บทความสุขภาพ

Knowledge

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) มีประโยชน์อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง?

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) มีประโยชน์อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง?

หลายคนอาจเคยได้ยินการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) จากสื่อต่าง ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งในทางการแพทย์ HBOT ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการรักษาเสริม (Adjunctive Therapy) ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างกว้างขวาง เพื่อการฟื้นฟูและเสริมประสิทธิภาพการรักษาในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่กลไกการทำงาน ประโยชน์ ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา


การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) คืออะไร?

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy: HBOT) คือการให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความดันบรรยากาศสูงกว่าปกติ (โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของความดันบรรยากาศที่ระดับน้ำทะเล) ภายในแคปซูลหรือห้องปรับบรรยากาศพิเศษที่เรียกว่า Hyperbaric Chamber


ในภาวะปกติที่เราหายใจในอากาศทั่วไป ออกซิเจนจะถูกส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายผ่านเม็ดเลือดแดง (ฮีโมโกลบิน) ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด แต่เมื่ออยู่ในภาวะความดันสูง ออกซิเจนสามารถละลายเข้าสู่น้ำเลือด (พลาสมา) ได้โดยตรงในปริมาณมหาศาล และสามารถเพิ่มระดับออกซิเจนแก่เซลล์ของร่างกายได้หลายเท่าตัว


การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) มีประโยชน์อย่างไร?

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง ทำให้ร่างกายมีระดับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการกระตุ้นในระดับเซลล์ ก่อให้เกิดประโยชน์ ดังนี้


  • กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่
  • เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับการฟื้นฟูจากการบาดเจ็บ
  • ลดการอักเสบในร่างกาย
  • เร่งการสมานแผลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • เสริมสร้างเซลล์และคอลลาเจนในร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) เหมาะกับใครบ้าง?


hyperbaric-oxygen-therapy-who-is-it-for.webp
  • ผู้ที่เป็นแผลเรื้อรังหายยาก เช่น แผลเบาหวาน แผลกดทับ แผลขาดเลือด เป็นต้น
  • ผู้ที่มีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ กีฬา หรือมีบาดแผลหลังผ่าตัด
  • ผู้ที่เป็นโรคประสาทหูดับเฉียบพลัน
  • ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บจากการดำน้ำ เช่น มีภาวะโรคน้ำหนีบ
  • ผู้ที่มีอาการผลข้างเคียงจากการฉายรังสีรักษา เช่น ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีเลือดออกหลังการฉายแสง หรือกระดูกตายจากรังสี
  • ผู้ที่ต้องการดูแลฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย และเวชศาสตร์ชะลอวัย

ข้อควรระวังในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT)

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) มีข้อควรระวังในบางกรณี ต่อไปนี้


  • มีภาวะโรค เช่น ภาวะลมรั่วในช่องอก โรคลมชัก
  • การใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย
  • ควรงดการเดินทางด้วยเครื่องบินหลังการบำบัดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม HBOT เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูงหากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมผู้ชำนาญการ จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง


ขั้นตอนการรักษาด้วยการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT)


1. การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบำบัด


  • การตรวจทางการแพทย์: แพทย์จะซักประวัติอาการและข้อบ่งชี้ ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ปอด ตรวจหูชั้นกลาง และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวางแผนการรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง
  • เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว และสอนขั้นตอนการปรับแรงดันในหูชั้นกลาง
  • ตรวจวัดความดันโลหิต และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน อาจมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเข้ารับการรักษา
  • เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสำหรับการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง
  • ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีแบตเตอรี่ และวัสดุที่มีส่วนประกอบของโลหะ เข้าไปภายในแคปซูลปรับบรรยากาศ

2. การปฏิบัติตัวระหว่างเข้ารับการบำบัด


  • ให้นอนพักในแคปซูลปรับบรรยากาศ หายใจตามปกติ ไม่ต้องกลั้นหายใจ สามารถนอนพักผ่อน ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ผ่านกระจก
  • ในช่วงปรับแรงดัน จะแจ้งให้ผู้ป่วยปรับแรงดันหูชั้นกลางตามขั้นตอน เช่น ขยับกราม หรือ กลืนน้ำลาย

3. การปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง


  • พักสังเกตอาการประมาณ 10–15 นาที หากมีอาการผิดปกติให้แจ้งพยาบาลผู้ดูแลทันที
  • สามารถรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • งดการเดินทางด้วยเครื่องบินหลังการบำบัดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT)


1. การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) ต่างจากการให้ออกซิเจนทั่วไปอย่างไร?

การให้ออกซิเจนผ่านสายทางจมูก (Nasal Cannula) หรือหน้ากากทั่วไป เป็นการเพิ่มออกซิเจนที่ความดันบรรยากาศปกติ ซึ่งเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่จับกับเม็ดเลือดแดงได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่ HBOT ใช้แรงดันบรรยากาศสูงร่วมกับออกซิเจน 100% ทำให้ออกซิเจนสามารถละลายตรงเข้าสู่พลาสมา ซึ่งส่งผ่านไปยังเนื้อเยื่อได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ


2. การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) ควรทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และความรุนแรงของโรค ซึ่งจะได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด


3. การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงมีผลข้างเคียงไหม?

HBOT จัดเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูงเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรที่เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น การบาดเจ็บต่อหูชั้นกลางจากแรงดัน หรือภาวะพิษจากออกซิเจนหากรับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน


บทความโดย

นพ. กฤษฎา เหลืองรุ่งเรือง

แพทย์เวชศาสตร์ออกซิเจนความดันสูง


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (3)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital