บทความสุขภาพ

Knowledge

คอเคล็ด ปวดคอเพราะนอนตกหมอน อันตรายไหม รักษายังไงดี?

นพ. ภูมิบาล เวศย์พิริยะกุล

เคยไหม? ตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการปวดคอเพราะนอนคอตกหมอน หรือนั่งผิดท่าแล้วอยู่ดี ๆ มีอาการปวดคอโดยไม่ทราบสาเหตุ นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการคอเคล็ดอยู่ก็เป็นได้ ถือเป็นอาการชั่วคราว เกิดขึ้นจากการใช้กล้ามเนื้อคอหนักเกินไปหรืออยู่ในอิริยาบถที่ผิดแปลก ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยตัวเอง แต่ในบางรายอาจมีสัญญาณอาการปวดคอที่ผิดปกติ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาให้ถูกวิธีต่อไป


ในบทความนี้จะพามาดูว่าจริง ๆ แล้วอาการปวดคอที่เผชิญอยู่นั้นเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวังและพบแพทย์หรือไม่ รวมถึงเรียนรู้วิธีแก้คอเคล็ด หันไม่ได้ให้ถูกจุดเพื่อป้องกันไม่ให้อาการดังกล่าวรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน


Key Takeaways


  • คอเคล็ด อาการปวดคอที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสมหรืออิริยาบถที่ผิดแปลก เช่น นอนผิดท่า นั่งทำงานเป็นเวลา ก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน
  • อาการคอเคล็ดสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจเป็นสัญญาณอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือกระดูกบริเวณคอ
  • วิธีแก้คอเคล็ดเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เพื่อบรรเทาอาการ ทั้งนี้หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

คอเคล็ดมีอาการอย่างไร?


ก่อนที่จะไปดูว่ามีวิธีแก้คอเคล็ดอะไรบ้างนั้น ลองมาดูกันว่าจริง ๆ แล้วอาการคอเคล็ดนั้นมีลักษณะอาการอย่างไร ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีระดับอาการที่แตกต่างกันออกไป บางรายอาจมีอาการปวดคอเล็กน้อย ปวดคอมาก ไปจนถึงมีอาการปวดจี๊ด หรือปวดแปลบ ๆ บริเวณต้นคอ โดยเฉพาะเวลาที่พยายามหมุนคอไปด้านใดด้านหนึ่ง


ขณะเดียวกันในบางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้อบริเวณหลังและไหล่กระตุก เจ็บปวด มีอาการปวดศีรษะ ช่วงลำคอแข็ง มีอาการบาดเจ็บของเส้นประสาท เส้นเลือด และกระดูกร่วมด้วยจนรบกวนการนอนหลับหรือใช้ชีวิตประจำวัน


คอเคล็ดเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?


คอเคล็ดเกิดจากอะไร

หากมีอาการคอเคล็ด แก้ยังไงดี อันดับแรกจำเป็นต้องรู้ถึงสาเหตุของอาการคอเคล็ดเกิดจากอะไร เพื่อที่จะทำการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและตรงจุด โดยสาเหตุก่อให้เกิดอาการคอเคล็ดส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น


  • ท่านอนที่ไม่ถูกต้อง โดยคออยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือมีปัญหานอนคอตกหมอน
  • เกิดแรงกระแทกที่ศีรษะกระทันหัน ทั้งจากอุบัติเหตุการหกล้ม หรืออุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา
  • การทำกิจกรรมที่มีการหันศีรษะไปด้านข้างใดข้างหนึ่งซ้ำ ๆ เช่น การว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์
  • การนั่งหลังค่อมเวลาเล่นคอมพิวเตอร์ หรือก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ
  • ภาวะเครียดที่มีส่วนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอตึงและแข็งเกร็ง

นอกจากนี้อาการคอเคล็ดยังสามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติบางอย่างของกล้ามเนื้อ หรือกระดูกบริเวณคอที่ทำหน้าที่ช่วยพยุงและซัปพอร์ตการเคลื่อนไหวของคอ รวมถึงกระดูกสันหลัง เช่น


  • โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคข้ออักเสบจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ
  • โรคคอเอียง (Torticollis)
  • การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบริเวณสมองและไขสันหลัง เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Mengingitis)
  • เนื้องอก (Tumor) ทั้งจากเนื้องอกในสมอง และเนื้องอกในกระดูกสันหลังส่วนคอ

คอเคล็ดเป็นแบบไหนอันตราย อาการแบบไหนที่ต้องระวัง?


คอเคล็ด ถือเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่หากมีอาการคอเคล็ด ทำยังไงอาการก็ไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือมีอาการแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ แนะนำควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตราย เช่น กระดูกกดทับเส้นประสาท กระดูกคอเสื่อม เอ็นหรือข้อต่อเกิดความเสียหายได้


  • รู้สึกปวดคอภายหลังจากการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • มีอาการปวดคอร้าวลงส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น แขน แผ่นหลัง ขา
  • มีอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตั้งแต่บริเวณคอ แขน หรือขา
  • ต้นคอมีอาการบวม
  • มีไข้ ปวดศีรษะ ตัวร้อน คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการเจ็บปวดบริเวณหน้าอก

คอเคล็ดสามารถวินิจฉัยได้อย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง?


แก้คอเคล็ด

เพื่อให้มั่นใจว่าอาการที่เผชิญอยู่เป็นอาการคอเคล็ดปกติ ไม่ใช่โรคหรือปัญหาที่รุนแรงกว่า รวมถึงเพื่อให้สามารถแก้คอเคล็ดได้อย่างตรงจุด ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอาการที่แม่นยำก่อน โดยมีขั้นตอนในการวินิจฉัยอาการคอเคล็ด ดังนี้


  • แพทย์ซักประวัติสุขภาพหรือประวัติทางการแพทย์ เช่น ระยะเวลาของอาการ เป็นมานานแค่ไหน เคยได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณที่ศีรษะหรือคอมาก่อนหรือไม่
  • แพทย์ทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น โดยจะสังเกตท่าทางหรือการเคลื่อนไหว ตรวจคลำบริเวณศีรษะ ลำคอ ไหล่ และแผ่นหลังเพื่อดูอาการปวดตึง หรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกบริเวณนั้น
  • หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจมีการตรวจเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การทำ CT Scan หรือ MRI เพื่อให้มองเห็นลักษณะของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทและกระดูกชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ทดสอบการตอบสนองของเส้นประสาทหรือตรวจปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ เพื่อประเมินว่ามีความเสียหายหรือบาดเจ็บที่เส้นประสาทหรือไม่

การเข้ารับการวินิจฉัยอาการคอเคล็ดโดยแพทย์ที่ถูกต้อง สามารถช่วยประเมินลักษณะอาการได้อย่างแม่นยำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้


รักษาอาการคอเคล็ดได้อย่างไรบ้าง?


อาการปวดคอเนื่องจากคอเคล็ดมักเกิดขึ้นจากกิจวัตรประจำวันทั่วไปหรือกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ซึ่งหากมีอาการคอเคล็ด วิธีแก้เบื้องต้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้


  • ปรับเปลี่ยนอิริยาบถให้เหมาะสม เช่น หากนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานควรลุกขึ้นไปยืดเส้นยืดสาย หรือนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ควรหาเวลาพักสายตา
  • หมั่นออกกำลังกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลัง
  • จัดท่านอนให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม เช่น นอนตะแคง จัดให้คออยู่ในแนวเดียวกันกับร่างกาย เลือกหมอนที่มีความสูงระดับเหมาะสม เลือกใช้หมอนรองคอเพื่อป้องกันคอตกหมอน
  • ประคบเย็นหรือประคบอุ่น เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ผ่อนคลายการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) เพื่อบรรเทาอาการปวด

สำหรับใครที่เลือกใช้วิธีข้างต้นในการดูแลอาการคอเคล็ดแล้วแต่ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถตอบสนองต่อการใช้ยาได้ ควรเข้าพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น


  • การฝังเข็ม โดยการฝังเข็มขนาดเล็กลงเข้าไปในกล้ามเนื้อ เพื่อบรรเทาอาการปวดคอ รวมถึงบริเวณบ่า ไหล่
  • การนวด หรือการทำกายภาพบำบัด
  • การใช้ยาที่มีโดสเข้มข้นมากขึ้น เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาโคเดอีน (Codeine)
  • การฉีดยาเฉพาะจุด โดยเฉพาะการฉีดยาสเตียรอยด์ หรือยาชาบริเวณเส้นประสาทเพื่อบรรเทาอาการหดเกร็ง หรืออาการปวดของกล้ามเนื้อ
  • การผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ใช้วิธีการรักษาอื่นไม่ได้ผล หรือมีอาการคอเคล็ดเรื้อรังเนื่องจากกระดูกสันหลังหรือเส้นประสาทเสียหาย

คอเคล็ด อาการไม่รุนแรง แต่อันตรายกว่าที่คิด


คอเคล็ด อาการเจ็บปวดบริเวณคอที่พบได้บ่อยเพราะมักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการนอนผิดท่า การนั่งก้มหน้าเป็นเวลานาน อุบัติเหตุหกล้ม รถชน เป็นต้น ซึ่งถึงแม้จะเป็นอาการที่สามารถบรรเทาอาการด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง และจำเป็นต้องรีบเข้าพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม


หากเป็นกังวลเกี่ยวกับอาการปวดคอ คอเคล็ด ทำไงดี สามารถเข้ารับการปรึกษาทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจากศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยมีทีมแพทย์มากประสบการณ์พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย สามารถให้คำปรึกษาและการรักษาที่ตอบโจทย์ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด และดูแลสุขภาพกระดูกคอให้แข็งแรงได้ในระยะยาว


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการคอเคล็ด


1. อาการคอเคล็ดป้องกันได้ไหม?


สามารถป้องกันอาการคอเคล็ดได้โดยการปรับอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ท่านั่ง ท่านอนให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ รวมถึงลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น ภาวะเครียด การสูบบุหรี่


2. คอเคล็ดกี่วันหาย?


อาการคอเคล็ดกี่วันหายนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ บางรายอาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่นาที ขณะที่บางรายอาจปวดนาน 2-3 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล


References


Stiff neck: Common causes & how to treat them. (2022, November 28). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/24477-stiff-neck


Berry, J. (2024, January 19). Stiff neck: Causes, treatment, and when to see a doctor. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/324070


Wells, D. (2023). How to fix a stiff neck: Home remedies and treatments. Healthline. https://www.healthline.com/health/how-to-get-rid-of-a-stiff-neck


Staehler, R. (n.d.). Stiff neck causes, symptoms, and treatment. Spine-health. https://www.spine-health.com/conditions/neck-pain/stiff-neck-causes-symptoms-and-treatment

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital