ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้ หรือพบว่าต่อมทอนซิลบวมแดง ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แม้ส่วนใหญ่จะสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากอาการรุนแรงหรือเป็นซ้ำบ่อยครั้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้สามารถดูแลตนเองและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ต่อมทอนซิล (Tonsils) คืออะไร?
ต่อมทอนซิล (Tonsils) เป็นต่อมที่อยู่ภายในช่องคอทั้ง 2 ข้าง มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำเหลืองและภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยช่วยดักจับและกำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก
ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เกิดจากอะไร?
ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อบริเวณต่อมทอนซิล ซึ่งอาจพบมีการบวมแดง ขนาดของต่อมโตมากกว่าปกติ หรือมีจุดหนองขึ้นที่บริเวณของเยื่อบุผิว ส่วนใหญ่เป็นจากการติดเชื้อไวรัส รองลงมาคือเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีทั้ง Aerobic และ Anaerobic bacteria แต่เชื้อที่พบได้บ่อยและมักก่อให้เกิดความรุนแรง คือ เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบ
- การสัมผัสเชื้อโรคใกล้ชิด: การอยู่ร่วมหรือใช้ของร่วมกันกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การพักผ่อนไม่เพียงพอ, ภาวะเครียดซึ่งส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดต่ำลง, การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์, การทำความสะอาดช่องปากและฟันที่ไม่เพียงพอ
- โรคประจำตัวหรือสิ่งแวดล้อม: ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละออง ควันบุหรี่ มลภาวะเป็นพิษ
อาการของต่อมทอนซิลอักเสบ

- อาการไข้สูง หนาวสั่น
- เจ็บคอมาก กลืนเจ็บ กลืนลำบาก
- พูดไม่ชัด เสียงเปลี่ยน
- ในบางรายอาจมีหายใจลำบากร่วมด้วย
วิธีการรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ
1. การดูแลตัวเองที่บ้าน
- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องมากๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- รับประทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลวที่กลืนง่าย
- หยุดพักการใช้เสียงหรือพูดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
- การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
2. การใช้ยาปฏิชีวนะ
กรณีเป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะได้รับยาต้านจุลชีพนานประมาณ 7-10 วัน ซึ่งควรรับประทานยาให้ครบและกลับมาตรวจซ้ำตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อติดตามผลการรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
3. รับประทานยารักษาตามอาการ
เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด สามารถรับประทานเพื่อบรรเทาอาการได้หากผู้ป่วยไม่มีประวัติการแพ้ใดๆ
4. การผ่าตัดต่อมทอนซิล
พิจารณาทำในกรณีต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อซ้ำบ่อย มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ฝีหนองรอบต่อมทอนซิล ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือกรณีสงสัยเนื้องอกที่ต่อมทอนซิล
ต่อมทอนซิลอักเสบ ไม่ควรกินอะไร?
- อาหารรสจัด เช่น พริก ส้มตำ ต้มยำ อาหารเผ็ด
- อาหารเปรี้ยวจัด เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ น้ำส้ม
- อาหารทอด มัน และกรอบแข็ง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมขบเคี้ยว แครกเกอร์ ขนมปังปิ้ง
- อาหารแข็งหรือเหนียว เช่น ถั่ว เมล็ดพืช เนื้อแห้ง ข้าวเหนียว
- อาหารหรือเครื่องดื่มร้อนจัด เพราะอาจทำให้เยื่อบุคอบวมอักเสบมากยิ่งขึ้น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คอแห้ง ระคายคอและร่างกายขาดน้ำได้
การป้องกันต่อมทอนซิลอักเสบ
- ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ
- ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำ
- พักผ่อนอย่างเพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ต่อมทอนซิลอักเสบ ควรพบแพทย์เมื่อใด
ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
- ไข้สูงเกิน 39°C
- กลืนน้ำลายไม่ได้ หรือมีน้ำลายไหลตลอด
- หายใจลำบาก
- ปวดคอรุนแรงข้างเดียว
- มีอาการนานเกิน 2–3 วัน หรือมีหนองที่ต่อมทอนซิล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
1. ผ่าตัดต่อมทอนซิลแล้วทำให้ป่วยง่ายขึ้นกว่าเดิมจริงหรือไม่
ไม่เป็นความจริง การผ่าตัดต่อมทอนซิลไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงหรือป่วยง่ายขึ้น เพราะร่างกายยังมีระบบภูมิคุ้มกันส่วนอื่นทำหน้าที่แทนได้ โดยในผู้ที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง การผ่าตัดยังช่วยลดการติดเชื้อและการอักเสบซ้ำได้อีกด้วย
2. หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองยังไง ฟื้นตัวนานเท่าไหร่
- โดยทั่วไปใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 10–14 วัน ในช่วงวันแรกๆอาจมีอาการเจ็บคอมาก ทานได้น้อย จึงควรรับประทานเป็นอาหารอ่อนเหลว นิ่มไม่แข็งหรือเหนียว ไม่รสจัด เนื่องจากอาจรบกวนการหายของแผลและส่งผลให้มีเลือดออกที่บริเวณแผลผ่าตัดได้
- ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องคอ
- งดเว้นการพูดใช้เสียงติดต่อกันเป็นเวลานาน รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือออกแรงหนักในช่วง 14 วันแรก หากมีเลือดออกผิดปกติหรือมีอาการเจ็บคอมากขึ้น ไข้สูง ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
3. ต่อมทอนซิลอักเสบสามารถติดต่อได้ไหม?
สามารถติดต่อได้ โดยแพร่ผ่านการไอ จาม น้ำลาย หรือการใช้ของใช้ร่วมกัน ควรล้างมือ สวมหน้ากากเมื่อป่วย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ