บทความสุขภาพ
Knowledge

การสังเกตลักษณะการขับถ่ายในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสีและรูปร่างของอุจจาระ (Stool) สามารถบ่งบอกสุขภาพภายในได้ หากคุณเริ่มมีอาการถ่ายเป็นเลือดปนออกมา ไม่ว่าจะเป็นเลือดสีแดงสดหรือสีดำคล้ำ นี่คือสัญญาณเตือนความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารที่ต้องเร่งหาสาเหตุ
อาการถ่ายแล้วเป็นเลือดอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่โรคทั่วไปอย่างริดสีดวงทวารไปจนถึงโรคร้ายแรง บทความนี้โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงรวบรวมข้อมูลสำคัญมาให้คุณได้ศึกษาว่าถ่ายเป็นเลือดเกิดจากอะไร สัมพันธ์กับโรคใดบ้าง พร้อมแนวทางปฏิบัติเมื่อสงสัยว่าถ่ายเป็นเลือดรักษายังไง เพื่อให้คุณได้รับการดูแลรักษาโดยแพทย์อย่างถูกต้องและปลอดภัย
Key Takeaways
ถ่ายเป็นเลือด คืออาการที่พบเลือดปนออกมากับอุจจาระ อาจเป็นเลือดสด สีแดงคล้ำ หรือสีดำคล้ายยางมะตอย ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Tract) ได้แตกต่างกัน การถ่ายเป็นเลือดอาจพบได้ทั้งปริมาณเล็กน้อยจนถึงจำนวนมาก และอาจเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ปวดท้อง อ่อนเพลีย หรือเวียนศีรษะ
ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายดำ เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาการถ่ายเป็นเลือดสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ แผลหรือการอักเสบของลำไส้ (Colitis)หลุมลำไส้เลือดออก ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) แผลในทางเดินอาหาร (Peptic Ulcer) รวมถึงโรคของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในบางกรณีอาจพบอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสในระบบทางเดินอาหาร
ลักษณะ สี และปริมาณของเลือดที่ออกมา การแยกอุจจาระเหลืองกับเลือดที่ออก , อาการปวดท้องร่วมด้วยหรือไม่อย่างไร เป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินอาการถ่ายเป็นเลือดว่าเกิดจากตำแหน่งใดของทางเดินอาหาร การสังเกตอาการร่วมและเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลและรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น
อาการถ่ายเป็นเลือดไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรนิ่งนอนใจ หากคุณสังเกตพบสัญญาณเตือนร่วมกับอาการผิดปกติต่อไปนี้ ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยในทันที

อาการถ่ายเป็นเลือดไม่ได้เป็นเพียงอาการผิดปกติเล็กน้อย แต่สามารถสะท้อนความเสี่ยงของโรคในระบบทางเดินอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วมอื่นที่ควรเฝ้าระวัง โดยอาการถ่ายเป็นเลือดอาจบ่งบอกโรคต่าง ๆ ดังนี้
ลำไส้อักเสบ (Colitis) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือดร่วมกับท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายมีมูกปน และอาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย
ในบางรายที่มีการอักเสบบริเวณลำไส้ส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนทอดลงล่าง (Descending Colon) อาจมีอาการปวดเกร็งช่องท้อง หรือปวดท้องข้างซ้ายร่วมด้วยอย่างชัดเจน หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีอาการถ่ายเป็นเลือด คือโรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) ซึ่งเกิดจากการเบ่งอุจจาระแรง ๆ ท้องผูกเรื้อรัง หรือนั่งขับถ่ายนานเกินไป ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งที่เหลืองดีพอง ลักษณะจะมีเลือดสีแดงสดหยดออกมาหลังถ่ายอุจจาระ หรือมีเลือดเคลือบผิวอุจจาระ โดยมักจะไม่มีอาการปวดท้อง แต่หากก้อนริดสีดวงยื่นออกมาด้านนอก และเกิดการอักเสบ จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดที่ทวารหนักอย่างมากขณะนั่งหรือเดิน,อย่าคิดเองว่าเป็นริดสีดวงควรตรวจทุกครั้งที่มีเลือดออกเพราะเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใกล้ริดสีดวงก็ทำให้คิดผิดว่าเป็นริดสีดวงได้
ถ้าหากถ่ายเป็นเลือด อาการแสดงออกในลักษณะถ่ายออกมาเป็นสีดำคล้ำ เหนียวข้น กลิ่นเหม็นคาวคล้ายยางมะตอย หรือมีการอาเจียนเป็นเลือดร่วมด้วย ส่วนใหญ่เป็นสัญญาณของภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น มีแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcer) มะเร็งกระเพาะอาหาร , เส้นเลือดขอดอาหารจากตับแข็ง มีเลือดออกหรือลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori หรือการทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ต่อเนื่องกันนาน ๆ เลือดที่ออกมาจึงทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะจนเปลี่ยนเป็นสีดำ ควรรีบพบแพทย์เพื่อห้ามเลือดทันที
โรคที่น่ากังวลที่สุดเมื่อมีอาการถ่ายเป็นเลือด คือมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer) โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ อาการเตือนสำคัญคือระบบขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระมีขนาดเล็กลีบลง มีอาการท้องอืด แน่นท้อง เรอ ผายลมบ่อย น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และบาคนจะมีถ่ายเป็นเลือดเป็น ๆ หาย ๆ ปนมากับเนื้ออุจจาระ
แนวทางการรักษาอาการถ่ายเป็นเลือดขึ้นอยู่กับสาเหตุและตำแหน่งของพยาธิสภาพที่ตรวจพบ แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อหยุดเลือดและแก้ไขต้นเหตุของโรค ดังนี้

หากมีอาการถ่ายเป็นเลือด การรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ แต่คุณสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดความรุนแรง และป้องกันอาการถ่ายเป็นเลือดซ้ำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมดังนี้
อาการถ่ายเป็นเลือดเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคของระบบทางเดินอาหารหลายระดับ การทำความเข้าใจอาการถ่ายเป็นเลือดจากสาเหตุต่าง ๆ จะช่วยให้คุณประเมินความรุนแรงของอาการ และเข้ารับการตรวจได้เหมาะสม
แนวทางวิธีรักษาอาการถ่ายเป็นเลือด จำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการดูแลโดยแพทย์ หากปล่อยให้ถ่ายเป็นเลือดบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมดูแลคุณด้วยการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่ครอบคลุมทุกสาเหตุของอาการถ่ายเป็นเลือด เพื่อความมั่นใจในสุขภาพการขับถ่ายที่ดีอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือ ถ่ายเป็นเลือดเหมือนประจำเดือนที่ไหลออกมาในปริมาณมากและไม่ยอมหยุด เพื่อป้องกันภาวะช็อกจากการเสียเลือด
เลือดสีแดงสดมักเกิดจากริดสีดวงหรือแผลที่ทวารหนัก ส่วนสีดำคล้ำเกิดจากเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งของพยาธิสภาพที่ต่างกัน
ถ่ายเป็นเลือดไม่เจ็บท้อง สาเหตุมักมาจากริดสีดวงทวารภายใน หรือติ่งเนื้อในลำไส้ ซึ่งต่างจากแผลปริขอบทวารที่จะมีอาการเจ็บปวดอย่างมากขณะขับถ่าย
References
David Richards. (2025, September 19). When to worry about blood in your stool (rectal bleeding. The University of Texas MD Anderson Cancer Center. https://www.mdanderson.org/cancerwise/when-to-worry-about-blood-in-your-stool.h00-159779601.html
Jenette Restivo. (2024, December 17). What can cause blood in stool?. Harvard Health Publishing. https://www.health.harvard.edu/diseases-and-conditions/what-can-cause-blood-in-stool
Mary Anne Dunkin. (2023, November 15). Blood in Stool: Causes and Treatment. WebMD. https://www.webmd.com/digestive-disorders/blood-in-stool
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital