บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. สมฤดี อุปลวัณณา

มะเร็งรังไข่ หนึ่งในภัยเงียบที่สำคัญสำหรับสตรีไทย เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้กว่าจะได้รับการวินิจฉัยก็มักจะอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งลักษณะของโรค มะเร็งรังไข่อาการเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยง แนวทางการตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงทางเลือกในการรักษา และวิธีการป้องกัน
Key Takeaways

มะเร็งรังไข่ หรือ Ovarian Cancer คือหนึ่งในโรคมะเร็งทางระบบสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย โดยในประเทศไทยถือเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นอันดับ 6 ของมะเร็งทั้งหมดในหญิงไทย สถิติโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 5.2 ต่อประชากรสตรี 100,000 คนต่อปี สตรีที่ไม่มีประวัติของมะเร็งรังไข่ในครอบครัว จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ร้อยละ 1.4 หรือประมาณ 1 ใน 70 คน แต่โอกาสจะสูงขึ้นมากหากมีประวัติในครอบครัว รวมถึงผู้ที่มีการค้นพบยีนที่เกี่ยวข้อง เช่น ยีน BRCA
มะเร็งรังไข่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยชนิดของมะเร็งจะแตกต่างกันตามช่วงวัย ในเด็กและสตรีที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มักพบเป็นเนื้องอกรังไข่ชนิดเจอร์มเซลล์ถึงร้อยละ 60 สำหรับชนิดที่พบมากที่สุดคือ มะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 85 ของมะเร็งรังไข่ทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้มีอุบัติการณ์สูงขึ้นตามอายุ โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุ 40 ปี และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงอายุ 55 ปี ก่อนที่จะลดลง
มะเร็งรังไข่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ภัยเงียบ" (Silent Killer) เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักจะไม่มีอาการแสดงที่เฉพาะเจาะจง หรือมีอาการคล้ายกับโรคอื่น ๆ ทั่วไปในระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการของมะเร็งรังไข่ชัดเจน มักหมายถึงมะเร็งได้ลุกลามไปมากแล้ว
มะเร็งรังไข่ อาการเบื้องต้นในระยะเริ่มต้น ได้แก่
เมื่อโรคดำเนินไปในระยะที่รุนแรงมากขึ้นหรือมีการกระจายตัว ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการที่ชัดเจนกว่า โดยอาการระยะรุนแรง มีดังนี้

มะเร็งรังไข่ หรือ CA Ovary คือโรคที่เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน แม้ไม่ทราบว่ามะเร็งรังไข่ สาเหตุที่แน่ชัดคืออะไร แต่ปัจจัยต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะชนิดเยื่อบุผิว
เนื่องจากมะเร็งรังไข่ในระยะแรกมักไม่มีอาการจำเพาะ ทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและประเมินระยะของการแพร่กระจาย โดยแนวทางการตรวจมะเร็งรังไข่ จะประกอบด้วยวิธีการดังนี้

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่จะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาแบบผสมผสานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งวิธีการรักษาหลัก ๆ ได้แก่
การผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาหลักและสำคัญที่สุด โดยมีจุดประสงค์หลักสองประการ คือการกำหนดระยะของโรค (Staging) และการตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้ได้มากที่สุด (Debulking) เพื่อลดปริมาณเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายให้เหลือน้อยที่สุดก่อนการรักษาอื่น ๆ โดยทั่วไปจะมีการตัดรังไข่ ท่อนำไข่ มดลูก และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงออก
การผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เกือบทุกระยะ ในระยะแรก ผู้ป่วยที่ยังต้องการมีบุตรอาจพิจารณาผ่าตัดเพียงข้างเดียว แต่ในกรณีที่โรคมีการแพร่กระจาย หรือเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม การผ่าตัดจะมุ่งเน้นการนำเนื้อร้ายออกให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมา
เคมีบำบัด คือการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็ว เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัด หรือเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยสามารถใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อน (Neoadjuvant) หรือใช้หลังผ่าตัดเพื่อเสริมการรักษา (Adjuvant) สามารถให้ทางหลอดเลือดดำ หรือฉีดเข้าช่องท้องโดยตรง
วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ระยะต้น (ในบางกรณี) และระยะลุกลามะ ลุกลาม (Stage IC-IV) และผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว แต่ยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่มาก นอกจากนี้ยังใช้ในกรณีที่กลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ โดยจะพิจารณาตามชนิดและระยะของมะเร็ง เพื่อวางแผนการให้ยาที่เหมาะสมที่สุด
การรักษามุ่งเป้า เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับกลไกการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการไปจับกับโปรตีนหรือยีนที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้เซลล์มะเร็งอยู่รอดและเพิ่มจำนวน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ปกติของร่างกายน้อยกว่ายาเคมีบำบัดทั่วไป
การรักษาแบบมุ่งเป้าเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม หรือมะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่จำเพาะ เช่น มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA ซึ่งจะตอบสนองต่อยากลุ่ม PARP Inhibitors ได้ดี การรักษาแบบนี้มักใช้ร่วม หรือหลังการรักษาด้วยเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นแนวทางที่ใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง ให้จดจำและเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งกลไกการซ่อนตัวของเซลล์มะเร็งจากระบบภูมิคุ้มกัน
การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด เหมาะกับมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานอื่น มักถูกพิจารณาในผู้ป่วยที่มีลักษณะทางชีวภาพของมะเร็งที่บ่งชี้ว่าน่าจะตอบสนองต่อการรักษาประเภทนี้ ซึ่งการใช้ในมะเร็งรังไข่ยังคงอยู่ภายใต้การศึกษา เพื่อหาผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนต่อไป
การรักษาด้วยฮอร์โมน คือการใช้ยาเพื่อยับยั้งหรือลดผลกระทบของฮอร์โมนเอสโตรเจน เนื่องจากมะเร็งรังไข่บางประเภทมีการเจริญเติบโตที่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศหญิง การยับยั้งฮอร์โมนจึงช่วยควบคุมการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
การรักษาด้วยฮอร์โมนเหมาะสมกับมะเร็งรังไข่บางชนิดที่มีการแพร่กระจายช้า มะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำ หรือมะเร็งที่มีการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมน (Hormone Receptors) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยบางราย เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัด
การดูแลรักษาแบบประคับประคอง คือการดูแลที่เน้นการบรรเทาอาการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยและครอบครัว โดยจะช่วยจัดการกับอาการปวด อาการไม่สบายอื่น ๆ รวมถึงให้การสนับสนุนทางจิตใจ สังคม และอารมณ์ในทุกขั้นตอนของโรค
การดูแลรักษาแบบประคับประคองเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะ ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยจนถึงระยะสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่การรักษาเพื่อหายขาดทำได้ยาก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย มีกำลังใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ได้ 100% และยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูงพอในการตรวจมะเร็งรังไข่ในผู้ที่ไม่มีอาการ อย่างไรก็ตาม มีวิธีดูแลตนเองเพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค รวมถึงเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น
มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในสตรีไทย โดยเฉพาะในวัย 50 ปีขึ้นไป มักมาพร้อมกับอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ท้องอืด ปวดท้องน้อยเรื้อรัง การวินิจฉัยอาศัยอัลตราซาวนด์ และการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง การรักษาหลักคือการผ่าตัด ร่วมกับเคมีบำบัด และทางเลือกอื่น ๆ เช่น ยามุ่งเป้า แม้ป้องกันไม่ได้ 100% แต่การตรวจภายในประจำปีและการดูแลสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงได้
โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวชโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการ ตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ และให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังให้บริการวางแผนการรักษาแบบองค์รวมครบวงจร ตั้งแต่การผ่าตัด ไปจนถึงการให้เคมีบำบัด และการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อดูแลสุขภาพสตรีอย่างดีที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
การรับมือกับผลการวินิจฉัยต้องอาศัยการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ ควรพยายามพูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจ หรือเข้าร่วมกลุ่มบำบัดเพื่อระบายความรู้สึก นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง จะช่วยให้รู้สึกมีจุดมุ่งหมายและควบคุมสถานการณ์ได้ และที่สำคัญคือต้องให้เวลากับการดูแลตัวเอง ทั้งการรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการนอนหลับ
โอกาสรอดชีวิตขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งเมื่อแรกวินิจฉัย หากพบในระยะแรกมีโอกาสรักษาหายขาดสูง แต่เนื่องจากมะเร็งรังไข่มักพบเมื่อลุกลามแล้ว (ระยะ 3-4) ทำให้การรักษายากขึ้น อัตรารอดชีวิต 5 ปีโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 30-60% ทั้งนี้ การรักษาครบถ้วนตามแผน จะช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้มาก
มะเร็งรังไข่เกิดจากเซลล์ที่รังไข่ ส่วนมะเร็งปีกมดลูกเกิดที่ท่อนำไข่ (ปีกมดลูก) ซึ่งเป็นอวัยวะใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม มะเร็งรังไข่บางชนิดอาจมีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ของท่อนำไข่ การรักษาและการพยากรณ์โรคของมะเร็งทั้งสองชนิดมักคล้ายคลึงกัน เนื่องจากเซลล์มะเร็งมักแพร่กระจายไปถึงปีกมดลูกตั้งแต่ในระยะแรก ๆ
References
Mayo Clinic Staff. (2025, MAy 02). Ovarian cancer. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ovarian-cancer/symptoms-causes/syc-20375941
Ovarian cancer. (2025, January). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/ovarian-cancer/
Ovarian Cancer. (2022, November 14). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/4447-ovarian-cancer
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital