บทความสุขภาพ

Knowledge

ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ทางเลือกยื้อชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคไต

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ทางเลือกยื้อชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักเผชิญภาวะที่ไตไม่สามารถกรองของเสียหรือน้ำส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสี่ยงเกิดอาการแทรกซ้อนที่กระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก ทำให้การฟอกเลือด กลายเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยทดแทนการทำงานของไตที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ควรรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงการฟอกไตที่ถูกต้องและปลอดภัย


Key Takeaways


  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เป็นหนึ่งในวิธีบำบัดทดแทนการทำงานของไตสำ หรับผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย
  • การฟอกเลือดโดยทั่วไปควรทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อให้การขจัดของเสียและน้ำส่วนเกินในเลือดได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเหมาะกับผู้ป่วยไตเรื้อรัง มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ml/min/1.73 m. และผู้ป่วยไตวายเฉียบพลัน ผู้ที่แพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็นต้องฟอกเลือด

การฟอกเลือด คืออะไร? เข้าใจหลักการบำบัดทดแทนไตเพื่อยืดการทำงานของร่างกาย


การฟอกเลือด คือกระบวนการบำบัดทดแทนไตที่ช่วยกำจัดของเสีย สารพิษ และของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายเมื่อไตทำงานได้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ต้องพึ่งพาวิธีรักษาแบบประคับประคองต่อเนื่อง เพื่อคงสมดุลการทำงานของร่างกายไว้ให้มากที่สุด


หลักการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม Hemodialysis คือการนำเลือดของผู้ป่วยผ่านเครื่องฟอกเลือดเพื่อให้ตัวกรองทำหน้าที่เสมือนไต โดยเลือดจะถูกส่งผ่านไส้กรองขนาดเล็กที่มีเยื่อบาง ๆ ช่วยแยกของเสีย น้ำส่วนเกิน และสารเคมีที่ไม่จำเป็นออก ก่อนจะส่งเลือดที่สะอาดกลับเข้าสู่ร่างกาย กระบวนการนี้ช่วยลดอาการบวม เหนื่อยล้า และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการคั่งของของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากการฟอกเลือดด้วยไตเทียม ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบำบัดทดแทนไตได้เช่นกัน คือ ล้างไตทางหน้าท้อง (Peritoneal Dialysis) ที่ใช้เยื่อบุช่องท้องของผู้ป่วยทำหน้าที่กรองของเสียแทนเครื่องไตเทียม ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากผู้ป่วยสามารถทำการฟอกเลือดล้างไตเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือด


ใครต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม? ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ควรรู้


เมื่อการทำงานของไตลดลงจนไม่สามารถกรองของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจึงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้


  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย อัตราการกรองของไต (eGFR) ต่ำกว่า 15 มิลลิลิตร / นาที / 1.73 ตารางเมตร
  • ผู้ที่มีอาการคั่งของเสีย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร หรือตัวบวมมาก
  • ผู้ป่วยที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงผิดปกติ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำเกินอย่างรุนแรง จนทำให้หายใจลำบาก หรือมีน้ำท่วมปอด
  • ผู้ป่วยไตวายเฉียบพลัน ไตหยุดทำงานกะทันหันจากอุบัติเหตุ การติดเชื้อ หรือภาวะช็อก
  • ผู้ป่วยไตเรื้อรัง ที่ไม่เหมาะกับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางหน้าท้อง เช่น มีภาวะไส้เลื่อน โรคอ้วน หรือมีประวัติผ่าตัดช่องท้องบางชนิด

เทคนิคการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม


โรคไต ฟอกเลือด

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมีเทคนิคที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยและเป้าหมายการรักษา เพื่อให้ได้ผลสูงสุดและลดผลข้างเคียง


การฟอกเลือดเป็นช่วง (Intermittent hemodialysis)


การฟอกเลือดเป็นช่วง เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้กันบ่อยที่สุด โดยทั่วไปแพทย์จะให้ผู้ป่วยฟอกเลือดประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 4-5 ชั่วโมง หลักการของการฟอกเลือดด้วยเทคนิคนี้คือขจัดของเสียออกจากเลือดผ่านตัวกรอง (Dialyzer) โดยอาศัยกลไกการแพร่ (Diffusion) แลกเปลี่ยนของเสียในเลือดกับน้ำยาฟอกเลือด และกลไกการพา (Convection) เพื่อดึงน้ำส่วนเกินออก


การฟอกเลือดวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพอื่นนอกจากโรคไต ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด


การฟอกเลือดเป็นช่วงแบบยืดระยะเวลา (Sustained low efficiency hemodialysis, SLED)


SLED เป็นเทคนิคที่ใช้ตัวกรองขนาดเล็ก ใช้อัตราการไหลเวียนเลือด (Blood Flow Rate) ต่ำกว่าการฟอกเลือดเป็นช่วงอยู่ประมาณ 100–200 mL/min จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตต่ำ หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดการไหลเวียนเลือดที่ไม่เสถียรขณะฟอกเลือด หรือมีสารน้ำในเลือดปริมาณมาก จนไม่สามารถใช้วิธีการฟอกเลือดเป็นช่วงดึงออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการฟอกเลือดรูปแบบนี้ใช้เวลาฟอกเลือดอย่างช้า ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อครั้ง ซึ่งจะช่วยลดภาระร่างกายจากการฟอกเลือดที่รวดเร็ว


การฟอกเลือดชนิดต่อเนื่อง (Continuous renal replacement therapy, CRRT)


CRRT คือการฟอกเลือดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะกับผู้ป่วยในภาวะวิกฤต เช่น ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตต่ำมาก ที่ระบบไหลเวียนโลหิตไม่เสถียร และอาจไม่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้การขจัดของเสีย น้ำ และอิเล็กโทรไลต์เป็นไปอย่างช้า ๆ ทำให้ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน หรือความดันโลหิตต่ำได้มากขึ้น


ฟอกเลือด ต้องทำบ่อยแค่ไหน?


ฟอกเลือด ฟอกไต ทำบ่อยแค่ไหน

ความถี่ของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม มักขึ้นอยู่กับระดับการทำงานของไต สภาวะร่างกาย และการประเมินของแพทย์ แต่โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายจะต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อช่วยกำจัดของเสีย ควบคุมปริมาณน้ำ และรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย


อ่านบทความเพิ่มเติม : โรคไตมีกี่ระยะ? เข้าใจระยะโรคไตเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม


ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด อาจเกิดผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง?


ฟอกเลือด ฟอกไต ผลข้างเคียง

แม้การฟอกเลือดจะเป็นวิธีสำคัญในการช่วยทดแทนการทำงานของไต แต่กระบวนการฟอกเลือดเองก็อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดผลข้างเคียงได้ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ เกลือแร่ หรือการไหลเวียนโลหิตระหว่างฟอกเลือด โดยอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่


  • ความดันโลหิตต่ำ
  • เวียนศีรษะ
  • ตะคริว
  • คลื่นไส้
  • อ่อนเพลีย

นอกจากนี้ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมยังอาจส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์ของผู้ป่วย เช่น ความหงุดหงิด ความเครียด หรือความรู้สึกหมดแรงจากการต้องใช้เวลากับการฟอกเลือดเป็นเวลานาน การให้กำลังใจและการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจและปรับตัวกับการฟอกเลือดได้ดีขึ้น


คำแนะนำหลังรับการฟอกเลือด เพื่อการบำบัดทดแทนไตที่มีคุณภาพ


การดูแลตนเองหลังรับการฟอกเลือดเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การบำบัดทดแทนไตด้วยเครื่องไตเทียมมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยควรปฏิบัติดังนี้


  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอาการอ่อนเพลียหลังฟอกเลือด
  • ควบคุมการดื่มน้ำ และรับประทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ดูแลตำแหน่งเส้นฟอกเลือดให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการกดทับหรือยกของหนัก
  • ออกกำลังกาย ตามที่แพทย์แนะนำ
  • เข้ารับการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอตามนัด เพื่อควบคุมของเสียและปริมาณน้ำให้คงที่
  • หากมีความเครียดหรือวิตกกังวล ควรพูดคุยกับทีมแพทย์หรือคนใกล้ชิด

ฟอกเลือดอย่างมั่นใจ ทดแทนการทำงานของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ที่ โรงพยาบาลพระรามเก้า


การฟอกเลือดเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องการทดแทนการทำงานของไตอย่างต่อเนื่อง การดูแลตนเองอย่างถูกวิธี เข้าใจวิธีปฏิบัติตัวก่อนและหลังฟอกเลือด รวมถึงติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การบำบัดทดแทนไตมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน


สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อลดผลกระทบจากโรคไต ให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟอกเลือด


1. ฟอกเลือดแล้วจะหายจากโรคไตหรือไม่


ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังการฟอกเลือดเป็นวิธีบำบัดทดแทนไต ซึ่งมีหน้าที่ในการทำงานกรองของเสีย และน้ำส่วนเกินออกจากเลือดแทนไต แต่ไม่สามารถช่วยรักษาให้ไตกลับมาทำงานเป็นปกติได้ ส่วนในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลัน การฟอกเลือดเป็นวิธีบำบัดทดแทนไตในระหว่างที่รักษาสาเหตุตั้งต้น เช่น การติดเชื้อ ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะช็อกความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น ซึ่งไตอาจสามารถกลับมาทำงานใหม่ได้ในอนาคต หากได้รับการรักษาทันท่วงที


References


Noel Gibney, RT. (2016). Continuous renal replacement therapy and intermittent hemodialysis in acute kidney injury: equivalent or complementary? Journal of Thoracic Disease. 8(9). https://jtd.amegroups.org/article/view/9206/html


Chan, R.J. Helmeczi, W. Canney, M. & Clark, E.G. (2023). Management of Intermittent Hemodialysis in the Critically Ill Patient. Clinical journal of the American Society of Nephrology : CJASN, 18(2), 245–255. https://doi.org/10.2215/CJN.04000422


NKF Patient Education Team. (2024, April 26). Hemodialysis. National Kidney Foundation. https://www.kidney.org/kidney-topics/hemodialysis

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital