บทความสุขภาพ

Knowledge

ตรวจมวลกระดูก เช็กความหนาแน่นกระดูกก่อนเสี่ยงกระดูกพรุน

นพ. พีรพงษ์ สวัสดิพงษ์

ตรวจมวลกระดูก เช็กความหนาแน่นกระดูกก่อนเสี่ยงกระดูกพรุน

เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างกระดูกก็มักจะบางลงและเปราะแตกได้ง่ายกว่าปกติ การตรวจมวลกระดูกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความหนาแน่นของกระดูก และตรวจหาความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนก่อนเกิดอาการ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถแนะนำแนวทางป้องกันและติดตามผลได้อย่างเหมาะสม


ในบทความนี้จึงจะพามาทำความรู้จักกับการตรวจมวลกระดูกให้มากขึ้น ตั้งแต่การตรวจมวลกระดูกคืออะไร ตรวจมวลกระดูกตรวจยังไง เหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณสามารถวางแผนดูแล ป้องกัน และเช็กมวลกระดูกได้อย่างเหมาะสมก่อนเกิดความเสี่ยง


Key Takeaways


  • ตรวจมวลกระดูก เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยประเมินความหนาแน่นของกระดูก และคัดกรองความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • การตรวจมวลกระดูกเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน มีน้ำหนักตัวน้อย มีประวัติกระดูกหัก หรือมีอาการปวดคอ ปวดหลัง จากความเสื่อมของกระดูก
  • ขั้นตอนการตรวจมวลกระดูกไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ผู้เข้ารับการตรวจไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนตรวจ และขั้นตอนการตรวจใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น

ตรวจมวลกระดูก คืออะไร?


ตรวจมวลกระดูก เพื่ออะไร

หลายคนอาจสงสัยว่า ตรวจมวลกระดูก คืออะไร ตรวจมวลกระดูก เพื่ออะไร? การตรวจมวลกระดูก (Bone Mineral Density : BMD) คือ การตรวจประเมินระดับความหนาแน่น และปริมาณแร่ธาตุของกระดูกในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น กระดูกสันหลัง, กระดูกสะโพก หรือกระดูกส่วนปลาย เพื่อดูว่ากระดูกมีความแข็งแรงเพียงใด และมีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือกระดูกหักมากน้อยแค่ไหน


โดยการตรวจมวลกระดูกมักจะใช้เทคโนโลยี Dual-energy X-ray Absorptiometry (DEXA Scan) ซึ่งเป็นเอกซเรย์พลังงานต่ำที่สามารถตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกได้อย่างละเอียด ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย วางแผนการดูแล รวมถึงติดตามความเปลี่ยนแปลงของกระดูกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล


ตรวจมวลกระดูก ใครควรตรวจบ้าง?


การประเมินความหนาแน่นของกระดูกด้วยการตรวจมวลกระดูก จะช่วยระบุความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการพิจารณาว่าควรเข้ารับการตรวจมวลกระดูกในช่วงอายุเท่าไร และใครควรตรวจบ้าง มักขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงของกระดูก โดยกลุ่มที่แนะนำให้เข้ารับการตรวจมวลกระดูก มีดังนี้


  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน (Menopause) หรือมีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นภาวะกระดูกพรุน
  • ผู้ที่มีประวัติกระดูกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง (Fragility Fracture)
  • ผู้ที่ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) เป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อกระดูก เช่น โรคข้ออักเสบเรื้อรัง หรือโรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  • ผู้ที่มีอาการปวดคอ ปวดหลังเรื้อรัง หรือมีภาวะกระดูกคอเสื่อม ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความหนาแน่นของกระดูกที่ลดลง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ตรวจมวลกระดูก มีขั้นตอนอย่างไร?


ตรวจมวลกระดูก ตรวจยังไง

ก่อนเริ่มตรวจมวลกระดูก หลายคนอาจสงสัยว่า ตรวจมวลกระดูกมีขั้นตอนการตรวจยังไง ตรวจมวลกระดูกใช้เวลานานไหม? โดยทั่วไปแล้วการตรวจมวลกระดูกมักมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และใช้เวลาไม่นาน ซึ่งลำดับขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมไปจนถึงการตรวจ มีรายละเอียดดังนี้


  • การเตรียมตัวก่อนตรวจ : โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารเสริมหรือแคลเซียมก่อนตรวจมวลกระดูกประมาณ 24 ชั่วโมง และควรหลีกเลี่ยงการตรวจเอกซเรย์หรือสารทึบรังสีอื่น ๆ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
  • ซักประวัติเบื้องต้น : ก่อนเริ่มขั้นตอนตรวจมวลกระดูก แพทย์จะสอบถามข้อมูลสุขภาพ การใช้ยา โรคประจำตัว รวมถึงอายุและปัจจัยเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนก่อน
  • ดำเนินการตรวจมวลกระดูก : ผู้เข้ารับการตรวจมวลกระดูกจะนอนบนเตียงตรวจ จากนั้นเครื่อง DEXA Scan จะเคลื่อนผ่านบริเวณที่ต้องตรวจประเมิน เช่น กระดูกสันหลัง, กระดูกสะโพก หรือกระดูกส่วนปลาย เพื่อตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
  • ประมวลผลและแปลค่าผลตรวจ : ผลตรวจจะถูกแสดงในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน ซึ่งแพทย์จะนำมาใช้ในการประเมินระดับความหนาแน่นของกระดูก ความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน และให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลต่อไป

ตรวจมวลกระดูก มีการแปลผลอย่างไร?


การแปลผลหลังตรวจมวลกระดูกจะอาศัยการเปรียบเทียบความหนาแน่นของกระดูก กับค่ามาตรฐาน 2 รูปแบบ ดังนี้


  • ค่า T-Score : เป็นค่าที่ใช้เปรียบเทียบมวลกระดูกของผู้เข้ารับการตรวจ กับมวลกระดูกโดยเฉลี่ยของกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี (อายุประมาณ 30 ปี) โดยวัดจากจำนวนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : SD) ดังนี้
    • ค่า T-Score มากกว่า -1 ขึ้นไป ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ (Normal Bone) มีความเสี่ยงต่ำ
    • ค่า T-Score อยู่ระหว่าง -1 ถึง -2.5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) ความหนาแน่นของกระดูกเริ่มลดลง มีความเสี่ยงเกิดภาวะกระดูกพรุน
    • ค่า T-Score ต่ำกว่า -2.5 ถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ความหนาแน่นของกระดูกต่ำมาก มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกระดูกหักมาก
  • ค่า Z-Score : เป็นค่าที่ใช้เปรียบเทียบมวลกระดูกของผู้เข้ารับการตรวจ กับมวลกระดูกโดยเฉลี่ยของกลุ่มคนในวัยเดียวกัน หากค่า Z-Score ต่ำกว่า -2.0 ถือว่าต่ำกว่าช่วงปกติ เมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน

วิธีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุน


ตรวจมวลกระดูก วิธีดูแล

การตรวจมวลกระดูกถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ทราบถึงระดับความหนาแน่นของกระดูก และความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้เช่นกัน


  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ เช่น ผักใบเขียว, นม, โยเกิร์ต, ถั่ว, งา และปลาที่กินได้ทั้งกระดูก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก (Weight-bearing Exercises) เช่น การเดิน, การวิ่งเบา ๆ , การเต้นรำ, การยกน้ำหนัก, และการเล่นโยคะ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ป้องกันการหกล้ม และแรงกระแทกด้วยการสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม
  • ตรวจสุขภาพ และตรวจมวลกระดูกเป็นประจำ

ตรวจมวลกระดูก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าไม่อยากเกิดภาวะกระดูกพรุน


ตรวจมวลกระดูก เป็นวิธีประเมินสุขภาพกระดูกที่ช่วยตรวจหาความหนาแน่น และความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจสามารถวางแผนการดูแล ป้องกัน และติดตามสุขภาพกระดูกได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดการเกิดภาวะกระดูกพรุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้


หากคุณกำลังตัดสินใจว่าจะตรวจมวลกระดูกที่ไหนดี? ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เราพร้อมให้บริการด้วยการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน เพื่อให้การตรวจมวลกระดูกมีประสิทธิภาพ และช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพกระดูกอย่างเหมาะสมต่อไป


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจมวลกระดูก


1. ใครบ้างที่ไม่ควรตรวจมวลกระดูก?


การตรวจมวลกระดูกไม่แนะนำให้ตรวจในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่ใส่อุปกรณ์โลหะ หรือมีโลหะฝังในร่างกายบริเวณที่จะตรวจ รวมถึงผู้ที่เพิ่งได้รับการตรวจเอกซเรย์ที่มีสารทึบรังสีในช่วงเวลาใกล้เคียง เพราะอาจรบกวนผลการตรวจประเมินความหนาแน่นของกระดูกได้


2. การตรวจมวลกระดูกควรตรวจทุกกี่ปี?


ความถี่ในการตรวจมวลกระดูกขึ้นอยู่กับผลการตรวจครั้งก่อน และปัจจัยความเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้วมักจะแนะนำให้เข้ารับการตรวจมวลกระดูกทุก ๆ 1-2 ปี เพื่อติดตามความหนาแน่นของกระดูก


3. ตรวจมวลกระดูก ราคาเท่าไร?


การตรวจมวลกระดูก ราคามักจะแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาล ประเภทเครื่องมือที่ใช้ รวมถึงจำนวนตำแหน่งที่ตรวจ แต่โดยทั่วไปแล้วการตรวจมวลกระดูกมักจะมีราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ ควรสอบถามราคาจริงจากสถานพยาบาลก่อนเข้ารับการตรวจ


References


Bone Health and Osteoporosis Foundation. (2022, August 3). Evaluation of Bone Health/Bone Density Testing. Bone Health and Osteoporosis Foundation. https://www.bonehealthandosteoporosis.org/patients/diagnosis-information/bone-density-examtesting/


National Health Service. (2022, October 5). Bone density scan (DEXA scan) – How it is performed. NHS. https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/dexa-scan/what-happens/


National Institute on Aging. (2022, November 15). Osteoporosis. National Institute on Aging. https://www.nia.nih.gov/health/osteoporosis/osteoporosis

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (9)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital