บทความสุขภาพ
Knowledge

ตาแดง เป็นหนึ่งในโรคตาที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วย เนื่องจากมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล หรือแสบตา จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
หลายคนอาจสงสัยว่าโรคตาแดงเกิดจากอะไร ซึ่งสาเหตุหลักมักจะมาจากการติดเชื้อไวรัส (Adenovirus) หรือแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) ที่แพร่กระจายได้ง่ายโดยการสัมผัส บางรายอาจมีอาการของโรคตาแดงร่วมกับคันตา หรือขี้ตามากผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจลุกลาม และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในตาส่วนลึกได้
Key Takeaways
ตาแดง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ‘Conjunctivitis’ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อบางใสที่คลุมบริเวณตาขาว และด้านในของเปลือกตา ทำให้เกิดอาการตาแดงอย่างเห็นได้ชัด โดยหลอดเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุตาจะขยายตัว จนมองเห็นเป็นสีแดงชัดเจน โรคตาแดงสามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการแพ้สิ่งกระตุ้นบางชนิด เช่น ฝุ่นละออง หรือควัน
ในบางกรณี ผู้ป่วยตาแดงอาจมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย โดยเฉพาะหากมีการอักเสบลุกลามไปยังกระจกตา (Cornea) จึงควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการตาแดง และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

อาการตาแดงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อย ไปจนถึงการติดเชื้อ หรือโรคตาที่รุนแรง โดยทั่วไปตาแดงเกิดจาก 3 กลุ่มสาเหตุหลัก ได้แก่ การระคายเคือง การติดเชื้อ และโรคตา หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น
หนึ่งในสาเหตุของ ตาแดงที่พบได้บ่อยคือการสัมผัสสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งระคายเคืองในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุตา (Conjunctiva) อักเสบ และเกิดอาการตาแดงได้ โดยสามารถสรุปสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้
ตาแดงจากการติดเชื้อถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อย โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
นอกจากการระคายเคืองและการติดเชื้อแล้ว ตาแดงยังอาจเป็นสัญญาณของโรคตาหรือภาวะอื่น ๆ ที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น
การสังเกตลักษณะของอาการตาแดง ร่วมกับอาการโรคตาแดงอื่น ๆ เช่น มีขี้ตาเปลี่ยนสี ปวดตามาก หรือมองเห็นพร่ามัว เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาได้ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัย
เมื่อเกิดอาการตาแดง มักจะมีสัญญาณผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง อาการของโรคตาแดงอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การแพ้ หรือการระคายเคืองจากสิ่งแปลกปลอม โดยปกติในผู้ป่วยโรคตาแดงจะพบอาการผิดปกติ ได้แก่

เมื่อมีอาการตาแดง การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการลุกลามหรือการติดเชื้อซ้ำ การเลือกแนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคและระดับความรุนแรงของอาการ โดยโรคตาแดงมีวิธีรักษาดังต่อไปนี้
หากตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัสมักจะไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์จะให้ยาหยอดตาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และแนะนำให้หยอดเฉพาะตาข้างที่มีอาการเท่านั้น
ในบางกรณีที่ตาอักเสบแดง วิธีรักษาคือ แพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาหยอดแก้อักเสบ เพื่อลดอาการบวมและระคายเคืองของเยื่อบุตา รวมถึงช่วยให้เส้นเลือดที่ขยายตัวกลับสู่ภาวะปกติ หากมีอาการปวดหรือแสบตาร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวด
ควรใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดขี้ตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และงดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าจะหายตาแดง พร้อมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้สายตานานเกินไป
สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบเบา ๆ เพื่อลดอาการบวมและระคายเคือง หรือใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องออกกลางแจ้ง เพื่อป้องกันฝุ่นและแสงแดดที่อาจกระตุ้นให้อาการตาแดงแย่ลง
การดูแลดวงตาให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงตาแดง และช่วยให้อาการบรรเทาได้เร็วขึ้น หากปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทั้งบรรเทาและเป็นวิธีแก้ตาแดงได้ โดยวิธีการดูแลและป้องกันตาแดง มีดังนี้
หากมีอาการบวมแดง หรือปวดตาไม่หาย ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม ทั้งนี้ สามารถอ่านบทความอื่น ๆ ด้านโรคตาของทางโรงพยาบาลพระราม 9 เช่น ตากุ้งยิง เพื่อเรียนรู้วิธีดูแลดวงตาให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อหรืออักเสบ
ถึงแม้ว่าอาการตาแดงส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ก็มีบางกรณีที่อาการอาจเป็นสัญญาณของโรคตาที่อันตราย และต้องได้รับการตรวจรักษาโดยเร็ว หากปล่อยไว้นานเกินไปอาจนำไปสู่ความเสียหายของกระจกตา หรือการสูญเสียการมองเห็นได้
เป็นโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ควัน หรือแสงแดด อาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อพักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม ในบางรายแพทย์อาจให้ยาหยอดตา เพื่อลดการอักเสบ
หากมีอาการตาแดงรุนแรงร่วมกับปวดตา แพ้แสง ตามัว หรือเห็นฝ้าขาวที่กระจกตา ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคตาอื่นที่มีความรุนแรง เช่น
ตาแดง เป็นภาวะเยื่อบุตาอักเสบที่พบได้บ่อย ทำให้เกิดอาการตาแดง คัน น้ำตาไหล หรือมีขี้ตาเหนียว สาเหตุอาจเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายได้เองใน 7-10 วัน หรือเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา หากอาการตาแดงไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน มีอาการปวดตามาก ตามัว ควรรีบพบจักษุแพทย์ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ
ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลพระราม 9 เข้าใจถึงความกังวลเมื่อคุณประสบปัญหาตาแดงและปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เราพร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอาการตาแดง ด้วยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าคุณจะเกิดอาการตาแดงจากสาเหตุใดก็ตาม เรามีแนวทางและการรักษาตาแดงที่หลากหลาย เพื่อให้ดวงตาของคุณกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ตาแดงบางประเภท เช่น ตาแดงจากเชื้อไวรัส สามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วันโดยไม่ต้องใช้ยา เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาความสะอาดรอบดวงตา อย่างไรก็ตาม หากอาการตาแดงเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ปวดตามาก หรือตามัว ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
โรคตาแดงสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายจากการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้าและหมอน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตา ล้างมือบ่อย ๆ รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายของโรคตาแดง
References
Muhammad F. Hashmi, Bharat Gurnani, Scarlet Benson. (2024, January 26). Conjunctivitis. National Institutes of Health. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK541034/
(n.d.). Pink eye (conjunctivitis) symptoms & treatment. | Aurora Health Care. Aurora Health Care. https://www.aurorahealthcare.org/services/eye-care/pink-eye-conjunctivitis
Frances Gatta, Amy Gopal. (2024, April 09). Pink Eye: What You Should Know. Web MD. https://www.webmd.com/eye-health/eye-health-conjunctivitis
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (0)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital