บทความสุขภาพ

Knowledge

ตาแดง อันตรายไหม อาการตาแดงแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์

ตาแดง เป็นหนึ่งในโรคตาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วย เนื่องจากมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล หรือแสบตา จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน


หลายคนอาจสงสัยว่าโรคตาแดงเกิดจากอะไร ซึ่งสาเหตุหลักมักจะมาจากการติดเชื้อไวรัส (Adenovirus) หรือแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) ที่แพร่กระจายได้ง่ายโดยการสัมผัส บางรายอาจมีอาการของโรคตาแดงร่วมกับคันตา หรือขี้ตามากผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจลุกลาม และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในตาส่วนลึกได้


Key Takeaways


  • ตาแดงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ หรือการระคายเคือง โดยแต่ละชนิดมีลักษณะและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
  • โรคตาแดงสามารถติดต่อได้ โดยเฉพาะจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ผ่านการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา หรือของใช้ร่วมกัน จึงควรล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา
  • วิธีรักษาอาการตาแดงขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ปวดตา หรือตามัว ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ตาแดง คือ สัญญาณผิดปกติของดวงตา


ตาแดง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ‘Conjunctivitis’ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อบางใสที่คลุมบริเวณตาขาว และด้านในของเปลือกตา ทำให้เกิดอาการตาแดงอย่างเห็นได้ชัด โดยหลอดเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุตาจะขยายตัว จนมองเห็นเป็นสีแดงชัดเจน โรคตาแดงสามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการแพ้สิ่งกระตุ้นบางชนิด เช่น ฝุ่นละออง หรือควัน


ในบางกรณี ผู้ป่วยตาแดงอาจมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย โดยเฉพาะหากมีการอักเสบลุกลามไปยังกระจกตา (Cornea) จึงควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการตาแดง และรับการรักษาอย่างเหมาะสม


ตาแดงเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุให้ชัด


ตาขาวแดงเกิดจากอะไร

อาการตาแดงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อย ไปจนถึงการติดเชื้อ หรือโรคตาที่รุนแรง โดยทั่วไปตาแดงเกิดจาก 3 กลุ่มสาเหตุหลัก ได้แก่ การระคายเคือง การติดเชื้อ และโรคตา หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น


ตาแดงจากการระคายเคือง


หนึ่งในสาเหตุของ ตาแดงที่พบได้บ่อยคือการสัมผัสสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งระคายเคืองในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุตา (Conjunctiva) อักเสบ และเกิดอาการตาแดงได้ โดยสามารถสรุปสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้


  • ฝุ่น ควัน และมลพิษทางอากาศ สิ่งระคายเคืองเหล่านี้สามารถทำให้เยื่อบุตาอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล หรือแสบตา อาการจะดีขึ้นได้เมื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และหยอดน้ำตาเทียม (Artificial Tears) เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออก
  • การสัมผัสสารเคมี เช่น น้ำยาทำความสะอาด หรือสเปรย์บางชนิด เมื่อเข้าตาอาจทำให้ตาแดงรุนแรง ร่วมกับอาการแสบตาหรือตาพร่ามัว ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที และพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
  • การแพ้เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์รอบดวงตา เครื่องสำอาง มาสคาร่า หรือครีมบำรุงรอบดวงตา อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ตาแดง คัน และบวม ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยทันทีและล้างตาให้สะอาด
  • การใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เช่น ใส่นานเกินไป หรือดูแลทำความสะอาดไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและตาแดงได้ง่าย หากอาการไม่ดีขึ้นควรหยุดใช้ และปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่เกิดขึ้น

ตาแดงจากการติดเชื้อ


ตาแดงจากการติดเชื้อถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อย โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่


  • ตาแดงจากเชื้อไวรัส (Viral Conjunctivitis) ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Adenovirus ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดงทั้งสองข้าง เคืองตา น้ำตาไหล และขี้ตาใสเล็กน้อย โรคนี้ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสสิ่งของ หรือมือที่มีเชื้อไวรัส การรักษาจะเน้นการดูแลให้หายเองภายในไม่กี่วัน
  • ตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) จะพบว่ามีขี้ตาข้นสีเหลืองหรือเขียว เปลือกตาบวมแดง และบางรายอาจมีอาการปวดตาร่วมด้วย การติดเชื้อชนิดนี้ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมเชื้อ และลดการอักเสบ

ตาแดงจากโรคตา หรืออาการแทรกซ้อนจากโรคอื่น


นอกจากการระคายเคืองและการติดเชื้อแล้ว ตาแดงยังอาจเป็นสัญญาณของโรคตาหรือภาวะอื่น ๆ ที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น


  • ภาวะตาแห้งเรื้อรัง (Dry Eye Syndrome) ทำให้เกิดการอักเสบของผิวตา จนมีอาการตาแดง แสบตา หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา การใช้น้ำตาเทียมอย่างสม่ำเสมอช่วยบรรเทาได้
  • ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) เกิดจากการแพ้เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ส่งผลให้ตาแดง คัน และน้ำตาไหลมากผิดปกติ บางรายมีอาการจามหรือคัดจมูกร่วมด้วย ซึ่งสามารถใช้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ช่วยลดอาการได้
  • กระจกตาอักเสบ (Keratitis) เป็นภาวะที่อันตราย เพราะมีการอักเสบของกระจกตา ทำให้ตาแดง ปวดตามาก สู้แสงไม่ได้ และมองเห็นไม่ชัด หากปล่อยไว้อาจเกิดแผล หรือทำให้สายตาลดลงจนเกิดอาการตาพร่ามัว จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อดวงตา

การสังเกตลักษณะของอาการตาแดง ร่วมกับอาการโรคตาแดงอื่น ๆ เช่น มีขี้ตาเปลี่ยนสี ปวดตามาก หรือมองเห็นพร่ามัว เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาได้ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย


ตาแดง อาการแบบไหน เสี่ยงภาวะอักเสบรุนแรง


เมื่อเกิดอาการตาแดง มักจะมีสัญญาณผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง อาการของโรคตาแดงอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การแพ้ หรือการระคายเคืองจากสิ่งแปลกปลอม โดยปกติในผู้ป่วยโรคตาแดงจะพบอาการผิดปกติ ได้แก่


  • คันตาและระคายเคือง เป็นอาการตาแดงที่พบบ่อย ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา ทำให้ขยี้ตาบ่อย ซึ่งการขยี้ตาอาจยิ่งทำให้ตาแดงรุนแรงมากขึ้น
  • ตาขาวเปลี่ยนสี ลักษณะเด่นของอาการของโรคตาแดง คือ ตรงบริเวณตาขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดง จากการขยายตัวของเส้นเลือด บางรายอาจมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ทำให้เห็นเป็นปื้นแดงชัดเจนบนตาขาว
  • น้ำตาและขี้ตาผิดปกติ ดวงตาผลิตน้ำตามากเกินไป หรือน้ำตาไหลตลอดเวลา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองหรือขาวเหนียวโดยเฉพาะหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการโรคตาแดง ที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อหรืออักเสบ
  • เปลือกตาบวมแดง การอักเสบจากตาแดงอาจลามมาถึงเปลือกตา ทำให้เกิดอาการบวม แดง หรือรู้สึกหนักตา จนบางครั้งลืมตาได้ลำบาก
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากมีอาการตาพร่ามัว ปวดตา มีฝ้าขาวที่กระจกตา หรือพบต่อมน้ำเหลืองหน้าหูโต กดแล้วเจ็บ ถือเป็นอาการโรคตาแดงที่ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

ตาแดง มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง?


ตาแดงรักษา

เมื่อมีอาการตาแดง การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการลุกลามหรือการติดเชื้อซ้ำ การเลือกแนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคและระดับความรุนแรงของอาการ โดยโรคตาแดงมีวิธีรักษาดังต่อไปนี้


  • รักษาตามอาการ

หากตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัสมักจะไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์จะให้ยาหยอดตาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และแนะนำให้หยอดเฉพาะตาข้างที่มีอาการเท่านั้น


  • ใช้ยาหยอดแก้อักเสบหรือยาแก้ปวด

ในบางกรณีที่ตาอักเสบแดง วิธีรักษาคือ แพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาหยอดแก้อักเสบ เพื่อลดอาการบวมและระคายเคืองของเยื่อบุตา รวมถึงช่วยให้เส้นเลือดที่ขยายตัวกลับสู่ภาวะปกติ หากมีอาการปวดหรือแสบตาร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวด


  • ดูแลสุขอนามัยระหว่างรักษา

ควรใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดขี้ตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และงดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าจะหายตาแดง พร้อมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้สายตานานเกินไป


  • วิธีแก้ตาแดงในชีวิตประจำวัน

สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบเบา ๆ เพื่อลดอาการบวมและระคายเคือง หรือใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องออกกลางแจ้ง เพื่อป้องกันฝุ่นและแสงแดดที่อาจกระตุ้นให้อาการตาแดงแย่ลง


การดูแลและป้องกันอาการตาแดงด้วยตัวเอง


การดูแลดวงตาให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงตาแดง และช่วยให้อาการบรรเทาได้เร็วขึ้น หากปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทั้งบรรเทาและเป็นวิธีแก้ตาแดงได้ โดยวิธีการดูแลและป้องกันตาแดง มีดังนี้


  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือสัมผัสดวงตาโดยตรง เพราะอาจทำให้เชื้อแพร่กระจาย หรือเพิ่มการอักเสบในตาข้างที่ยังไม่เป็น
  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะหลังสัมผัสใบหน้า ดวงตา หรือสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่น
  • ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด หรือผ้านุ่มเช็ดขี้ตา และน้ำตาออกเบา ๆ โดยใช้สำลีแผ่นใหม่ทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
  • หยอดตาเฉพาะข้างที่มีอาการ ไม่ใช้ยาหยอดตาขวดเดียวกันกับดวงตาอีกข้าง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน หรือเครื่องสำอางรอบดวงตา
  • พักการใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว และควรเปลี่ยนกลับมาใช้แว่นตาจนกว่าอาการตาแดงจะหายสนิท
  • งดว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ หรืออยู่ในที่ที่มีฝุ่น ควัน สารเคมี เพราะอาจกระตุ้นให้ตาอักเสบเพิ่มขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และลดการใช้สายตานาน ๆ เพื่อช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวเร็วขึ้น

หากมีอาการบวมแดง หรือปวดตาไม่หาย ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม ทั้งนี้ สามารถอ่านบทความอื่น ๆ ด้านโรคตาของทางโรงพยาบาลพระราม 9 เช่น ตากุ้งยิง เพื่อเรียนรู้วิธีดูแลดวงตาให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อหรืออักเสบ


ตาแดง อันตรายไหม หายได้เองหรือเปล่า?


ถึงแม้ว่าอาการตาแดงส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ก็มีบางกรณีที่อาการอาจเป็นสัญญาณของโรคตาที่อันตราย และต้องได้รับการตรวจรักษาโดยเร็ว หากปล่อยไว้นานเกินไปอาจนำไปสู่ความเสียหายของกระจกตา หรือการสูญเสียการมองเห็นได้


  • ตาแดงชนิดไม่อันตราย

เป็นโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ควัน หรือแสงแดด อาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อพักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม ในบางรายแพทย์อาจให้ยาหยอดตา เพื่อลดการอักเสบ


  • ตาแดงชนิดอันตราย

หากมีอาการตาแดงรุนแรงร่วมกับปวดตา แพ้แสง ตามัว หรือเห็นฝ้าขาวที่กระจกตา ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคตาอื่นที่มีความรุนแรง เช่น


    • กระจกตาอักเสบ (Keratitis) จากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส อาจทำให้กระจกตาขุ่นหรือทะลุได้
    • ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน (Acute Angle-closure Glaucoma) ทำให้ความดันในลูกตาเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ตาพร่ามัว และอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นถาวร
    • ม่านตาอักเสบ (Uveitis) จะมีอาการปวดตา ตาแดง และแพ้แสงรุนแรง ต้องได้รับยาสเตียรอยด์ หรือยากดภูมิคุ้มกันภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ตาแดง สัญญาณเตือนเยื่อบุตาอักเสบ รีบพบแพทย์ก่อนอาการลุกลาม


ตาแดง เป็นภาวะเยื่อบุตาอักเสบที่พบได้บ่อย ทำให้เกิดอาการตาแดง คัน น้ำตาไหล หรือมีขี้ตาเหนียว สาเหตุอาจเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายได้เองใน 7-10 วัน หรือเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา หากอาการตาแดงไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน มีอาการปวดตามาก ตามัว ควรรีบพบจักษุแพทย์ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ


ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลพระราม 9 เข้าใจถึงความกังวลเมื่อคุณประสบปัญหาตาแดงและปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เราพร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอาการตาแดง ด้วยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าคุณจะเกิดอาการตาแดงจากสาเหตุใดก็ตาม เรามีแนวทางและการรักษาตาแดงที่หลากหลาย เพื่อให้ดวงตาของคุณกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาแดง

1. ตาแดงหายเองได้ไหม ควรดูแลอย่างไร


ตาแดงบางประเภท เช่น ตาแดงจากเชื้อไวรัส สามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วันโดยไม่ต้องใช้ยา เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาความสะอาดรอบดวงตา อย่างไรก็ตาม หากอาการตาแดงเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ปวดตามาก หรือตามัว ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม


2. โรคตาแดงติดต่อไหม ติดต่อยังไง


โรคตาแดงสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายจากการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้าและหมอน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตา ล้างมือบ่อย ๆ รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายของโรคตาแดง


References


Muhammad F. Hashmi, Bharat Gurnani, Scarlet Benson. (2024, January 26). Conjunctivitis. National Institutes of Health. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK541034/


(n.d.). Pink eye (conjunctivitis) symptoms & treatment. | Aurora Health Care. Aurora Health Care. https://www.aurorahealthcare.org/services/eye-care/pink-eye-conjunctivitis


Frances Gatta, Amy Gopal. (2024, April 09). Pink Eye: What You Should Know. Web MD. https://www.webmd.com/eye-health/eye-health-conjunctivitis

เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital