บทความสุขภาพ

Knowledge

ทำเลสิค ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องรู้ข้อมูลใดบ้าง? รวมทุกเทคโนโลยี LASIK อัปเดต 2026

พญ. ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ, พญ. รุ่งรวี สัจจานุกูล

ทำเลสิค ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องรู้ข้อมูลใดบ้าง? รวมทุกเทคโนโลยี LASIK อัปเดต 2026

การทำเลสิค (LASIK) เป็นวิธีการแก้ปัญหาค่าสายตาผิดปกติที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยลดการพึ่งพาแว่นสายตาและคอนแทคเลนส์ ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น สะดวกในการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาบางชนิด และยังเหมาะกับคนที่จำเป็นต้องทำงานบางประเภท ที่มีข้อกำหนดห้ามใส่แว่นสายตา


อย่างไรก็ตาม การทำเลสิคมีหลายเทคโนโลยี แต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ


เลสิค (LASIK) คืออะไร?

การทำเลสิค (LASIK: Laser In Situ Keratomileusis) คือ ชื่อเรียกโดยรวมของการปรับค่าสายตาด้วยการยิงเลเซอร์ที่กระจกตา เพื่อปรับรูปทรงกระจกตาให้ได้ความโค้งที่ต้องการ เพื่อปรับให้ภาพคมชัด สามารถแก้ไขสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวโดยกำเนิด โดยมุ่งเน้นการแก้ไขที่กระจกตาเป็นหลัก


เลสิค รักษาสายตาผิดปกติใดได้บ้าง

ผู้ที่ที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการทำเลสิคได้ เป็นผู้ที่มีปัญหาทางสายตา ดังนี้


1. สายตาสั้น (Myopia)

มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัด แต่จะมองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ชัดเจน ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระจกตาที่โค้งมากเกินไป หรือกระบอกตายาวเกินไป


2. สายตายาว (Hyperopia)

มองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ไม่ชัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระจกตาโค้งน้อยกว่าปกติ (แบน) หรือกระบอกตาสั้นเกินไป ซึ่งแตกต่างจากสายตายาวตามวัย(Presbyopia) ซึ่งมักจะมาจากสาเหตุของกล้ามเนื้อตาที่เสื่อมสภาพลงตามวัย


3. สายตาเอียง (Astigmatism)

มองเห็นภาพไม่ชัดเจน เพราะมีการหักเหของแสงที่ตกกระทบโฟกัสที่จอประสาทตาไม่สม่ำเสมอในระนาบเดียวกัน


4. สายตายาวตามวัย (Presbyopia)

อาการนี้เกิดจากเมื่อมีอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้หักเหแสงของกระจกตาเริ่มเสื่อมลง จึงไม่มีกำลังมากพอที่จะบีบเลนส์ตาให้โป่งออกเป็นเลนส์นูนได้เหมือนเดิม ทำให้มองใกล้ได้ไม่ชัด กรณีเช่นนี้ ในบางรายสามารถรักษาด้วยการทำเลสิคได้


เลสิคมีกี่แบบ


2.Lasik-4-1.jpg

1. PRK (Photorefractive Keratectomy)

เป็นวิธีแก้ไขสายตารุ่นแรกสุด ปรับแก้ไขสายตาโดยไม่เปิดฝากระจกตา แต่จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกก่อน แล้วใช้เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับความโค้งของกระจกตา


2. เลสิคใบมีด (Lasik)

เป็นการแก้ไขสายตาโดยใช้ใบมีดที่มีขนาดเล็กเปิดฝากระจกตาขึ้น ก่อนใช้เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ


3. เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK)

เป็นการรักษาที่ใช้เลเซอร์เป็นหลักตลอดการรักษา โดยไม่ต้องใช้ใบมีดเปิดฝากระจกตา โดยใช้เลเซอร์ (Femtosecond Laser) ในขั้นตอนการเปิดฝากระจกตา และปรับแต่งความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์ (Excimer laser) จึงให้ความแม่นยำกว่าการทำเลสิคแบบใช้ใบมีด


4. เลเซอร์รักษาสายตาแบบแผลเล็ก (SMILE Pro)

เป็นนวัตกรรมเลเซอร์รักษาสายตาสั้นและเอียง ที่ถูกพัฒนาต่อมาจาก ReLEx SMILE โดยใช้เครื่อง VisuMax 800 ที่เร็วกว่าเดิม ใช้เวลายิงเลเซอร์ 8-10 วินาทีต่อข้าง แก้ไขสายตาโดยการแยกชั้นกระจกตาเป็นแผ่นบาง (Lenticule) และดึงออกผ่านแผลเล็ก 2-4 มม. ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ลดการเกิดตาแห้ง แผลหายไว รักษาโครงสร้างของกระจกตาได้มากกว่าวิธีอื่น อีกทั้งมีระบบช่วยโฟกัสจุดศูนย์กลางและแกนเอียงของเลเซอร์ (OcuLign และ CentraLign) เพิ่มความแม่นยำมากขึ้น


5. เลสิคแก้ไขสายตายาวตามอายุ (PRESBYOND)

เทคโนโลยีเลสิครุ่นใหม่ล่าสุด เหมาะกับผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีปัญหาสายตายาวตามวัยสามารถแก้ไขได้ทั้งปัญหาสายตายาว สายตาสั้นและสายตาเอียง ทำให้มองเห็นได้ชัดต่อเนื่องทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล


ใครบ้างที่สามารถทำเลสิคได้


Can-you-do-1-1.jpg

คุณสมบัติทั่วไปที่สามารถเข้ารับการทำเลสิคได้ มีดังนี้


  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีสายตาคงที่ เปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน 50 (0.5D) เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งจะช่วยลดโอกาสสายตากลับมาสั้นหรือเอียงเพิ่มได้
  • ไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ให้รอประจำเดือนกลับมาแล้วอย่างน้อย 2 รอบ
  • ต้องไม่มีโรคของกระจกตาและโรคตาอย่างอื่นที่รุนแรง เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้งอย่างรุนแรง หรือโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรคเบาหวาน SLE เป็นต้น ซึ่งควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการรักษาด้วยเลสิค
  • มีความหนาและความแข็งแรงของกระจกตาเพียงพอ เนื่องจากการทำเลสิคทุกชนิด จะเป็นการยิงเลเซอร์ไปที่กระจกตา ส่งผลให้กระจกตาบางลง หากกระจกตาไม่แข็งแรงเพียงพอหรือค่าสายตาสูงมากเกิน จะไม่แนะนำให้ทำเลสิค แต่สามารถพิจารณาปรับค่าสายตาด้วยวิธีอื่น ๆ ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกระจกตาแทน เช่น การใส่เลนส์เสริมปรับค่าสายตาเข้าในดวงตา หรือที่เรียกว่า ICL (Implantable Collamer Lens)

การเตรียมตัวก่อนทำเลสิค


การเตรียมดวงตาก่อนตรวจ


  • หากใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดอย่างน้อย 3 วันก่อนตรวจ
  • หากใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง ควรถอดอย่างน้อย 7 วันก่อนตรวจ
  • งดใช้ยารักษาสิว อย่างน้อย 1 เดือน (ทั้งก่อนตรวจสภาพตา และก่อนผ่าตัด) เพราะเป็นยาที่ส่งผลให้ตาแห้ง อาจทำให้การวัดประเมินดวงตามีความคลาดเคลื่อน
  • หากมียาประจำตัวอื่น ๆ ควรแจ้งจักษุแพทย์ทุกครั้ง

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำเลสิค


  • งดการใช้สารระเหยบนร่างกาย เช่น น้ำหอม สเปรย์ ที่มีกลิ่นฉุน เนื่องจากอาจรบกวนการทำงานของเลเซอร์
  • เตรียมแว่นกันแดดที่สามารถกัน UV ได้เพื่อใช้หลังการรักษา
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนเข้ารับการตรวจและทำเลสิค

การดูแลตัวเองหลังทำเลสิค

เพื่อป้องกันดวงตาจากการติดเชื้อ รวมถึงลดความเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งอาจมีผลให้การทำเลสิคไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้


วันแรก หลังการทำเลสิค


  • สวมฝาครอบตา

สวมฝาครอบตาตลอดเวลา ห้ามแกะฝาครอบเด็กขาด โดยสามารถมองผ่านรูเล็ก ๆ ของฝาครอบตาได้เท่านั้น


  • ซับน้ำตารอบ ๆ ฝาครอบตา

อาจมีอาการเคืองตา คล้ายมีเศษผงอยู่ในตา บางคนอาจน้ำตาไหลออกมา ให้ซับออกได้เฉพาะน้ำตานอกฝาครอบตาเท่านั้น ห้ามแยงนิ้วเข้าไปซับน้ำตาในที่ครอบตา


  • นอนพักหลังการผ่าตัด

ช่วงวันแรก ๆ ควรพักสายตาให้มากที่สุด


  • หากมีอาการปวดตา สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

หากปวดมาก ควรแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบในวันนัดติดตามผล


  • ห้ามน้ำเข้าตา

ควรงดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น แต่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยความระมัดระวัง ห้ามน้ำเข้าตาเด็ดขาด แต่สามารถอาบน้ำและแปรงฟันได้


ข้อปฏิบัติทั่วไป หลังทำเลสิค

เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้


  1. เข้าพบจักษุแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง และตรวจเช็กอาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ปกติแล้วจักษุแพทย์จะแจ้งเวลานัดให้กับคนไข้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว โดยจะแบ่งเป็นการนัดระยะสั้น เช่น หลังผ่าตัด 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์ ไปจนถึงการนัดระยะยาว เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน
  2. หยอดยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ป้องกันการติดเชื้อ และสามารถหยอดน้ำตาเทียมได้บ่อยตามต้องการ
  3. ห้ามให้น้ำหรือฝุ่นเข้าตาโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากต้องการทำความสะอาดใบหน้าให้ใช้ผ้าหมาด ๆ เช็ดหน้าแทน ส่วนการสระผม ควรให้ผู้อื่นสระให้
  4. ห้ามขยี้ตา ในช่วงสัปดาห์แรก แนะนำใส่ฝาครอบตาไว้ตอนนอน เพราะจะช่วยป้องกันการเผลอขยี้ตาได้
  5. งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ลดโอกาสระคายเคืองต่อดวงตา
  6. สวมแว่นตากันแดด เพื่อป้องกันแสงแดดและลมเข้าตาเมื่ออยู่ในที่มีแสงจ้า ลดความไม่สบายตา หรืออาการตาแห้งได้
  7. ใช้สายตาได้บ้าง แต่ควรหยุดพักสายตาบ่อย ๆ เนื่องจากช่วงนี้สายตายังปรับตัวได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือล้าตาได้ง่าย
  8. งดกิจกรรมทุกชนิดที่ทำให้เหงื่อออก เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำงานบ้าน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  9. งดกิจกรรมทางน้ำ ได้แก่ งดว่ายน้ำ 1 เดือน และงดดำน้ำ 3 เดือน นับจากวันผ่าตัด

ผลข้างเคียงของการทำเลสิค มีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงระยะสั้นของการทำเลสิค ซึ่งเมื่อกระจกตาเริ่มปรับสภาพได้ อาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้น ได้แก่


  • เคืองตา

มักมีอาการนี้ได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ช่วงนี้ให้พักสายตามาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีน้ำตาไหล ให้ซับน้ำตาที่ล้นออกมานอกฝาครอบตา (ห้ามแยงนิ้วเข้าไปซับน้ำตา) เมื่อผ่านวันแรกไปแล้ว อาการจะค่อยๆดีขึ้น


  • สายตาไม่ชัดหรือมีอาการตาพร่า

มักจะเป็นในสัปดาห์แรก อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากแผลหลังการทำเลสิค เมื่อแผลหายดีแล้ว อาการเหล่านี้จะดีขึ้น


  • มองเห็นแสงไฟแตกกระจายในตอนกลางคืน

อาจเป็นรูปแบบของแสงกระจาย (Glare) หรือ แสงรัศมีรอบดวงไฟ (Halo) ซึ่งจะเป็นอยู่ประมาณ 1-3 เดือน มากน้อยแล้วแต่คน บางคนเป็นมากอาจส่งผลกระทบต่อการขับขี่ตอนกลางคืนได้ ควรงดขับขี่ยานพาหนะชั่วคราว


  • อาการตาแห้ง

ซึ่งเกิดจากการทำงานของระบบน้ำตาลดลงชั่วคราว โดยจะเป็นอยู่ประมาณ 3-6 เดือน


  • การติดเชื้อ

โดยปกติจักษุแพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อใช้หยอดตาหลังจากทำเลสิคอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที


การทำเลสิคจะทำให้กระจกตาบางลง และการวัดความดันลูกตาจะได้ค่าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ไม่ส่งผลเสีย ยกเว้นว่ามีการตรวจวัดความดันลูกตา เช่น ตรวจสุขภาพตาประจำปี หรือตรวจหาโรคต้อหิน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน ว่าทำเลสิคมาเพื่อคำนวณหาค่าความดันลูกตาที่แท้จริงได้


ควรเลือกทำเลสิคที่ไหนดี?

เพราะดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียว การผ่าตัดแก้ไขสายตาหรือการทำเลสิคก็มักจะทำเพียงครั้งเดียวในชีวิต การจะตัดสินใจทำที่ไหนจึงมีความสำคัญมาก ควรพิจารณาถึงเกณฑ์ต่าง ๆ ในการเลือก ดังนี้


  1. สถานที่ให้บริการ ควรสะอาดและได้รับการรับรองตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย
  2. แพทย์ที่ทำเลสิค ควรเป็นจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วย
  3. เทคโนโลยีเครื่องมือที่ใช้ ควรได้มาตรฐานและเป็นรุ่นที่ทันสมัย เนื่องจากจะสามารถแก้ไขค่าสายตาได้แม่นยำและมีความปลอดภัย โดยมีผลข้างเคียงที่ต่ำ
  4. ควรมีทางเลือกหลากหลายให้ผู้ป่วยในการตัดสินใจ หากมีการรักษาครบทุกรูปแบบ ทั้ง PRK, LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro, PRESBYOND และการผ่าตัดเลนส์เสริม (ICL) จะทำให้แพทย์สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วยได้
  5. หากเป็นศูนย์เลสิคที่ตั้งอยู่ในสถานพยาบาล จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างครบวงจร เช่น หากผู้ป่วยมีตัวโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้งรุนแรง หรือมีต้อกระจก ต้อหินร่วมด้วย ก็สามารถรักษาต่อเนื่องได้เลย
  6. นอกจากแพทย์แล้ว ทีมเจ้าหน้าที่ก็มีความสำคัญเช่นกัน หากมีประสบการณ์ในด้านการดูแลผู้ป่วยเลสิค จะสามารถให้คำแนะนำปรึกษาได้อย่างละเอียดและครบถ้วน
  7. ระดับราคาที่ยอมรับได้ เนื่องจากเลสิคแต่ละประเภท มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและความซับซ้อนของเทคนิคการผ่าตัด และสถานที่ทำเลสิคแต่ละแห่งก็มีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันไป ผู้สนใจควรศึกษาและเปรียบเทียบให้แน่ใจก่อนว่า ระดับราคากลางของเทคนิคการทำเลสิคแต่ละประเภทคือเท่าไหร่? และความคาดหวังในรูปแบบการรับบริการของตนเป็นแบบไหน?

ทำเลสิค ที่ศูนย์เลสิคพระรามเก้า

ศูนย์เลสิคพระรามเก้า จัดตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด รวมถึงสายตาเอียง


โดยนำเทคโนโลยีทันสมัยจากประเทศเยอรมนีมาใช้ในการรักษา ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่รักษาสายตาได้ครบทุกมิติ ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา


ศูนย์เลสิคพระรามเก้า ให้บริการการทำเลสิค 5 รูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการการรักษาของคนไข้ให้ครอบคลุมที่สุด


  1. PRK การปรับแก้ไขสายตาโดยไม่เปิดฝากระจกตา
  2. LASIK หรือ SBK การแก้ไขสายตาโดยเปิดฝากระจกตาด้วยใบมีด
  3. Femto LASIK การปรับแก้ไขสายตาโดยเปิดฝากระจกตา ด้วย Femtosecond Laser
  4. SMILE Pro เลเซอร์ 8 วินาทีรักษาสายตาแบบแผลเล็ก
  5. PRESBYOND เลสิคสายตายาว เหมาะกับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป

สรุป

การทำเลสิค เป็นการรักษาความผิดปกติของค่าสายตาที่เป็นที่นิยม เนื่องจากช่วยลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันจากการใช้แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ โดยเฉพาะบางคนที่ต้องสวมแว่นสายตาที่หนามาก เป็นต้น


อย่างไรก็ดี ควรศึกษาและทำความเข้าใจการทำเลสิคโดยละเอียดก่อน โดยเฉพาะความแตกต่างของการรักษาแต่ละวิธี เพื่อความคาดหวังที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อตัวคนไข้เอง ที่จะพิจารณาแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับตัวเองที่สุด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิค


1. ทำเลสิคเจ็บไหม?

ระหว่างการผ่าตัดเลสิค จักษุแพทย์จะใช้ยาชาชนิดหยอดตาจึงไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ ความรู้สึกคล้ายกับการเอาคอนแทคเลนส์ใส่ในดวงตา และมีเครื่องมือช่วยเปิดตาระหว่างการทำ


หลังทำเลสิคอาจมีอาการระคายเคืองช่วง 3-4 ชั่วโมงแรก แต่จะดีขึ้นในเวลาไม่นาน และสามารถมองเห็นได้ปกติในวันถัดไป


2. ทำเลสิคแล้วเห็นชัดทันทีหรือไม่?

ส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-3 วันแรก อาจมีอาการตามัว ตาแห้ง หรือเห็นแสงกระจาย (Halos/Glare) ได้บ้าง เป็นเรื่องปกติ โดยสายตาจะค่อยๆ ปรับตัวชัดเจนและคงที่เต็มที่ภายใน 1-3 เดือน


ส่วนใหญ่จะสามารถใช้สายตาและทำงานเบาๆ ได้ภายใน 1-3 วัน หรือ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด โดยต้องดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำแพทย์


3. อายุถึงเกณฑ์แล้ว แต่ค่าสายตายังไม่นิ่ง ทำเลสิคได้ไหม?

ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการรักษา มักจะแนะนำให้ทำเลสิคได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะเป็นอายุที่ค่าสายตาคงที่แล้ว แต่อายุก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการพิจารณาการรักษา สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความนิ่งของค่าสายตา ผู้ที่จะทำเลสิคได้นั้น ควรมีค่าสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วอย่างน้อย 1 ปี


4. ทำเลสิคแล้ว สายตากลับมาสั้นอีกได้ไหม?

มีโอกาสที่สายตาจะกลับมาสั้นได้ โดยมากผู้ที่สายตากลับมาสั้นอีกหลังจากเคยทำเลสิคไปแล้ว จะใช้ระยะเวลานาน 5-10 ปีขึ้นไป และมักจะสั้นไม่มาก (ไม่เกิน 100-150) ซึ่งค่าสายตาระดับนี้ ไม่กระทบการมองมากนัก อาจพิจารณาใส่แว่นเสริมได้


5. เคยทำเลสิคแล้ว สามารถทำเลสิคซ้ำได้หรือไม่?

หากต้องการทำเลสิคซ้ำอีกครั้ง ต้องประเมินความหนาของกระจกตา ถ้าเหลือความหนาเพียงพอ สามารถทำซ้ำได้ แนะนำให้ติดต่อที่ศูนย์เลสิคเดิมที่เคยทำ จะได้มีข้อมูลกระจกตาของคนไข้ครบถ้วน


อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ ศูนย์เลสิค


ศูนย์เลสิคพระรามเก้า เปิดบริการทุกวัน 08.00-16.00 น.


ที่อาคาร B ชั้น 9 โรงพยาบาลพระรามเก้า


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1270


หรือแอดไลน์ @praram9lasik

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital