บทความสุขภาพ

Knowledge

ถุงน้ำดีอักเสบ อาการเป็นอย่างไร? ภาวะที่ต้องระวังก่อนเป็นเรื้อรัง

นพ. ระพีพันธุ์ กัลยาวินัย

เมื่อพูดถึงอาการปวดท้อง หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติจากอาหารไม่ย่อย หรือกระเพาะอาหารอักเสบ แต่หากอาการปวดนั้นรุนแรงและปวดบิดเป็นพัก ๆ อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่าง ‘ถุงน้ำดีอักเสบ’ ซึ่งเป็นอาการที่มักเกิดจากการอุดตันของนิ่วในถุงน้ำดี หลายคนอาจสงสัยว่าถุงน้ำดีอักเสบเกิดจากอะไร และถุงน้ำดีอักเสบอันตรายไหม บทความนี้จะให้คำตอบ เพื่อให้คุณเข้าใจอาการถุงน้ำดีอักเสบได้อย่างละเอียด และรู้วิธีป้องกันก่อนที่จะกลายเป็นภาวะเรื้อรัง


Key Takeaways


  • ถุงน้ำดีอักเสบ หรือ ‘Cholecystitis’ คือ ภาวะที่ถุงน้ำดีเกิดการอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการอุดตันของนิ่วในถุงน้ำดี ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง
  • ถุงน้ำดีอักเสบ อาการส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณใต้ชายโครงขวา ร่วมกับมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ขวา
  • ถุงน้ำดีอักเสบไม่ใช่ภาวะที่สามารถหายเองได้ หากปล่อยเอาไว้อาจทำให้ถุงน้ำดีเน่าหรือแตก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ถุงน้ำดีอักเสบ รักษาได้ด้วยการผ่าตัดนำถุงน้ำดีออก ซึ่งปัจจุบันนิยมการผ่าตัดผ่านกล้อง เพราะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้สะดวกกว่า

ถุงน้ำดีอักเสบ คืออะไร? รู้ข้อมูลเบื้องต้น ช่วยวินิจฉัยได้เร็ว


ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) คือภาวะที่ถุงน้ำดีเกิดการอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการอุดตันของนิ่วในถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยภาวะถุงน้ำดีอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่


ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน (Acute Cholecystitis)


ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน (Acute Cholecystitis) คือภาวะการอักเสบของถุงน้ำดีที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดไปอุดตันท่อถุงน้ำดี ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณใต้ชายโครงขวา กดท้องมีอาการปวด และอาจปวดร้าวไปถึงบริเวณสะบักขวา อาการมักคงอยู่เป็นเวลานานเกิน 6 ชั่วโมง ร่วมกับมีไข้และคลื่นไส้อาเจียน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้ถุงน้ำดีเน่าหรือแตก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง (Chronic Cho Lecystitis)


ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง (Chronic Cho Lecystitis) มักเกิดจากการอักเสบซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยอาการมักไม่รุนแรงเท่าแบบเฉียบพลัน และอาจมีอาการเพียงแค่รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือปวดท้องเบา ๆ หลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรังอาจนำไปสู่การทำงานที่ผิดปกติของถุงน้ำดี และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การเกิดพังผืด หรือนิ่วอุดตันถุงน้ำดี,ท่อน้ำดีในอนาคต เป็นต้น โดยในบางกรณีอาจมีอาการรุนแรงมากเทียบเท่ากับภาวะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้เช่นกัน


ถุงน้ำดีอักเสบ เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุที่ควรรู้


ถุงน้ําดีอักเสบ เกิดจาก

ถุงน้ำดีอักเสบ เป็นภาวะที่อาจเกิดจากได้หลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักที่พบบ่อยคือการอุดตันของท่อส่งน้ำดี ซึ่งเป็นผลมาจากการมีก้อนนิ่วในถุงน้ำดี โดยสามารถสรุปสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบได้ดังนี้


  • นิ่วในถุงน้ำดี เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด คือการที่ก้อนนิ่วหลุดไปอุดตันบริเวณท่อทางเดินน้ำดี ทำให้มีแรงดันในถุงน้ำดีสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา
  • การติดเชื้อ การติดเชื้อแบคทีเรีย อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบได้โดยตรง หรือเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการอุดตันของนิ่วในถุงน้ำดี
  • การอักเสบของอวัยวะใกล้เคียง โดยเฉพาะกรณีที่เกิดภาวะตับอ่อนอักเสบ มักมีโอกาสที่ตับอ่อนจะบวมขึ้นอย่างรุนแรงจนไปกดทับท่อส่งน้ำดี ทำให้การไหลเวียนของน้ำดีไม่สะดวก และเกิดการอุดตันเป็นถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้
  • เนื้องอกหรือพังผืด ในบางกรณี การอุดตันอาจไม่ได้มาจากนิ่ว แต่เกิดจากเนื้องอกหรือพังผืดที่กดทับทางเดินน้ำดี ทำให้การไหลของน้ำดีไม่สะดวก
  • การไหลเวียนของน้ำดีผิดปกติ ภาวะบางอย่างที่ทำให้การไหลของน้ำดีเป็นไปอย่างไม่ปกติ หรือมีการคั่งค้างของน้ำดีในถุงน้ำดีเป็นเวลานาน อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน

ถุงน้ำดีอักเสบ อาการเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่จะช่วยให้รับมือได้ง่ายขึ้น


ถุงน้ําดีอักเสบ อาการ

การทำความเข้าใจถึงอาการถุงน้ำดีอักเสบ จะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ อาการที่พบบ่อยและควรเฝ้าระวังเมื่อสงสัยว่ามีภาวะถุงน้ำดีอักเสบ ได้แก่


  • ปวดท้องรุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดท้องอย่างกะทันหันบริเวณใต้ชายโครงขวา บริเวณท้องส่วนบนหรือกลางหน้าท้อง โดยอาการปวดอาจปวดจุกแน่นเป็นพัก ๆ และบางคนปวดร้าวไปถึงบริเวณสะบัก หลัง หรือไหล่ด้านขวา และเมื่อขยับหรือสัมผัสอาจรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้
  • เจ็บหรือปวดหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อหายใจเข้าลึก ๆ ซึ่งจะคล้ายกับอาการหัวใจหรือปอดติดเชื้อ
  • ไข้สูงและหนาวสั่น การอักเสบอาจนำไปสู่การติดเชื้อ ทำให้ร่างกายมีไข้สูง หนาวสั่น และรู้สึกอ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดท้อง
  • ดีซ่าน ในบางกรณี การอุดตันที่รุนแรงอาจทำให้น้ำดีคั่งค้าง จนผิวหนังและตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้
  • อาการอื่น ๆ อาจมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือปวดท้องหลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาการปวดท้อง ไม่สบายท้อง หรือท้องอืดแน่นเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ดีขึ้นแม้ทานยาแล้ว อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “นิ่วอุดตันในถุงน้ำดี”อย่าปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีวินิจฉัยภาวะถุงน้ำดีอักเสบ มีแบบไหนบ้าง?


cholecystitis คือ

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่สงสัยว่าเป็นถุงน้ำดีอักเสบ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น จากนั้นจะใช้วิธีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลและประเมินความรุนแรงของอาการ ดังนี้


  • การตรวจเลือด เป็นการตรวจหาความผิดปกติของค่าตับ เอนไซม์ในตับ และค่าเม็ดเลือดขาวที่อาจบ่งบอกถึงการอักเสบและการติดเชื้อในร่างกาย
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Ultrasound) เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการวินิจฉัยถุงน้ำดีอักเสบ โดยเครื่องจะสร้างภาพจากคลื่นเสียงเพื่อดูขนาด รูปร่าง และความหนาของผนังถุงน้ำดี รวมถึงตรวจดูว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี หรือมีการอุดตันหรือไม่
  • การตรวจ CT Scan ในกรณีที่ผลอัลตราซาวนด์ยังไม่ชัดเจน หรือต้องการประเมินความรุนแรง แพทย์อาจให้ทำ CT Scan เพื่อดูความผิดปกติในช่องท้องโดยละเอียด
  • การตรวจ MRI เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เห็นภาพถุงน้ำดีและท่อน้ำดีได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการอุดตันของท่อน้ำดี
  • ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography) เป็นวิธีตรวจที่ใช้สอดกล้องผ่านปากลงไปในลำไส้เล็กเพื่อฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่ท่อน้ำดี เป็นการตรวจที่ละเอียดและใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีการอุดตันของท่อน้ำดี

ถุงน้ำดีอักเสบ รักษาด้วยวิธีใดได้บ้าง?


ภาวะถุงน้ำดีอักเสบ รักษาได้โดยมีเป้าหมายหลักคือการควบคุมการอักเสบ บรรเทาอาการปวด และกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบ โดยเฉพาะในกรณีที่มีนิ่วอุดตัน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามความรุนแรงของอาการถุงน้ำดี โดยวิธีรักษามีดังนี้


  • การรักษาด้วยยา ในระยะแรกของการอักเสบเฉียบพลัน แพทย์จะให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และอาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงการให้ยาบรรเทาอาการปวด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวขึ้น
  • การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเปิด เป็นวิธีดั้งเดิมที่แพทย์จะเปิดแผลหน้าท้องเพื่อนำถุงน้ำดีออก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • การผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางช่องท้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยแพทย์จะทำการเจาะช่องท้องขนาดเล็กหลายจุด เพื่อสอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าไป การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดี เจ็บน้อย แผลเล็ก เหมาะกับผู้ป่วยถุงน้ำดีอักเสบที่มีอาการรุนแรง หรือร่างกายไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดใหญ่
  • การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ในผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ทันที แพทย์อาจพิจารณาเจาะระบายน้ำดีที่คั่งค้างในถุงน้ำดีออกก่อน เพื่อลดการอักเสบ และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

ถุงน้ำดีอักเสบ รู้ทันสาเหตุ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที


ถุงน้ำดีอักเสบไม่ใช่แค่เรื่องของอาการปวดท้องทั่วไป แต่เป็นภาวะที่ควรเฝ้าระวัง เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที อาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การสังเกตว่าถุงน้ำดีอักเสบอาการเป็นอย่างไร และรีบเข้ารับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสุขภาพในระยะยาว


การรักษาภาวะถุงน้ำดีอักเสบต้องอาศัยทีมแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสม ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างสะดวกสบาย เจ็บน้อย และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วยิ่งขึ้น


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงน้ำดีอักเสบ


ถุงน้ำดีอักเสบทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนใดได้บ้าง?


หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะถุงน้ำดีอักเสบอาจทำให้ถุงน้ำดีเป็นหนอง เน่า หรือแตกทะลุได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และเป็นอันตรายถึงชีวิต


ถุงน้ำดีอักเสบ หายเองได้ไหม?


โดยส่วนใหญ่แล้วถุงน้ำดีอักเสบไม่สามารถหายเองได้ ผู้ป่วยจึงควรเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง


มีถุงน้ำดีขณะที่ยังอักเสบไม่ควรกินอะไร?


ผู้ป่วยถุงน้ำดีอักเสบควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด และอาหารที่มีไขมันสูงเพราะอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวมากขึ้น ทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น และอาจทำให้การอุดตันแย่ลงได้การควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวด และป้องกันภาวะแทรกซ้อน


References


Cholecystitis. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/cholecystitis


Cholecystitis (Gallbladder Inflammation). (2023, September 21). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15265-gallbladder-swelling--inflammation-cholecystitis


Cholecystitis. (2024, October 23). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cholecystitis/symptoms-causes/syc-20364867


Acute cholecystitis. (2023, February 21). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/acute-cholecystitis/

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital