บทความสุขภาพ

Knowledge

TDCS เครื่องกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าคืออะไร รักษาโรคใดได้บ้าง?

พญ. ณิชนันทน์ เอกพิทักษ์ดำรง

TDCS เครื่องกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าคืออะไร รักษาโรคใดได้บ้าง?

TDCS หรือเครื่องกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อน เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการทำงานของสมองอย่างปลอดภัยควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ และการทำกายภาพบำบัด แต่ก่อนตัดสินใจ ไปทำความรู้จักกันก่อนว่าเทคโนโลยี TDCS คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร TDCS อันตรายไหม และสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยรักษาหรือฟื้นฟูสมองในภาวะใดได้บ้าง หาคำตอบทั้งหมดได้ในบทความนี้


Key Takeaways


  • TDCS เป็นเทคนิคการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรงอย่างอ่อน ผ่านขั้วไฟฟ้าที่ติดบนหนังศีรษะ เพื่อปรับการทำงานของเซลล์ประสาท
  • กลไกการทำงานของ TDCS ขึ้นอยู่กับขั้วไฟฟ้าที่ใช้ โดยขั้วบวก (Anode) มักเพิ่มการทำงานของสมองบริเวณที่เป็นเป้าหมาย ขณะที่ขั้วลบ (Cathode) จะเป็นการลดการทำงานลง
  • TDCS ถูกนำมาใช้เป็นการรักษาเสริมของหลายภาวะทางระบบประสาทและจิตเวช อาทิ ภาวะซึมเศร้า, อาการปวดเรื้อรัง, โรคพาร์กินสัน, โรคอัลไซเมอร์ หรือใช้เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

TDCS คือเครื่องอะไร? ชวนทำความเข้าใจก่อนใช้งาน


TDCS คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีชื่อเต็มว่า Transcranial Direct Current Stimulation เป็นเครื่องกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อน โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current) ประมาณ 1-2 มิลลิแอมป์ (mA) ส่งผ่านขั้วไฟฟ้า (Electrode) ที่ติดไว้บริเวณหนังศีรษะ เพื่อลดทอนหรือกระตุ้นการทำงานของสมอง


หลักสำคัญของ TDCS ไม่ใช่การกระตุ้นให้สมองทำงานทันที แต่เป็นการปรับสมดุลความไวของเซลล์ประสาท (Cortical Excitability) ทำให้สมองบริเวณเป้าหมายตอบสนองต่อการฟื้นฟูหรือการฝึกได้ดีขึ้น จึงมักใช้ร่วมกับกายภาพบำบัด การฝึกพูด หรือการฝึกด้านการรับรู้และความคิด (Cognitive Training)


TDCS มีหลักการทำงานอย่างไร


TDCS เป็นการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่อ่อนโยน และไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดต่อผู้เข้ารับการรักษา โดยหลักการทำงานของ TDCS สามารถสรุปเป็นประเด็นหลัก ๆ ได้ดังนี้


  • TDCS เป็นการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าในระดับที่ปลอดภัย และใช้กระแสต่ำมาก (1-2 mA) ผ่านขั้วไฟฟ้าสองขั้วที่วางอยู่บนหนังศีรษะ
  • ผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทจะขึ้นอยู่กับชนิดของขั้วไฟฟ้าที่ใช้ โดยขั้ว Anodal (ขั้วบวก) มีแนวโน้มช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนนั้น ขณะที่ขั้ว Cathodal (ขั้วลบ) จะช่วยยับยั้งการทำงานของสมองบริเวณเป้าหมาย
  • กระแสไฟช่วยปรับสมดุลศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ประสาท (Resting Membrane Potential) ทำให้เซลล์ประสาทมีความพร้อมในการส่งสัญญาณประสาทมากขึ้น หรือลดลงตามตำแหน่งที่กระตุ้น

TDCS ใช้รักษาโรคอะไร เหมาะกับภาวะไหนบ้าง


TDCS รักษาโรคอะไร

การใช้ TDCS กระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าผ่านกะโหลก มักเป็นการรักษาเสริม เพื่อช่วยฟื้นฟูสมองในหลายภาวะ เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างปลอดภัยและเข้าถึงง่าย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ตัวอย่างการนำไปใช้งาน ได้แก่


  • โรคหรือภาวะซึมเศร้า (Depression) : โดยมุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นเปลือกสมองส่วนหน้าด้านซ้าย (DLPFC) เพื่อปรับสมดุลกิจกรรมของสมองที่มักลดลงในผู้ป่วยซึมเศร้า ทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น เหมาะกับผู้ป่วยที่ใช้ยาเกิน 1 ปี แต่ยังไม่เห็นผล หรือในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการใช้ยา
  • อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain) : อาจลดความปวดระยะสั้นได้ในบางกลุ่ม เช่น โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) หรือไมเกรนบางชนิด
  • การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : TDCS ถูกใช้เพื่อปรับสมดุลของสมองที่เกิดความเสียหาย โดยแพทย์อาจใช้ขั้วบวก (Anodal) กระตุ้นสมองซีกที่มีรอยโรค หรือใช้ขั้วลบ (Cathodal) ยับยั้งการทำงานของสมองซีกปกติเพื่อลดการรบกวนการฟื้นตัว วิธีนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวของมือและขาที่อ่อนแรง รวมถึงการรับรู้ความรู้สึกและการสื่อสาร
  • ความบกพร่องทางการพูดและการใช้ภาษา : เช่น ภาวะ Aphasia คือ ภาวะสูญเสียความสามารถในการสื่อสารที่เกิดจากความเสียหายของสมอง TDCS ถูกนำมาใช้ร่วมกับการฝึกภาษา เพื่อเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และฟื้นฟูภาษา
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) : ใช้เพื่อปรับปรุงอาการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว (Motor Symptoms)
  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) : การใช้ TDCS รักษา Alzheimer จะทำที่บริเวณเปลือกสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) หรือสมองกลีบขมับส่วนหน้า (Anterior Temporal Cortex) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของความจำ สมองประมวลผลเร็วขึ้น และปรับปรุงความยืดหยุ่นของสมอง (Neuroplasticity)

TDCS มีระยะในการรักษาบ่อยไหม ต้องทำกี่ครั้ง


การรักษาด้วย TDCS แพทย์จะวางแผนให้เหมาะสมกับภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย โดยการกระตุ้นสมองมักทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส เพื่อให้สมองค่อย ๆ ปรับตัวและตอบสนองต่อการรักษาอย่างเหมาะสม


โดยทั่วไป ผู้ป่วยมักเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังได้รับการรักษาประมาณ 5-10 ครั้ง หรือภายในช่วง 1 เดือนแรก แนะนำให้เข้ารับการกระตุ้นเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพที่ดี แต่ผลลัพธ์ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับภาวะของโรคและการตอบสนองของร่างกาย


ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการ พร้อมทำแบบทดสอบก่อนรักษา เพื่อปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมที่สุด


TDCS ขั้นตอนการรักษาทำอย่างไร?


กระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าผ่านกะโหลก

การรักษาด้วย TDCS จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่ต้องการกระตุ้น โดยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดตำแหน่งและค่าพลังงานอย่างเหมาะสม ซึ่งขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้


  • การประเมินและการวางแผน : แพทย์ประเมินภาวะของผู้ป่วย และกำหนดเป้าหมายการกระตุ้น โดยการเลือกตำแหน่งการวางขั้วไฟฟ้า (Electrode Placement) และรูปแบบการกระตุ้น (Anodal/Cathodal) ที่เหมาะสมกับอาการ
  • การเตรียมขั้วไฟฟ้า : ประกอบด้วยแผ่นอิเลกโตรด 2 แผ่น พร้อมแผ่นฟองน้ำชุบน้ำเกลือ เพื่อเพิ่มการนำไฟฟ้าและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนัง
  • การวางขั้วไฟฟ้า : แพทย์จะทำการวัด และวางขั้วไฟฟ้าบนหนังศีรษะของผู้ป่วยอย่างแม่นยำตามตำแหน่งที่กำหนด
  • เริ่มกระตุ้น : จะค่อย ๆ เพิ่มกระแสไฟฟ้าจากศูนย์จนถึงระดับที่กำหนด (ส่วนใหญ่มักเป็น 1-2 mA) ซึ่งผู้ป่วยอาจรู้สึกซ่า ๆ คัน ระคายผิวเล็กน้อยใต้ขั้วไฟฟ้า แต่จะหายไปใน 30-60 วินาที นอกจากนี้ อาจรู้สึกเวียนหัว ปวดศีรษะ แต่เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อย
  • ขณะทำการกระตุ้น : ผู้ป่วยแค่นั่งเฉย ๆ ประมาณ 20-30 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไม่ต้องใช้ยาสลบ
  • สิ้นสุดการกระตุ้น : เมื่อครบเวลา ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ทันที และควรมาติดตามประเมินผลการรักษาทุกสัปดาห์

TDCS มีข้อจำกัด / ข้อควรระวังอย่างไร ใครควรเลี่ยง?


แม้ว่า TDCS จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย และโอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่ำ แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดและข้อควรระวังบางประการที่ต้องพิจารณาก่อนการรักษา ดังนี้


  • ผู้ที่มีประวัติเลือดออกง่าย หรือมีภาวะชักที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตกในระยะเฉียบพลัน
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะฝังอยู่ที่สมอง กะโหลกศีรษะ เช่น เครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก (DBS) รวมถึงเครื่องกระตุ้นการเต้นหัวใจชนิด Demand-Type และการฝังประสาทหูเทียม
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดสมอง
  • ผู้ป่วยที่มีบาดแผลเปิด หรือการอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะวางขั้วไฟฟ้า
  • ผู้ที่ได้รับยาบางชนิด เช่น Sodium Channel Blocker, Calcium Channel Blocker, NMDA Receptor Antagonist
  • หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันข้อมูลความปลอดภัยของทารกในครรภ์

TDCS เทคนิคกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้า เพื่อฟื้นฟูการทำงานของสมอง


TDCS เป็นเทคโนโลยีกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อน ซึ่งช่วยในการปรับระดับความไวของเซลล์ประสาท และวงจรสมองในบริเวณเป้าหมาย โดยมักใช้เป็นการรักษาเสริมในภาวะทางระบบประสาทและจิตเวชหลายรูปแบบ เช่น ภาวะซึมเศร้า อาการปวดเรื้อรัง และการฟื้นฟูหลังเกิดความเสียหายของสมอง การรักษาด้วย TDCS มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ผลข้างเคียงน้อย และค่อนข้างปลอดภัย เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเหมาะสม


หากต้องการปรึกษา หรือเข้ารับการรักษาด้วยเครื่อง TDCS โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง สามารถประเมิน วางแผน และปรับแนวทางการกระตุ้นสมองได้อย่างแม่นยำ ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการดูแลจากศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูแบบองค์รวม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TDCS


1. TDCS แตกต่างจาก TMS อย่างไร?


TDCS คือการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรงอย่างอ่อน ทำให้มีผลต่อสมองเป็นบริเวณกว้าง ส่วน TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าในการกระตุ้นเพื่อผลลัพธ์ที่เจาะจงกว่า การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการรักษา และข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละราย


2. สามารถใช้ TDCS ที่บ้านได้ไหม?


แม้จะมีอุปกรณ์ TDCS สำหรับใช้ที่บ้านจำหน่าย แต่ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้โดยไม่มีการกำกับดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้


3. TDCS ปลอดภัยหรือไม่?


TDCS ถือว่ามีความปลอดภัยสูงมาก เพราะเป็นการกระตุ้นสมองแบบไม่รุกล้ำ (Non-invasive) และใช้กระแสไฟฟ้าแบบอ่อนมาก ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ไม่ต้องใช้ยาสลบ ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสมอง


References


Lõokene, M., Markov, N., Nikander, M., Neuvonen, T., & Dilkov, D. (2022). Reduction of symptoms in patients with major depressive disorder after transcranial direct current stimulation treatment: A real-world study. Science Direct. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666915322000403?via%3Dihub


transcranial Direct Current Stimulation (tDCS). (n.d.). Neurocare Group. https://www.neurocaregroup.com/tdcs-transcranial-direct-current-stimulation/#e


Estaji, R., Hosseinzadeh, M., Arabgol, F., & Nejati, V. (2024, 17 June). Transcranial direct current stimulation (tDCS) improves emotion regulation in children with attention-deficit hyperactivity disorder (ADHD). Nature. https://www.nature.com/articles/s41598-024-64886-9

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (6)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital