บทความสุขภาพ

Knowledge

อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รู้ทันสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

นพ. นุพัชร ยอดคุณธรรม

อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รู้ทันสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้หญิง ซึ่งหลายครั้งที่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาให้หายขาดจากการติดเชื้อ ด้วยเหตุนี้ การรู้ทันสัญญาณเตือนอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และรับการรักษาที่เหมาะสมจึงช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากอาการติดเชื้อ รวมถึงช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดในภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Key Takeaways


  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะพบได้บ่อยในผู้หญิง เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของระบบทางเดินปัสสาวะที่สั้น ร่วมกับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การกลั้นปัสสาวะหรือสุขอนามัยไม่เหมาะสม
  • อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมักมีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น สีขุ่น มีเลือดปน หากเชื้อลุกลามไปยังระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบนอาจมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเอว คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
  • ส่วนมากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมักไม่รุนแรง หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่หากรักษาไม่หายขาด อาจเพิ่มโอกาสให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น เช่น การติดเชื้อซ้ำ ไตเสียหาย ติดเชื้อในกระแสเลือด
  • เราสามารถป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ด้วยการดูแลตนเอง เช่น ดื่มน้ำให้มาก ไม่กลั้นปัสสาวะ และรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำหรือมีเพศสัมพันธ์

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะคืออะไร ทำไมถึงเป็นภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง?


การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) คือภาวะที่อวัยวะภายในระบบทางเดินปัสสาวะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งการติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และอาจขึ้นไปถึงไตได้


การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของระบบทางเดินปัสสาวะที่มีท่อปัสสาวะสั้น จึงทำให้เชื้อโรคเข้ามาสู่ระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ด้วยพฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะเจริญเติบโตและนำมาสู่การติดเชื้อและก่อให้เกิดอาการอักเสบขึ้นได้


โดยส่วนใหญ่การติดเชื้อทางเดินในปัสสาวะมักไม่เป็นอันตรายและมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนน้อยมากหากได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่หากไม่รักษาให้หายขาดจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยปละละเลยไม่เข้ารับการรักษา หรือเจอเชื้อดื้อยา ก็อาจเพิ่มโอกาสให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคที่มีความรุนแรงมากขึ้น


ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีสาเหตุมาจากอะไร?


ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สาเหตุ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะโดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (Escherichia Coli : E. Coli) ที่มักมาจากการปนเปื้อนบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีโอกาสที่เชื้อจะกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านท่อปัสสาวะที่อยู่ใกล้เคียงกัน แต่นอกจากเชื้ออีโคไล ก็ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ จากภายนอก โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เกิดการติดเชื้อ ได้แก่


  • การทำความสะอาดหลังปัสสาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • พฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ
  • การมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • การใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานโดยไม่มีข้อบ่งชี้
  • การตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยทอง

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ โรคไต โรคเบาหวาน รวมถึงผู้ที่เป็นนิ่วในไต นิ่วทางเดินปัสสาวะ มีสิ่งแปลกปลอมขวางทางเดินปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทางกายวิภาคของระบบทางดินปัสสาวะ ก็มีโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้มากกว่าคนทั่วไป


ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีอาการอะไรบ้าง?


ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาการ

ผู้ป่วยทางเดินปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ มักจะพบอาการดังต่อไปนี้


  • ปัสสาวะแสบขัด
  • ปัสสาวะบ่อย กะปริบกะปรอย
  • ปัสสาวะมีสีขุ่น มีตะกอน หรือปัสสาวะเป็นเลือด
  • ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น
  • ปวดท้องน้อย ปวดหลัง

ในกรณีที่การติดเชื้อลามมายังทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น กรวยไต หรือไต อาจพบอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น มีไข้ หนาวสั่น อาเจียน ปวดเอว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะควรจะต้องรับการรักษาที่เหมาะสมจนหายขาด หากยังคงมีเชื้อแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะ อาจมีโอกาสก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น ได้แก่


  • การติดเชื้อซ้ำ มีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะขึ้นมาอีกครั้งห่างจากการติดเชื้อครั้งแรกไม่ถึง 6 เดือน
  • ไตวาย ไตเสียหายถาวร
  • ฝีที่ไต ฝีรอบไต
  • ต่อมลูกหมากอักเสบ
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด

การตรวจเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


การตรวจปัสสาวะ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมักจะมีสัญญาณของอาการที่เด่นชัด แต่เพื่อให้การวินิจฉัยที่แม่นยำ แพทย์มักจะมีการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่


  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจสัญญาณการติดเชื้อโดยการนำตัวอย่างมาส่องกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งวิธีการเก็บขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วย
    • การเก็บปัสสาวะจากช่วงกลางของน้ำปัสสาวะ เป็นวิธีหลักที่นิยมใช้ สามารถทำได้ง่าย และไม่ต้องพึ่งการใช้อุปกรณ์ในการทำหัตถการสำหรับเก็บตัวอย่างมาก เหมาะกับผู้ป่วยที่สามารถเก็บปัสสาวะได้เอง
    • การสวนท่อปัสสาวะ เป็นการสวนท่อเข้าไปเก็บปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะ ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเก็บปัสสาวะได้เอง เช่น มีอาการปัสสาวะไม่ออก
    • การเจาะดูดทางหน้าท้อง เป็นวิธีเก็บปัสสาวะที่มีอัตราการปนเปื้อนจากเชื้อภายนอกน้อยที่สุด ให้ผลการตรวจที่แม่นยำ โดยการเจาะดูดเก็บน้ำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะโดยตรง แต่เป็นหัตถการที่มีความรุนแรง จึงเหมาะกับเด็กแรกเกิด และผู้ป่วยอัมพาต
  • การเพาะเชื้อจากปัสสาวะ เพื่อตรวจหาประเภทของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการติดเชื้อในปัสสาวะ

กรณีที่อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีสัญญาณว่าอาจมาจากระบบทางเดินปัสสาวะมีการอุดตัน มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนที่ลามมายังไต หรือต้องการหาสาเหตุของการติดเชื้อแบบซ้ำซ้อน แพทย์อาจส่งตรวจทางรังสี เช่น การทำอัตราซาวนด์, CT Scan


ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีวิธีรักษาอย่างไร?


การรักษาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะคือการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการอักเสบ โดยส่วนมากแพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะให้ ซึ่งชนิดยาปฏิชีวนะและรูปแบบการรับยาขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อแบคทีเรีย และการตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ


ตัวอย่างยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้รักษาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


  • ไนโตรฟูรานโทอิน (Nitrofurantoin)
  • อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)
  • เซฟาโลสปอริน (Cephalosporins)
  • ฟอสโฟมัยซิน (Fosfomycin)

ผู้ป่วยอาจได้รับยาในรูปแบบยารับประทาน ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นจะต้องทานให้ครบตามที่แพทย์จ่าย แม้ว่าอาการจะหายดีแล้วเพื่อป้องกันการดื้อยา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง อาจไม่ตอบสนองต่อยาเท่าที่ควร หรือเพื่อความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะครบถ้วน แพทย์อาจพิจารณาให้รับยาในรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำแทน


แนวทางการป้องกันติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสามารถป้องกันได้ เริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมด้วยตนเอง ดังนี้


  • รักษาสุขอนามัย เช่น ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นจากหน้าไปหลัง ในช่วงมีประจำเดือนควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่อาจไปทำลายสมดุลแบคทีเรียและก่อให้เกิดการติดเชื้อก่อโรคง่ายขึ้น
  • ปัสสาวะทิ้งทั้งก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดโรคในทางเดินปัสสาวะ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้เชื้อแบคทีเรียถูกขับออกมากับปัสสาวะ
  • ไม่กลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะเจริญ และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ

อย่าให้อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะรบกวนชีวิต รีบรักษาเพื่อลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนในอนาคต


การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะพบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้หญิง มักเกิดจากการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ไม่ถูกลักษณะ รวมถึงพฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะที่เพิ่มโอกาสให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้ทั่วไป และส่วนใหญ่มักมีอาการที่ไม่รุนแรงมาก แต่หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมากขึ้นได้


การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจรบกวนคุณภาพชีวิตกว่าที่คิด รักษาให้เหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น ที่สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้การตรวจวินิจฉัย รักษา และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรค และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนในอนาคต


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


1. กลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีใครบ้าง?


ผู้หญิง ผู้ที่ชอบกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคไต รวมถึงผู้ที่จำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน


2. ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ กี่วันหาย


ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อ ชนิดของเชื้อ และความรุนแรงของโรค แต่โดยส่วนมากมักจะอาการดีขึ้นภายใน 3 วันหลังได้รับยาปฏิชีวนะ


References


Kovacs, JS. & Whitbourne,K. (2024, March 4). Urinary Tract Infections (UTIs). WebMD. https://www.webmd.com/women/your-guide-urinary-tract-infections


Mayo Clinic Staff. (2022, September 14). Urinary tract infection (UTI). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/urinary-tract-infection/symptoms-causes/syc-20353447#:~:text=A%20urinary%20tract%20infection%20(UTI,a%20UTI%20than%20are%20men.


The Healthline Editorial Team. (n.d.). Everything to Know About UTIs in Adults. Healthline. https://www.healthline.com/health/urinary-tract-infection-adults#causes-and-risk-factors

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital