บทความสุขภาพ

Knowledge

ไอเรื้อรังไม่หาย เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุและสัญญาณอันตราย

นพ. ชนทัต ไตรทอง

ไอเรื้อรังไม่หาย เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุและสัญญาณอันตราย

ไอเรื้อรังคืออะไร?


อาการไอเรื้อรัง (Chronic Cough) คือ ภาวะที่มีอาการไอต่อเนื่อง มากกว่า 8 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งมักเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่กล่องเสียง หลอดลม เนื้อปอด ไปจนถึงเยื่อหุ้มปอด


เมื่อเกิดการอักเสบ ร่างกายจะรับรู้สิ่งระคายเคือง และส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปยังสมอง จากนั้นสมองจะสั่งการให้เกิด “การไอ” เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ


สาเหตุของอาการไอเรื้อรัง


อาการไอเรื้อรังมีได้จากหลายปัจจัย ทั้งในระบบทางเดินหายใจและนอกระบบทางเดินหายใจ


1. โรคในระบบทางเดินหายใจ


เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่



นอกจากนี้ โรคของเยื่อหุ้มปอด เช่น


  • วัณโรคเยื่อหุ้มปอด
  • มะเร็งที่กระจายมาที่เยื่อหุ้มปอด

อาจทำให้เกิดน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ส่งผลให้ไอร่วมกับอาการเหนื่อย


2. โรคนอกระบบทางเดินหายใจ


  • โรคกรดไหลย้อน (GERD) กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองลำคอและหลอดลม
  • ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองบางตำแหน่ง อาจมีการกระตุ้นศูนย์ควบคุมการไอ

3. ผลข้างเคียงจากยา


  • ยาลดความดันโลหิตบางชนิด (โดยเฉพาะกลุ่ม ACE inhibitors) อาจทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง

ชนิดของอาการไอ แบ่งตามระยะเวลาของอาการไอ คือ


  • ไอเฉียบพลัน: น้อยกว่า 2 สัปดาห์
  • ไอกึ่งเฉียบพลัน: 2 – 8 สัปดาห์
  • ไอเรื้อรัง: มากกว่า 8 สัปดาห์

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไอเรื้อรัง


กลุ่มที่ควรระวัง ได้แก่


  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น วัณโรค (แพร่ผ่านละอองเสมหะ)
  • สิ่งแวดล้อม เช่น

    • ฝุ่น PM2.5 และมลภาวะทางอากาศอื่นๆ
    • การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

สัญญาณเตือน! ไอแบบไหนควรรีบพบแพทย์


สัญญาณเตือน อาการไอเรื้อรังแบบไหน ควรรีบพบแพทย์
  • ไอต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์
  • มีไข้สูง
  • เสมหะสีเขียว เหลือง หรือมีเลือดปน
  • ไอเป็นเลือดสด
  • น้ำหนักลดผิดปกติ

    • มากกว่า 5% ใน 1 เดือน
    • หรือ 10% ใน 3 เดือน
  • เหนื่อย หอบ หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก

การรักษาและวินิจฉัยอาการไอเรื้อรัง


  1. เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)
  2. เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ใช้ในการวินิจฉัยอาการไอเรื้อรัง และ ไซนัสอักเสบ ที่ละเอียดมากขึ้น อาจจะใช้การคัดกรองด้วย Low Dose CT scan ได้
  3. การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test)
  4. การส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy)

หากบางรายมีเสมหะจำนวนมาก อาจมีการนำเสมหะไปตรวจหาเชื้อวัณโรคเพิ่มเติม และในกรณีที่ไอจากการมีน้ำในเยื่อหุ้มปอด อาจใช้เข็มเจาะดูดน้ำเพื่อส่งตรวจเพิ่มเติม


วิธีป้องกันอาการไอเรื้อรัง


5 วิธีป้องกัน อาการไอเรื้อรัง
  • หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และมลภาวะ
  • สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • งดสูบบุหรี่
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยเน้นการออกกำลังกายชนิด aerobic exercise
  • ตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

อาการไอเรื้อรังไม่ใช่เรื่องเล็ก แม้บางกรณีจะเกิดจากภูมิแพ้หรือการระคายเคืองทั่วไป แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายแรง เช่น วัณโรค หรือมะเร็งปอด การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไอเรื้อรัง


1. ไอเรื้อรังกี่วันถึงควรไปหาหมอ?


หากไอต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วมผิดปกติ เช่น ไข้ เหนื่อย หรือไอมีเลือด ควรรีบพบแพทย์


2. ไอเรื้อรังเกิดจากกรดไหลย้อนได้จริงไหม?


สามารถเกิดได้ เนื่องจากกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองลำคอ ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง


3. ไอเรื้อรังเสี่ยงมะเร็งปอดไหม?


ถือเป็น 1 ในความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด ไอเป็นเลือด หรือเหนื่อยง่าย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (3)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital