บทความสุขภาพ

Knowledge

HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) คืออะไร? รักษาอย่างไร

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) คืออะไร? รักษาอย่างไร

HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) หรือกลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก และไตวายเฉียบพลัน คือภาวะความผิดปกติร้ายแรงที่เกิดขึ้นในระบบเลือดและไต โดยมีลักษณะเฉพาะคือเม็ดเลือดแดงถูกทำลายก่อนวัยอันควร และการลดลงของเกล็ดเลือด หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดขนาดเล็กในไตอาจลุกลาม จนกลายเป็นภาวะไตวายเฉียบพลัน และมีโอกาสพัฒนาไปสู่โรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไตไปตลอดชีวิตได้


มาทำความรู้จักกับ HUS คืออะไร เกิดจากอะไร พร้อมแนวทางการป้องกันและรักษาเพื่อสุขภาพที่ยืนยาวในบทความนี้


Key Takeaways


  • HUS เป็นภาวะวิกฤตที่พบยาก (ประมาณ 1-3 ราย ต่อประชากร 100,000 คน) แต่รุนแรงถึงชีวิตจากการที่เม็ดเลือดถูกทำลายและไตวายเฉียบพลัน
  • สาเหตุ HUS หลักมาจากเชื้อ E. coli (STEC) ที่ปนเปื้อนในอาหารและปล่อยสารพิษเข้าทำลายระบบเลือด
  • สัญญาณเตือน HUS ที่สำคัญคืออาการท้องเสียเป็นเลือด ร่วมกับภาวะซีด ตัวเหลือง และปัสสาวะน้อยลงอย่างผิดปกติ
  • การรักษา HUS คือเน้นการประคับประคอง ทั้งการให้สารน้ำ การฟอกไตชั่วคราว และการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

HUS คืออะไร? แบคทีเรียที่นำไปสู่ภาวะวิกฤตที่ยากจะรับมือ


HUS ย่อมาจาก Hemolytic Uremic Syndrome เป็นกลุ่มอาการที่พบได้ยาก (Rare Disease) แต่มีความรุนแรงถึงขั้นวิกฤต และเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งมีอัตราการตายประมาณ 5% โดยความน่ากลัวของ HUS คือการที่ร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง จนเกิดความผิดปกติในระบบเลือดและทำลายอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ไต" ได้

หัวใจสำคัญของกลไกนี้เกิดจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียกลุ่มที่สร้างสารพิษ (มักเป็น Escherichia coli สายพันธุ์ O157:H7) เข้าสู่ร่างกาย โดยปนเปื้อนในเนื้อดิบ, นมไม่พาสเจอไรซ์, อาหารที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ กระตุ้นการอักเสบ (Inflammatory cytokines) สารพิษเหล่านี้จะเข้าสู่กระแสเลือดและเริ่มทำลายเม็ดเลือดแดง (Erythrocyte) จนแตกตัว และทำให้เกล็ดเลือด (Platelet) ต่ำลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันขนาดเล็กในหลอดเลือดฝอย นำไปสู่ Acute Kidney Injury (AKI) หรือภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดของกลุ่มอาการนี้


HUS สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ควรระวัง มีอะไรบ้าง


TTP HUS คือ

กลุ่มอาการ HUS ไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย แต่มีชนวนเหตุสำคัญจากการติดเชื้อและสารพิษที่เข้ามาทำลายนระบบภายใน โดยสาเหตุหลักสามารถจำแนกได้ดังนี้


  • การติดเชื้อ Shiga toxin-producing Escherichia coli (STEC) : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด (ประมาณ 90% ของผู้ป่วย) โดยเฉพาะสายพันธุ์ O157:H7 ซึ่งมักปนเปื้อนในอาหารที่ปรุงไม่สุก เช่น เนื้อวัว นมดิบ หรือผักผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด
  • การติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสชนิดอื่น : เช่น Shigella dysenteriae หรือในบางกรณีอาจเกิดจากเชื้อ Streptococcus pneumoniae ซึ่งเข้าไปกระตุ้นปฏิกิริยาในระบบเลือด
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม (Atypical HUS) : เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันในกลุ่ม Complement System ที่ทำงานผิดปกติและทำ ลายเซลล์ของตนเอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้น้อยแต่มีความเรื้อรังสูง
  • ผลข้างเคียงจากยาและสารเคมี : การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาเคมีบำบัดบางชนิด หรือยาในกลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressants) อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์บุผนังหลอดเลือดจนพัฒนาเป็นกลุ่มอาการนี้ได้

HUS อาการแสดงที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด เป็นอย่างไรบ้าง


เมื่อร่างกายได้รับเชื้อและสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด อาการมักจะเริ่มต้นจากระบบทางเดินอาหาร ก่อนจะลุกลามไปยังระบบสำคัญอื่น ๆ โดยมีสัญญาณเตือนของ HUS ดังนี้


  • ลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis) : มีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องเสียอย่างหนัก ซึ่งมักจะพัฒนาไปเป็นถ่ายเป็นเลือด (Bloody diarrhea)
  • ภาวะซีดอย่างรวดเร็ว (Anemia) : ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และผิวหนังซีดเผือดเนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกตัว (Hemolysis)
  • จุดเลือดออก (Petechiae) : พบจุดเลือดออกขนาดเล็กตามผิวหนัง หรือมีจ้ำเลือดคล้ายรอยฟกช้ำ เนื่องจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia)
  • ภาวะปัสสาวะน้อย (Oliguria) : ปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือสีปัสสาวะเข้มคล้ายน้ำล้างเนื้อ ซึ่งเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ไต
  • ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) : เกิดจากการที่ไตเริ่มสูญเสียหน้าที่ในการรักษาสมดุลน้ำและแร่ธาตุ

เช็กเลย! อาการแบบไหนเข้าข่ายโรคไตในเด็ก?


การวินิจฉัย HUS เพื่อการรักษาที่แม่นยำ ทำได้อย่างไรบ้าง


HUS โรค

เนื่องจากอาการของ HUS อาจคล้ายคลึงกับโรคอื่น การวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงจำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเชิงลึก เพื่อยืนยันภาวะของโรค


1. Complete Blood Count (CBC)


การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อดูระดับ Hemoglobin ที่ต่ำลง และตรวจหาเศษเม็ดเลือดแดงที่แตกหัก (Schistocytes) รวมถึงเช็กระดับเกล็ดเลือดว่าอยู่ในเกณฑ์อันตรายหรือไม่


2. Urinalysis and Kidney Function Test


การตรวจปัสสาวะเพื่อหาโปรตีนรั่ว หรือเลือดปน และการเจาะเลือดเพื่อตรวจค่า Creatinine และ BUN (Blood Urea Nitrogen) เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของภาวะไตวายเฉียบพลัน


3. Stool Culture and Toxin Test


การเพาะเชื้อจากอุจจาระเพื่อระบุชนิดของแบคทีเรีย โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อ E. coli O157:H7 และการตรวจหา Shiga Toxin ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของโรค


เช็กอาการเริ่มต้นและวิธีตรวจค่าไตที่ถูกต้องได้ที่นี่


HUS รักษาอย่างไร เมื่อเข้าสู่ภาวะวิกฤต


การรักษา HUS ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและประคับประคองการทำงานของอวัยวะ (Supportive Care) เพื่อรอให้ร่างกายขจัดสารพิษและฟื้นตัว ดังนี้


  • Fluid and Electrolyte Replacement : การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาสมดุลเกลือแร่และป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • Blood Transfusion : การให้เลือดแดงเข้มข้นในกรณีที่เกิดภาวะซีดรุนแรง หรือการให้เกล็ดเลือดหากมีเลือดออกผิดปกติ
  • Renal Replacement Therapy (Dialysis) : การฟอกไตในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน เพื่อช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายชั่วคราว
  • Therapeutic Plasma Exchange (TPE) : ในบางรายแพทย์อาจพิจารณาการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา เพื่อกำจัดสารพิษหรือแอนติบอดีที่ผิดปกติออกจากกระแสเลือด

ดูแลไตให้ถูกวิธี เริ่มต้นด้วยการฟอกเลือดอย่างมีคุณภาพ อ่านต่อได้ที่นี่


HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) ที่ไม่ควรละเลย เพื่อสุขภาพไตที่แข็งแรง


แม้ว่า HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่ความรุนแรงที่ส่งผลต่อระบบเลือดและไตนั้นสามารถทิ้งความเสียหายเรื้อรัง หรืออันตรายถึงชีวิตได้ การสังเกตอาการเบื้องต้นและการได้รับวินิจฉัยที่รวดเร็วคือหัวใจสำคัญของการรักษา


หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการท้องเสียรุนแรงร่วมกับปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยลงหรือตัวซีดผิดปกติ โรงพยาบาลพระรามเก้าพร้อมดูแลคุณด้วยทีมอายุรแพทย์โรคไตและกุมารแพทย์ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HUS (Hemolytic Uremic Syndrome)


1. ภาวะแทรกซ้อนของ HUS มีอะไรบ้าง?


ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดของ HUS คือ Chronic Kidney Disease (CKD) หรือโรคไตเรื้อรัง นอกจากนี้ยังอาจเกิดผลกระทบต่อระบบประสาท เช่น อาการชัก (Seizures) หรือโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และปัญหาด้านความดันโลหิตสูงในระยะยาว


2. สามารถป้องกัน HUS ได้หรือไม่?


ป้องกัน HUS ได้โดยการรักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร (Food Safety) เช่น การปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึงด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม การล้างผักผลไม้ให้สะอาด และการล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงการรับเชื้อ E. coli


3. HUS อันตรายถึงชีวิตหรือไม่?


HUS อันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบเร็วและได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างใกล้ชิด อัตราการรอดชีวิตจะสูงขึ้นมาก


References


Mayo Clinic Staff. (2025, September 12). Hemolytic uremic syndrome (HUS). Mayoclinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hemolytic-uremic-syndrome/symptoms-causes/syc-20352399


Bhandari, J.,Rout, P., and Sedhai, Y. (2023, October 19). Hemolytic Uremic Syndrome. Ncbi. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK556038/


Hemolytic Uremic Syndrome (HUS). (n.d.). Kidney. https://www.kidney.org/kidney-topics/hemolytic-uremic-syndrome-hus

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital