บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

เมื่อไตของผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป การบำบัดทดแทนไต หรือ ‘Kidney Replacement Therapy’ คือกระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตต่อไปได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่าการบำบัดทดแทนไตคืออะไร มีความจำเป็นเมื่อไหร่ และมีวิธีการรักษาหลัก ๆ อะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถเตรียมพร้อม และตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
Key Takeaways
การบำบัดทดแทนไต หรือ Kidney Replacement Therapy คือกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อขจัดของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนไม่สามารถประคองชีวิตด้วยการใช้ยาได้แล้ว
KRT คือการบำบัดที่มีความสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันเพื่อรอให้ไตฟื้นตัว และสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำการบำบัดไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตจากการที่ไตไม่สามารถทำงานได้

การบำบัดทดแทนไต (KRT) คือการรักษาที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทเมื่อไตของผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้มากพอ โดยปกติจะพิจารณาเมื่ออัตราการกรองของไต (eGFR) ต่ำกว่า 6 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือต่ำกว่า 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ร่วมกับภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง เช่น
โดยทั่วไป เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเข้าสู่ระยะที่ 4 (eGFR ต่ำกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตร.ม.) แพทย์จะเริ่มให้ข้อมูลพร้อมแนะนำเกี่ยวกับการบำบัดทดแทนไต เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเตรียมความพร้อมในการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Kidney Replacement Therapy คือกระบวนการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตวายสามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยมีหลายวิธีที่แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย หากสงสัยว่าการล้างไตมีกี่แบบนั้น การทำ KRT มีวิธีหลัก ๆ ได้แก่ การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม, การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต โดยมีรายละเอียดดังนี้
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) หรือการฟอกเลือด คือ การนำเลือดที่มีของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านเครื่องไตเทียม ที่ทำหน้าที่กรองของเสียออก เลือดที่ผ่านการกรองแล้วจะไหลกลับสู่ร่างกาย ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
ก่อนเริ่มการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเตรียมหลอดเลือด ซึ่งทำได้ 2 วิธีหลัก ได้แก่
1. ผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับการฟอกเลือด ทำได้ 2 รูปแบบ คือ
อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดทั้งสองรูปแบบจะยังใช้หลอดเลือดทันทีไม่ได้ โดยเฉพาะในกรณีของ AV Fistula (AVF) ซึ่งจำเป็นต้องรออย่างน้อย 1-2 เดือนเพื่อให้หลอดเลือดแข็งแรง วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการมาก สามารถรอให้หลอดเลือดกลับมาแข็งแรงได้
2. การใส่สายฟอกเลือดเข้าในหลอดเลือดดำ วิธีนี้แพทย์จะใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดำเพื่อต่อกับเครื่องไตเทียม อาจทำบริเวณเส้นเลือดดำที่ต้นคอ ขาหนีบ หรือหัวไหล่ โดยมีทั้งรูปแบบชั่วคราว (Double Lumen Catheter) ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการฟอกเลือดฉุกเฉิน และแบบกึ่งถาวร (Permanent Catheter) ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดหลอดเลือดแบบทั่วไปได้
การล้างไตทางช่องท้อง เป็นหนึ่งในวิธีการการบำบัดทดแทนไตที่ผู้ป่วยทำได้เองที่บ้าน โดยใช้เยื่อบุผนังช่องท้องตามธรรมชาติเป็นตัวกรอง แพทย์จะผ่าตัดใส่สายสวนขนาดเล็กไว้ที่หน้าท้อง จากนั้นผู้ป่วยจะใส่น้ำยาฟอกไตเข้าไปในช่องท้องประมาณ 2 ลิตร ค้างไว้ 4-8 ชั่วโมง เพื่อให้ของเสียจากเลือดแพร่ผ่านเยื่อบุช่องท้องออกมาในน้ำยา เมื่อครบกำหนดก็จะระบายน้ำยาที่มีของเสียออก และใส่น้ำยาชุดใหม่เข้าไป ทำแบบนี้ประมาณวันละ 4 ครั้ง
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจรุนแรง ผู้ที่ไม่สามารถผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดเพื่อการฟอกไตได้ รวมถึงผู้ป่วยเด็ก เพราะเป็นวิธีที่ผู้ป่วยมีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า
การปลูกถ่ายไต ถือเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยเป็นการนำไตจากผู้บริจาคที่เข้ากันได้มาปลูกถ่ายเพิ่มเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยไม่ได้นำไตเก่าออก การผ่าตัดจะนำไตใหม่ไปวางไว้ที่อุ้งเชิงกราน แล้วต่อเข้ากับหลอดเลือดและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งไตข้างเดียวก็เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านไตใหม่ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจหรือมะเร็ง และไม่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ
การบำบัดทดแทนไต (Kidney Replacement Therapy : KRT) คือทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อีกต่อไป โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินที่ไตไม่สามารถขับออกได้เอง ซึ่งการรักษาจะเริ่มพิจารณาเมื่อไตทำงานได้น้อยมากร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
หากคุณและครอบครัวกำลังเผชิญกับภาวะไตวาย และต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาที่ครอบคลุม สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผลข้างเคียงของการฟอกไต คืออาการวิงเวียน หน้ามืด จากความดันโลหิตต่ำ, คันบริเวณผิวหนัง, ตะคริว, อาการแพ้สารในน้ำยาฟอกไต, การติดเชื้อบริเวณเส้นเลือดหรือสายฟอกไต, ภาวะหัวใจผิดปกติ
ผู้ป่วยที่เหมาะกับการบำบัดทดแทนไตคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น เช่น ภาวะน้ำเกิน ภาวะความดันโลหิตต่ำมาก ภาวะเลือดเป็นกรด หรือมีของเสียคั่งในร่างกายจนอยู่ในภาวะวิกฤต
References
Dr. Liji Thomas, MD. (n.d.). Renal Replacement Therapy. News Medical. https://www.news-medical.net/health/Renal-Replacement-Therapy.aspx
L. Aimee Hechanova, MD. (2024, July). Overview of Renal Replacement Therapy. MSD Manuals. https://www.msdmanuals.com/professional/genitourinary-disorders/renal-replacement-therapy/overview-of-renal-replacement-therapy
Hollie Saunders. (2024, March 10). Continuous Renal Replacement Therapy. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK556028/
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital