บทความสุขภาพ

Knowledge

ไวรัสตับอักเสบเอคืออะไร? จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไหม

นพ. ระพีพันธุ์ กัลยาวินัย

ไวรัสตับอักเสบเอคืออะไร? จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไหม

ไวรัสตับอักเสบเอ คืออะไร


ไวรัสตับอักเสบเอ หรือ Hepatitis A เป็นโรคทำให้ตับเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ติดต่อผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะอาหารทะเลดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ตลอดจนการใช้มือที่สัมผัสสิ่งปนเปื้อนหยิบจับอาหารแล้วนำเข้าปาก จึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง


โรคนี้พบได้บ่อยในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี หรือระบบน้ำสะอาดและการกำจัดสิ่งปฏิกูลไม่ได้มาตรฐาน และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มได้


สาเหตุของไวรัสตับอักเสบเอ


  • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • รับประทานอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก เช่น หอยนางรม
  • การใช้ภาชนะร่วมกับผู้ติดเชื้อ
  • การไม่ล้างมือที่มีเชื้อก่อนรับประทานอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ

อาการของไวรัสตับอักเสบเอ


hepatitis-a-symptoms.webp
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยแบบไม่มีแรง
  • มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องอืด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • กรณีมีอาการสับสนพร้อมปัสสาวะสีเข้มเป็นสัญญาณของตับวาย อันตรายในบางราย โดยเฉพาะเด็ก อาจไม่มีอาการชัดเจน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้

สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอและหายดีแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ทำให้มีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต และโดยทั่วไปจะไม่กลับมาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอซ้ำอีก


ไวรัสตับอักเสบเออันตรายไหม?


โดยทั่วไป โรคนี้ไม่ทำให้เกิดโรคตับเรื้อรัง และส่วนใหญ่หายได้เอง แต่การรักษาจะทำให้หายเร็วขึ้น


แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคตับเดิม อาจเกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอไหม?


แนะนำว่า “ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ” ในทุกคน


กลุ่มที่แนะนำให้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ


who-should-get-hepatitis-a-vaccine.webp
  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยง (ประเทศไทยควรได้รับการฉีดป้องกันทุกคน)
  • ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร
  • บุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง
  • เด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกัน

ข้อดีของการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ


  • ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
  • ลดความเสี่ยงการระบาด
  • สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

โดยวัคซีนจะฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6–12 เดือน


วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ


  • ภูมิคุ้มกันจะเริ่มหลังได้วัคซีนเข็มแรก 4 สัปดาห์และอยู่ได้นานประมาณ 20 ปี
  • สามารถเริ่มให้ตั้งแต่เด็กอายุมากกว่า 2 ขวบที่เสี่ยงต่อการไดัรับไวรัสตับอักเสบเอ
  • ขนาดของวัคซีนฉีด 3 เข็ม เดือนที่ฉีดคือเดือน 0 ครั้งต่อไป 6 และ 12 เดือน ตามลำดับ
  • การให้วัคซีนสามารถให้พร้อมกับวัคซีนอื่นได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี บาดทะยัก วัคซีนป้องกันคอตีบ วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ
  • สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน เมื่อจะต้องไปประเทศที่มีการระบาดควรได้รับวัคซีน 4 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ


แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว แต่การดูแลตัวเองยังคงสำคัญ


  • ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร
  • เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก
  • หลีกเลี่ยงน้ำไม่สะอาด
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

สรุป


ไวรัสตับอักเสบเอเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายผ่านอาหารและน้ำ แม้ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ก็มีความเสี่ยงในบางกลุ่ม การดูแลตัวเองและการฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยเฉพาะในยุคที่การเดินทางและการใช้ชีวิตนอกบ้านมีมากขึ้น



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบเอ


1.ไวรัสตับอักเสบเอ เป็นแล้วหายขาดไหม?


ส่วนใหญ่สามารถหายขาดได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือน และมักมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต แต่การพบแพทย์เพื่อรักษาจะหายเร็วขึ้น กรณีปัสสาวะสีเข้มควรรีบพบแพทย์ทุกราย


2. ไวรัสตับอักเสบเอ ต่างจากไวรัสตับอักเสบบีและซีอย่างไร?


  • ไวรัสตับอักเสบเอ: ติดต่อทางอาหาร/น้ำ ที่ปนเปื้อนอุจจาระผู้ป่วย
  • ไวรัสตับอักเสบบี: ติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์ สารเสพติด
  • ไวรัสตับอักเสบซี: ติดต่อทางเลือดเป็นหลัก และสารเสพติด เข็มฉีดยาต่างๆที่ไม่รับการเปลี่ยนเข็ม

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital