บทความสุขภาพ
Knowledge
รศ.พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

แพ้อาหาร คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองผิดปกติต่ออาหารบางชนิด ทำให้เกิดอาการตั้งแต่ผื่นคันเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงถึงชีวิต พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แพ้อาหาร (Food Allergy) คือภาวะที่ร่างกายเข้าใจผิดว่าโปรตีนในอาหารบางชนิดเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน ทำให้เกิดอาการผิดปกติ อาการอาจเกิดเร็วภายในไม่กี่นาที หรือช้าเป็นชั่วโมงหลังกินอาหาร
เป็นการแพ้อาหารที่พบได้บ่อยที่สุด อาการมักเกิดภายในไม่กี่นาทีจนถึงประมาณ 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร เช่น
เกิดจากกลไกภูมิคุ้มกันอีกชนิดหนึ่ง อาการมักเกิดหลายชั่วโมงจนถึงหลายวันหลังรับประทานอาหาร จึงสังเกตได้ยากกว่า มักพบในทารกและเด็กเล็ก โดยเฉพาะการแพ้นมวัว โดยมีอาการดังนี้
ผู้ป่วยบางรายมีทั้งอาการเฉียบพลันและอาการเรื้อรังร่วมกัน เช่น เด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ซึ่งอาจมีอาหารบางชนิดเป็นปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าอาหารมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่
หมายเหตุ: หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "แพ้อาหารแฝง" หรือการตรวจ Food IgG แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะใช้วินิจฉัยโรคแพ้อาหาร จึงไม่แนะนำให้งดอาหารจากผลตรวจดังกล่าวเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบ โดยเฉพาะในเด็ก
ผื่นแพ้อาหาร เป็นอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดของการแพ้อาหาร โดยเฉพาะ ผื่นลมพิษ (Urticaria) ซึ่งมีลักษณะนูนแดง ขอบเขตชัด คันมาก เกิดขึ้นเร็วภายในไม่กี่นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังกินอาหารที่แพ้ ย้ายตำแหน่งได้ และแต่ละผื่นมักหายภายใน 24 ชั่วโมง แล้วอาจขึ้นใหม่บริเวณอื่น บางรายอาจมีอาการบวมร่วมด้วย เช่น ริมฝีปากหรือเปลือกตาบวม
นอกจากนี้ยังอาจพบ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ซึ่งมีลักษณะตามระยะเวลาของอาการ ดังนี้
ตำแหน่งที่พบบ่อยของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง:
วัยทารก: พบบ่อยบริเวณใบหน้า ซอกคอ และด้านนอกของแขนขา
เด็กโตและผู้ใหญ่: พบบ่อยบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา และรอบคอ
นอกจากนี้ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอาจมีอาการอื่นร่วม เช่น หนังตาบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หรือใบหน้าบวม (Angioedema) ทั้งนี้ เด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาหารบางชนิดอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผื่นกำเริบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่เป็นผื่นภูมิแพ้จะแพ้อาหาร จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนงดอาหาร
หยุดกินอาหารที่ต้องสงสัยทันที ประคบเย็นบริเวณผื่นเพื่อลดคันและบวม หลีกเลี่ยงการเกา และสามารถรับประทานยาแก้แพ้เพื่อช่วยลดอาการ ทั้งนี้หากผื่นขึ้นร่วมกับแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย แน่นคอ เวียนศีรษะ หรือเป็นลม ควรไปโรงพยาบาลทันที

หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวแพ้อาหาร ไม่ควรใช้วิธี "คาดเดา" หรืองดอาหารบางชนิดโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญโดยไม่รู้ตัว การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องทางการแพทย์มี 3 วิธีหลัก ได้แก่
การดูแลผู้ที่แพ้อาหารต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต แนวทางสำคัญมีดังนี้
การได้รับประทานอาหารอร่อยอย่างปลอดภัยคือส่วนหนึ่งของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การแพ้อาหารบางชนิดสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านภูมิแพ้ หากสงสัยว่าตัวเองหรือลูกน้อยมีอาการแพ้อาหาร ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันหรือก่อให้เกิดอันตราย ควรปรึกษาแพทย์ด้านภูมิแพ้เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารและอายุ โดยรวมแล้ว การแพ้นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง และแป้งสาลี มักมีโอกาสหายได้เมื่อโตขึ้น ในขณะที่แพ้อาหารทะเลและถั่วเปลือกแข็งมักไม่หายไปเอง
แพ้อาหารจริง (Food Allergy) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน (IgE) ตอบสนองผิดปกติ มีอาการชัดเจนและรวดเร็ว เช่น ผื่น ลมพิษ ปากบวม หายใจไม่ออก หรือ Anaphylaxis ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ส่วนแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance/IgG) เกิดจากระบบย่อยอาหาร เช่น ขาดเอนไซม์ย่อย มักมีเพียงอาการท้องอืด ท้องผูก หรือถ่ายเหลว ไม่ส่งผลถึงแก่ชีวิต และปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่แนะนำให้งดอาหารตามผลตรวจ IgG เพียงอย่างเดียว
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (8)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital