บทความสุขภาพ

Knowledge

Kidney Replacement Therapy คืออะไร วิธีรักษาที่ผู้ป่วยไตควรรู้

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

Kidney Replacement Therapy คืออะไร วิธีรักษาที่ผู้ป่วยไตควรรู้

เมื่อไตของผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป การบำบัดทดแทนไต หรือ ‘Kidney Replacement Therapy’ คือกระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตต่อไปได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่าการบำบัดทดแทนไตคืออะไร มีความจำเป็นเมื่อไหร่ และมีวิธีการรักษาหลัก ๆ อะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถเตรียมพร้อม และตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด


Key Takeaways


  • Kidney Replacement Therapy คือ การรักษาเพื่อขจัดของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ในกรณีที่ไตไม่สามารถทำงานได้ปกติ และรักษาด้วยการใช้ยาไม่ได้ผล
  • KRT คือการรักษาที่เข้ามามีบทบาทเมื่อไตของผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้อย่างเพียงพอ ร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่สามารถรักษาแบบประคับประคองได้
  • วิธีการบำบัดทดแทนไต ทำได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต

การบำบัดทดแทนไต (Kidney Replacement Therapy) คืออะไร


การบำบัดทดแทนไต หรือ Kidney Replacement Therapy คือกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อขจัดของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนไม่สามารถประคองชีวิตด้วยการใช้ยาได้แล้ว


KRT คือการบำบัดที่มีความสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันเพื่อรอให้ไตฟื้นตัว และสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำการบำบัดไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตจากการที่ไตไม่สามารถทำงานได้


เมื่อไหร่ถึงต้องทำการบำบัดทดแทนไต พิจารณาจากภาวะแทรกซ้อนใดบ้าง


การบำบัดทดแทนไต

การบำบัดทดแทนไต (KRT) คือการรักษาที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทเมื่อไตของผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้มากพอ โดยปกติจะพิจารณาเมื่ออัตราการกรองของไต (eGFR) ต่ำกว่า 6 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือต่ำกว่า 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ร่วมกับภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง เช่น


  • ภาวะน้ำและเกลือแร่ส่วนเกิน ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายหรือระบบการหายใจล้มเหลว
  • ความผิดปกติของระดับเกลือแร่ และภาวะเลือดเป็นกรด ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
  • เยื่อหุ้มปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ จากการคั่งของของเสีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีภาวะขาดสารอาหารรุนแรงจากของเสียคั่งในภาวะไตวาย
  • ความรู้สึกตัวลดลง หรือมีอาการชักกระตุก ซึ่งเกิดจากการสะสมของเสียในร่างกาย

โดยทั่วไป เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเข้าสู่ระยะที่ 4 (eGFR ต่ำกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตร.ม.) แพทย์จะเริ่มให้ข้อมูลพร้อมแนะนำเกี่ยวกับการบำบัดทดแทนไต เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเตรียมความพร้อมในการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป


วิธีการบำบัดทดแทนไต ทำได้อย่างไรบ้าง


วิธีการบำบัดทดแทนไต

Kidney Replacement Therapy คือกระบวนการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตวายสามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยมีหลายวิธีที่แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย หากสงสัยว่าการล้างไตมีกี่แบบนั้น การทำ KRT มีวิธีหลัก ๆ ได้แก่ การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม, การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต โดยมีรายละเอียดดังนี้


การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)


การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) หรือการฟอกเลือด คือ การนำเลือดที่มีของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านเครื่องไตเทียม ที่ทำหน้าที่กรองของเสียออก เลือดที่ผ่านการกรองแล้วจะไหลกลับสู่ร่างกาย ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์


ก่อนเริ่มการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเตรียมหลอดเลือด ซึ่งทำได้ 2 วิธีหลัก ได้แก่


1. ผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับการฟอกเลือด ทำได้ 2 รูปแบบ คือ


  • การใช้หลอดเลือดเทียม เป็นการต่อหลอดเลือดดำกับหลอดเลือดแดงของผู้ป่วย ผ่านการใช้หลอดเลือดเทียม หรือ AV Graft
  • การใช้หลอดเลือดของผู้ป่วยเอง เป็นการนำหลอดเลือดดำต่อกับหลอดเลือดแดงบริเวณแขน เพื่อให้เส้นเลือดดำใหญ่ขึ้น และมีแรงดันพอที่จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่เครื่องไตเทียมได้ หรือ AV Fistula (AVF)

อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดทั้งสองรูปแบบจะยังใช้หลอดเลือดทันทีไม่ได้ โดยเฉพาะในกรณีของ AV Fistula (AVF) ซึ่งจำเป็นต้องรออย่างน้อย 1-2 เดือนเพื่อให้หลอดเลือดแข็งแรง วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการมาก สามารถรอให้หลอดเลือดกลับมาแข็งแรงได้


2. การใส่สายฟอกเลือดเข้าในหลอดเลือดดำ วิธีนี้แพทย์จะใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดำเพื่อต่อกับเครื่องไตเทียม อาจทำบริเวณเส้นเลือดดำที่ต้นคอ ขาหนีบ หรือหัวไหล่ โดยมีทั้งรูปแบบชั่วคราว (Double Lumen Catheter) ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการฟอกเลือดฉุกเฉิน และแบบกึ่งถาวร (Permanent Catheter) ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดหลอดเลือดแบบทั่วไปได้


การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis)


การล้างไตทางช่องท้อง เป็นหนึ่งในวิธีการการบำบัดทดแทนไตที่ผู้ป่วยทำได้เองที่บ้าน โดยใช้เยื่อบุผนังช่องท้องตามธรรมชาติเป็นตัวกรอง แพทย์จะผ่าตัดใส่สายสวนขนาดเล็กไว้ที่หน้าท้อง จากนั้นผู้ป่วยจะใส่น้ำยาฟอกไตเข้าไปในช่องท้องประมาณ 2 ลิตร ค้างไว้ 4-8 ชั่วโมง เพื่อให้ของเสียจากเลือดแพร่ผ่านเยื่อบุช่องท้องออกมาในน้ำยา เมื่อครบกำหนดก็จะระบายน้ำยาที่มีของเสียออก และใส่น้ำยาชุดใหม่เข้าไป ทำแบบนี้ประมาณวันละ 4 ครั้ง


วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจรุนแรง ผู้ที่ไม่สามารถผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดเพื่อการฟอกไตได้ รวมถึงผู้ป่วยเด็ก เพราะเป็นวิธีที่ผู้ป่วยมีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า


การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation)


การปลูกถ่ายไต ถือเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยเป็นการนำไตจากผู้บริจาคที่เข้ากันได้มาปลูกถ่ายเพิ่มเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยไม่ได้นำไตเก่าออก การผ่าตัดจะนำไตใหม่ไปวางไว้ที่อุ้งเชิงกราน แล้วต่อเข้ากับหลอดเลือดและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งไตข้างเดียวก็เพียงพอต่อการใช้ชีวิต


หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านไตใหม่ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจหรือมะเร็ง และไม่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ


Kidney Replacement Therapy คือทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยโรคไต


การบำบัดทดแทนไต (Kidney Replacement Therapy : KRT) คือทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อีกต่อไป โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินที่ไตไม่สามารถขับออกได้เอง ซึ่งการรักษาจะเริ่มพิจารณาเมื่อไตทำงานได้น้อยมากร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง


หากคุณและครอบครัวกำลังเผชิญกับภาวะไตวาย และต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาที่ครอบคลุม สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Kidney Replacement Therapy


1. ผลข้างเคียงของการฟอกไตมีอะไรบ้าง?


ผลข้างเคียงของการฟอกไต คืออาการวิงเวียน หน้ามืด จากความดันโลหิตต่ำ, คันบริเวณผิวหนัง, ตะคริว, อาการแพ้สารในน้ำยาฟอกไต, การติดเชื้อบริเวณเส้นเลือดหรือสายฟอกไต, ภาวะหัวใจผิดปกติ


2. Kidney Replacement Therapy (RRT) เหมาะกับใครบ้าง?


ผู้ป่วยที่เหมาะกับการบำบัดทดแทนไตคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น เช่น ภาวะน้ำเกิน ภาวะความดันโลหิตต่ำมาก ภาวะเลือดเป็นกรด หรือมีของเสียคั่งในร่างกายจนอยู่ในภาวะวิกฤต


References


Dr. Liji Thomas, MD. (n.d.). Renal Replacement Therapy. News Medical. https://www.news-medical.net/health/Renal-Replacement-Therapy.aspx


L. Aimee Hechanova, MD. (2024, July). Overview of Renal Replacement Therapy. MSD Manuals. https://www.msdmanuals.com/professional/genitourinary-disorders/renal-replacement-therapy/overview-of-renal-replacement-therapy


Hollie Saunders. (2024, March 10). Continuous Renal Replacement Therapy. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK556028/

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital