บทความสุขภาพ

Knowledge

เลสิคมีกี่แบบ เลือกทำแบบไหนดี? รวมข้อดีข้อจำกัดของเลสิคแต่ละแบบ

พญ. ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ

เลสิคมีกี่แบบ เลือกทำแบบไหนดี? รวมข้อดีข้อจำกัดของเลสิคแต่ละแบบ

การทำเลสิค (LASIK) เป็นวิธีแก้ไขสายตา ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยมีเทคโนโลยีให้เลือกหลายรูปแบบ


ประเภทของเลสิค


การทำเลสิคในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ PRK, LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro และ PRESBYOND โดยแต่ละแบบเหมาะกับสภาพตาและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ดังนี้


1. PRK (Photorefractive Keratectomy)


PRK (Photorefractive Keratectomy) คือ เป็นวิธีแก้ไขสายตารุ่นแรกสุด แต่ยังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ขั้นตอนการรักษาจะไม่แยกชั้นกระจกตา แต่จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกก่อน แล้วใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับความโค้งของกระจกตาอีกที ก่อนจะปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์นาน 5-7 วันเพื่อลดอาการระคายเคืองตา ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที


จุดเด่น


  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -600 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ไม่ต้องฉีดยาชา ใช้แค่ยาชาแบบหยอดตา
  • ไม่ต้องมีการเย็บแผล
  • ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีกระจกตาบาง ซึ่งไม่สามารถใช้การรักษาแบบแยกชั้นกระจกตาได้
  • เกิดตาแห้งน้อยกว่าวิธีเลสิค

ข้อจำกัด


  • มีโอกาสเกิดฝ้าที่กระจกตาได้ หากออกแดดบ่อยในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังทำ
  • อาจมีอาการระคายเคืองมากกว่าวิธีอื่น
  • ใช้เวลาฟื้นตัวช้ากว่าการทำเลสิค

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้


  • ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียงไม่มาก
  • ผู้ที่มีอาการตาแห้งเรื้อรัง
  • ผู้ที่ถูกกำหนดให้ทำการรักษาด้วยวิธี PRK เท่านั้น เช่น การเตรียมตัวเข้าสอบบางอาชีพที่มีความเสี่ยง เช่น สอบนักบิน สอบเตรียมทหาร
  • ต้องทำกิจกรรมและกีฬาบางประเภทที่มีความเสี่ยง เช่น นักมวย
  • ผู้ที่มีข้อจำกัดในการรักษาด้วยเทคนิคการแยกชั้นกระจกตา
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของกระจกตา ได้แก่ กระจกตาบางหรือผิดรูป มีประวัติกระจกตาถลอกง่าย มีประวัติกระจกตาดำมีการลอกหลุด มีประวัติเป็นแผลที่กระจกตา

2. เลสิคใบมีด (Lasik)


เลสิคใบมีด (Microkeratome LASIK, Blade LASIK, หรือ LASIK) เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูง โดยใช้ใบมีดที่มีขนาดเล็กเปิดฝากระจกตาขึ้น ก่อนใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ แล้วปิดกระจกตากลับเข้าที่เดิม ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที


จุดเด่น


  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นน้อย
  • สามารถกลับมามองเห็นได้เต็มประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว
  • อ่อนโยนต่อสภาพตา ระคายเคืองน้อย ทั้งในช่วงระหว่างผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

ข้อจำกัด


  • ไม่สามารถใช้เทคนิคนี้กับผู้ที่มีภาวะกระจกตาบางหรือไม่สม่ำเสมอ
  • อาจเกิดรอยแผลบนผิวกระจกตา จากการแยกชั้นกระจกตา (แต่จะหายได้เอง)
  • มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งมากกว่าวิธีการทำเลสิคแบบอื่น และไม่เหมาะกับผู้ป่วยตาแห้งเรื้อรัง

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้


  • ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง
  • ผู้ที่มีความหนากระจกตาเพียงพอ
  • ผู้ที่สามารถลืมตาได้กว้าง เพราะขนาดเครื่องมือจะค่อนข้างใหญ่

3. เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK)


เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK) คือ วิธีการรักษาที่ใช้เลเซอร์ (Femtosecond Laser) ในขั้นตอนการเปิดฝา กระจกตา จากนั้นจะปรับแต่งความโค้งของกระจกตาด้วยเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) เรียกได้ว่าใช้เลเซอร์เป็นหลักตลอดการรักษา โดยไม่ต้องใช้ใบมีดเปิดฝากระจกตา (Bladeless LASIK) จึงให้ความแม่นยำและความปลอดภัยที่ดีกว่าการทำเลสิคแบบใช้ใบมีด ระยะเวลาในการผ่าตัด 30 นาที


จุดเด่น


  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนต่ำ
  • อ่อนโยน และก่อความระคายเคืองน้อย
  • ไม่ต้องฉีดยาชา ใช้แค่ยาชาแบบหยอดตา
  • ฟื้นตัวได้เร็ว เพราะไม่ต้องผ่าตัด
  • สามารถกลับมามองเห็นได้เต็มประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว
  • มีความแม่นยำในการแยกชั้นกระจกตาสูง

ข้อจำกัด


  • อาจเกิดรอยแผลบริเวณกระจกตา
  • หากมีอุบัติเหตุกระทบกระเทือนตาอย่างรุนแรง ยังมีโอกาสฝากระจกตาเคลื่อนที่
  • ทำให้เกิดตาแห้งได้มากกว่าวิธี SMILE Pro

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้


  • ผู้ที่มีภาวะกระจกตาบาง
  • ผู้ที่มีตาเล็กเปิดตาได้ไม่มาก

4. เลเซอร์รักษาสายตาแบบแผลเล็ก (SMILE Pro)


เลเซอร์รักษาสายตาแบบแผลเล็ก (SMILE Pro) คือ นวัตกรรมเลเซอร์รักษาสายตาสั้นและเอียงขั้นสูงจาก ZEISS พัฒนาต่อมาจาก ReLEx SMILE โดยใช้เครื่อง VisuMax 800 ที่เร็วกว่าเดิม (8-10 วินาที) ทำการแยกชั้นกระจกตาเป็นแผ่นบาง (Lenticule) และดึงออกผ่านแผลเล็ก 2-4 มม. ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ลดการเกิดตาแห้ง แผลหายไว และให้ความแม่นยำสูง


จุดเด่น


  • ไม่มีการแยกชั้นกระจกตา จึงไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากฝากระจกตา
  • ระคายเคืองหรือปวดตาน้อยมาก (หรือแทบไม่มีเลย)
  • ตาแห้งน้อยมาก ลดภาวะแสงฟุ้งกระจายตอนกลางคืน
  • รักษาโครงสร้างทางกายภาพและความแข็งแรงของเนื้อกระจกตาได้ดี
  • ใช้เวลาผ่าตัดสั้น ยิงเลเซอร์เพียง 8-10 วินาที
  • มีระบบช่วยโฟกัสจุดศูนย์กลางและแกนเอียงของเลเซอร์ (OcuLign และ CentraLign) เพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

ข้อจำกัด


  • ใช้ทักษะความชำนาญของแพทย์เป็นกรณีพิเศษ
  • มีระยะการฟื้นตัวใกล้เคียงหรืออาจช้ากว่าการทำเลสิคใบมีด

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้


  • ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาโดยไม่ต้องการให้มีฝากระจกตา
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงกระทบกระแทกบริเวณตา หรือ เล่นกีฬาเป็นประจำ
  • ผู้ที่ตาแห้ง หรือขับรถกลางคืนเป็นประจำ

5. เลสิคแก้ไขสายตายาวตามอายุ (PRESBYOND)


เลสิคแก้ไขสายตายาวตามอายุ (PRESBYOND) คือ เทคโนโลยีเลสิครุ่นใหม่ล่าสุดจาก Zeiss ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาสายตายาวตามวัย เหมาะกับผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยมีหลักการทำงาน ดังนี้


  • ปรับค่าสายตาให้ตาข้างหนึ่งเน้นมองไกล อีกข้างเน้นมองใกล้
  • สมองจะรวมภาพทั้งสองข้างให้เป็นภาพเดียว (Blended Vision) ทำให้มองเห็นได้ชัดต่อเนื่องทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล

การทำเลสิคสายตายาวแบบ PRESBYOND จึงไม่เพียงแต่แก้ปัญหาสายตายาวเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียงได้อีกด้วย ทั้งนี้ การทำเลสิกสายตายาวประเภทนี้มีข้อจำกัดคือ ในอนาคตค่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุ ทำให้ต้องกลับมาใส่แว่นสายตายาวตามอายุอีกได้


จุดเด่น


  • ลดการพึ่งพาแว่นตาอ่านหนังสือ
  • เห็นภาพต่อเนื่องทุกระยะ ภาพไม่กระโดด
  • ปรับตัวง่ายกว่าวิธี Monovision ปกติ

ข้อจำกัด


  • การมองเห็นภาพรวมอาจไม่คมชัดเท่าเดิม 100% ในระยะใดระยะหนึ่ง เมื่อเทียบกับการแก้ทีละระยะ อาจต้องใช้แว่นในบางสถานการณ์ เช่น ขับรถกลางคืน
  • จำเป็นต้องตรวจความเหมาะสมของดวงตากับจักษุแพทย์อย่างละเอียด

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้


  • ผู้ที่มีสายตาสั้น ยาว เอียง และมีสายตายาวตามอายุร่วมด้วย
  • ผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาอ่านหนังสือ

เปรียบเทียบการทำเลสิคแบบต่าง ๆ


ค่าใช้จ่าย


  • ประหยัด: PRK / LASIK
  • ระดับกลาง: FemtoLASIK
  • สูง: SMILE Pro / PRESBYON

การฟื้นตัว


  • เร็วที่สุด: SMILE Pro
  • เร็วปานกลาง: เลสิคใบมีด และ FemtoLASIK
  • ช้าที่สุด: PRK

โอกาสเกิดการระคายเคือง


  • โอกาสระคายเคืองน้อยที่สุด: SMILE Pro (รอยแผล 2-4 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองน้อยรองลงมา: FemtoLASIK (รอยแผล 20 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองปานกลาง: เลสิคใบมีด (รอยแผล 20 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองสูง: PRK (รอยแผลประมาณ 30 ตร. มม.)

อาการตาแห้งหลังทำ


  • น้อยที่สุด: SMILE Pro
  • น้อย: PRK
  • ปานกลาง: FemtoLASIK / LASIK

อาชีพและไลฟ์สไตล์


  • ทำอาชีพ เล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่เสี่ยงกับการกระทบกระเทือน : PRK / SMILE Pro

สรุป เลือกทำเลสิคแบบไหนดี?


การทำเลสิคไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มี “วิธีที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพดวงตาของแต่ละคน”


ผู้ป่วยแต่ละรายจำเป็นต้องได้รับการตรวจวัดสายตาและประเมินสภาพกระจกตาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำเลสิค บางรายสามารถเลือกได้หลายเทคนิค ในขณะที่บางรายอาจเหมาะกับเพียงบางวิธีเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิค


1. เลสิคสามารถแก้ไขสายตายาวตามอายุได้หรือไม่?


สามารถทำได้ในบางกรณี โดยมีเทคโนโลยี PRESBYOND ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขสายตายาวตามอายุโดยตรง วิธีนี้จะปรับการมองเห็นของตาทั้งสองข้างให้ทำงานร่วมกัน (Blended Vision) เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล


2. ใครไม่เหมาะกับการทำเลสิค?


ผู้ที่อาจไม่เหมาะกับการทำเลสิค ได้แก่ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีค่าสายตายังไม่คงที่ ผู้ที่มีภาวะกระจกตาบางหรือผิดรูปบางประเภท ผู้ที่มีโรคตาบางชนิด เช่น กระจกตาโป่งพอง ต้อหิน หรือมีภาวะตาแห้งรุนแรง รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร


ทั้งนี้ การพิจารณาความเหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจรักษา


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital