บทความสุขภาพ

Knowledge

ไตวายจากความดันโลหิตสูง คืออะไร อาการอันตรายที่ควรสังเกต

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

ไตวายจากความดันโลหิตสูง คืออะไร อาการอันตรายที่ควรสังเกต

ไตวายจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Nephropathy) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและอันตราย เนื่องจากมักค่อย ๆ ดำเนินโรคอย่างเงียบ ๆ โดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จะส่งผลให้โครงสร้างหลอดเลือดในไตถูกทำลาย จนนำไปสู่การเสื่อมและไตวาย ซึ่งหากไม่รีบรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิต หรือต้องพึ่งพาการฟอกไตไปตลอดชีวิตได้ ดังนั้น การรู้เท่าทันอาการไตวายจากความดันโลหิตสูง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจอย่างยิ่ง


Key Takeaways


  • ความดันโลหิตสูง มีผลต่อไตโดยตรง ทำให้หลอดเลือดฝอยภายในไตเกิดการตีบแคบ และผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง จนเกิดของเสียสะสมในร่างกาย
  • ผู้ป่วยไตวายจากความดันโลหิตสูง มีอาการที่พบได้บ่อย เช่น อาการบวม ตัวซีด ปัสสาวะผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เนื่องจากมีของเสียสะสมในเลือด
  • วิธีรักษาเบื้องต้นจะเน้นการปรับพฤติกรรม เช่น ลดโซเดียม ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และรับประทานยาลดความดันโลหิตตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

รู้ทันไตวายจากความดันโลหิตสูง คืออะไร?


ไตวายจากความดันโลหิตสูง คือภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากแรงดันเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดแดงในไตสูงเกินไป (High Blood Pressure) ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้นและตีบแคบลง (Hyaline Arteriolosclerosis) ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไตได้น้อยลง เมื่อเซลล์ไตขาดเลือดและออกซิเจน จะค่อย ๆ เกิดการฝ่อและกลายเป็นพังผืด ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง และเกิดการสะสมของสารพิษในร่างกาย


โรคไตกับความดันโลหิตสูงมีความสัมพันธ์แบบสองทาง กล่าวคือ ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อม และเมื่อไตเสื่อม ไตจะหลั่งฮอร์โมนแองจิโอเทนซิน- 2 (Angiotensin- ll) มากขึ้น ทำให้มีการดึงน้ำและเกลือแร่กลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น หลอดเลือดฝอยในไตตีบมากขึ้น และเกิดการอักเสบในเนื้อไตมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอีก และนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD) ในที่สุด


ไตวายจากความดันโลหิตสูง อาการเป็นอย่างไร


ความดันโลหิตสูง มีผลต่อไต

อาการของภาวะนี้มักค่อยเป็นค่อยไป หลายคนอาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเข้าสู่โรคไตระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease - ESRD) โดยอาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่


  • ปัสสาวะเป็นฟอง : เกิดจากภาวะโปรตีนรั่ว (Proteinuria) ออกมาในปัสสาวะ เนื่องจากไตเสื่อมสภาพ
  • อาการบวม (Edema) : โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้ง หลังเท้า หรือบนใบหน้า เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกายได้ตามปกติ
  • ความดันโลหิตคุมยาก : แม้จะทานยาแล้วแต่ค่าความดันยังสูงผิดปกติ หรือบางรายอาจพบภาวะ ฟอกไตแล้วความดันสูง ซึ่งเกิดจากการคั่งของน้ำ
  • อ่อนเพลียและซีด : ไตผลิตฮอร์โมน Erythropoietin ลดลง ทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลงจนเกิดภาวะโลหิตจาง
  • คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร : จากการสะสมของของเสีย (Uremia Toxin) ในกระแสเลือด

สำหรับการเฝ้าระวังค่าความดันโลหิตที่เหมาะสม มีเกณฑ์ดังนี้


  1. กลุ่มที่มีภาวะไตเสื่อมอยู่แล้ว : ควรคุมระดับความดันให้เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเป้าหมายมักอยู่ที่ไม่เกิน 130/80 mmHg เพื่อชะลอการเสื่อมของไต
  2. กลุ่มทั่วไปที่มีความดันโลหิตสูงแต่ยังไม่มีโรคไต : ควรพยายามรักษาค่าความดันให้ต่ำกว่า 140/90 หรือน้อยกว่า 130/80 mmHg ถ้าไม่มีข้อห้าม
  3. กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีเบาหวานร่วมด้วย : เป้าหมายความดันต้องประเมินเป็นรายบุคคลตามดุลยพินิจของแพทย์

ป้องกันไตวายจากความดันโลหิตสูง ดูแลตัวเองอย่างไรดี?


การป้องกันไม่ให้เกิดความดันโลหิตสูงกับไตเสื่อม สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมปัจจัยเสี่ยงและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ดังนี้


  • ควบคุมการบริโภคโซเดียม : ลดเค็ม ลดเครื่องปรุงรส และอาหารแปรรูป เพื่อลดภาระการทำงานของไต และลดแรงดันในหลอดเลือด
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง : งดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ความดันโลหิตขึ้นสูง
  • ระวังเรื่องยา : หลีกเลี่ยงกลุ่มยาต้องห้ามสำหรับโรคไต เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (ไอบูโพรเฟน) หรือยาสมุนไพรที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : เพื่อรักษาสมดุลของระบบไหลเวียนโลหิต แต่สำหรับผู้ที่มีอาการปัสสาวะเป็นฟอง หรือเริ่มมีอาการบวม ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมต่อวัน
  • ควบคุมน้ำหนักตัว : ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตสูงและไตทำงานหนัก
  • ติดตามสุขภาพ : รับประทานยาและวัดความดันโลหิตเป็นประจำ พร้อมบันทึกค่าความดันเพื่อให้แพทย์ประเมินแนวโน้มไตวายจากความดันโลหิตสูง
  • ตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ : ตรวจดูค่า eGFR, BUN และ Creatinine คือค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของไต รวมถึงตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) และปริมาณโปรตีน (Albumin) ที่รั่วทางปัสสาวะ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคไต

ไตวายจากความดันโลหิตสูง รักษาได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?


โรคไตจากความดันโลหิตสูง

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตจากความดันโลหิตสูง เป้าหมายหลักของการรักษาคือการ "ชะลอ" ความเสื่อมของไตให้ช้าที่สุด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้


1. จำกัดปริมาณโซเดียม


การลดโซเดียมเป็นวิธีรักษาโรคไตเบื้องต้นที่สำคัญ โดยแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เกลือประมาณ 1 ช้อนชา หรือโซเดียมคลอไรด์ 5 กรัม) เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกาย และช่วยให้การควบคุมความดันโลหิตทำได้ง่ายขึ้น


2. ทานอาหารที่มีประโยชน์


เน้นการรับประทานอาหารแบบ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension) ซึ่งเน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช อย่างไรก็ตาม หากเข้าสู่ภาวะไตเสื่อมระยะท้าย ผู้ป่วยบางรายต้องระวังผัก ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เนื่องจากไตไม่สามารถขับออกได้เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (Hyperkalemia) ส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง-ต่ำ ต่างกัน

3. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ


ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และช่วยคุมระดับน้ำหนักตัว ซึ่งส่งผลดีต่อความดันโลหิต ทั้งยังลดความเสี่ยงโรคหัวใจอีกด้วย


4. การใช้ยา


การใช้ยาลดความดันโลหิตเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาที่สำคัญ โดยแพทย์จะเลือกใช้ยา 5 กลุ่มหลักตามความเหมาะสมของคนไข้ ทั้งสภาวะไต ระยะของโรค และโรคร่วมอื่น ๆ โดยยารักษาความดันโลหิตสูงที่ใช้บ่อยมี 5 กลุ่มหลัก ได้แก่


  • Angiotensin Converting Enzyme Inhibitor (ACEI)
  • Angiotensin Receptor Blockers (ARB)
  • Beta-Blocker (BB)
  • Calcium-Channel Blockers (CCB)
  • ยาขับปัสสาวะ เช่น Thiazide รวมถึง Chlorthalidone และ Indapamide

ไตวายจากความดันโลหิตสูง ควรหมั่นดูแลรักษาควบคุมอาการ


ไตวายจากความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ทั้งหมด แต่สามารถชะลอการเสื่อมของไตและยืดระยะเวลาการทำงานของไตได้ ถ้าดูแลอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง หากคุณเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติและรับการตรวจสุขภาพไตสม่ำเสมอ


โรงพยาบาลพระรามเก้า มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไตที่ทำงานประสานงานร่วมกับแพทย์สาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การตรวจสุขภาพไตเพื่อค้นหาความผิดปกติในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการรักษาในระดับสูง เช่น การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีมาตรฐาน และการผ่าตัดเปลี่ยนไต เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไตวายจากความดันโลหิตสูง


1. ความดันโลหิตสูงทำให้ไตวายได้อย่างไร?


แรงดันเลือดที่สูงจะทำให้หลอดเลือดฝอยในไตหนาตัวและตีบแคบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตได้น้อยลง เซลล์ไตจึงตายและเกิดพังผืดจนไม่สามารถกรองของเสียได้


2. ความดันโลหิตสูงแค่ไหนถึงเป็นอันตรายต่อไต?


หากค่าความดันสูงกว่า 140/90 mmHg ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะเริ่มส่งผลเสีย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อควบคุมความดันอย่างเหมาะสม


3. จะรู้ได้อย่างไรว่าความดันสูงเริ่มกระทบต่อไตแล้ว?


สังเกตได้จากการตรวจปัสสาวะแล้วพบโปรตีนรั่ว หรือการเจาะเลือดแล้วพบค่าของเสีย (Creatinine) สูงขึ้น รวมถึงอาจมีอาการบวมตามร่างกาย ปัสสาวะเป็นฟอง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย โลหิตจาง เป็นต้น


4. กินยาลดความดันนาน ๆ ทำให้ไตพังไหม?


ไม่ทำให้ไตพัง เนื่องจากยาความดันส่วนใหญ่ช่วย "ปกป้อง" ไตไม่ให้ทำงานหนักเกินไปจากความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยจึงควรทานยาสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด


5. ไตวายจากความดันโลหิตสูง รักษาหายไหม?


หากเป็นไตวายเรื้อรังแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้เนื้อไตกลับมาสมบูรณ์ได้ 100% แต่การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้อาการคงที่ และชะลอการเสื่อมของไตได้ ส่วนในกรณีไตวายระยะท้าย แพทย์จะประเมินความจำเป็นเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่อง หรือทำการปลูกถ่ายไต


References


Understanding Hypertensive Nephropathy: Causes, Symptoms, and Treatment Options. (2023, Mar 24). Narayana Health. https://www.narayanahealth.org/blog/understanding-hypertensive-nephropathy-causes-symptoms-and-treatment-options


Hypertensive Nephropathy: How High Blood Pressure Affects Your Kidneys. (n.d.). Southwest Kidney Institute. https://swkidney.com/blog/hypertensive-nephropathy-how-high-blood-pressure-affects-your-kidneys/


Zhang, Z. (2025, February). Hypertensive Arteriolar Nephrosclerosis. MSD Manuals. https://www.msdmanuals.com/home/kidney-and-urinary-tract-disorders/blood-vessel-disorders-of-the-kidneys/hypertensive-arteriolar-nephrosclerosis

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital