเป้า แม้ป้องกันไม่ได้ 100% แต่การตรวจภายในประจำปีและการดูแลสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงได้


โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวชโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการ ตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ และให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังให้บริการวางแผนการรักษาแบบองค์รวมครบวงจร ตั้งแต่การผ่าตัด ไปจนถึงการให้เคมีบำบัด และการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อดูแลสุขภาพสตรีอย่างดีที่สุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปริมาณมะเร็งรังไข่ที่ควรได้รับ


1. ตรวจพบมะเร็งรังไข่ ควรรับมืออย่างไร


การรับมือกับผลการวินิจฉัยต้องอาศัยการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ ควรพยายามพูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจ หรือเข้าร่วมกลุ่มบำบัดเพื่อระบายความรู้สึก นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง จะช่วยให้รู้สึกมีจุดมุ่งหมายและควบคุมสถานการณ์ได้ และที่สำคัญคือต้องให้เวลากับการดูแลตัวเอง ทั้งการรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการนอนหลับ


2. ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งรังไข่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน รักษาได้ไหม


โอกาสรอดชีวิตขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งเมื่อแรกวินิจฉัย หากพบในระยะแรกมีโอกาสรักษาหายขาดสูง แต่เนื่องจากมะเร็งรังไข่มักพบเมื่อลุกลามแล้ว (ระยะ 3-4) ทำให้การรักษายากขึ้น อัตรารอดชีวิต 5 ปีโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 30-60% ทั้งนี้ การรักษาครบถ้วนตามแผน จะช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้มาก


3. มะเร็งรังไข่กับมะเร็งปีกมดลูก ต่างกันอย่างไร


มะเร็งรังไข่เกิดจากเซลล์ที่รังไข่ ส่วนมะเร็งปีกมดลูกเกิดที่ท่อนำไข่ (ปีกมดลูก) ซึ่งเป็นอวัยวะใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม มะเร็งรังไข่บางชนิดอาจมีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ของท่อนำไข่ การรักษาและการพยากรณ์โรคของมะเร็งทั้งสองชนิดมักคล้ายคลึงกัน เนื่องจากเซลล์มะเร็งมักแพร่กระจายไปถึงปีกมดลูกตั้งแต่ในระยะแรก ๆ


References

Mayo Clinic Staff. (2025, MAy 02). Ovarian cancer. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ovarian-cancer/symptoms-causes/syc-20375941


Ovarian cancer. (2025, January). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/ovarian-cancer/


Ovarian Cancer. (2022, November 14). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/4447-ovarian-cancer

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital