บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. ฉัฐฐิมา เสาวภาคย์

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่มักจะเกิดการระบาดของโรคอันตรายหลายโรค “ไข้สมองอักเสบ” ก็เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ การติดเชื้อจนเกิดโรคไข้สมองอักเสบอาจนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิตหรือทิ้งความพิการไว้ได้เลยทีเดียว
การรู้เท่าทันสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ เพื่อปกป้องตนเองและคนที่คุณรักให้ปลอดภัย
Key Takeaways
ไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) คือภาวะที่สมองเกิดการอักเสบ ที่โดยส่วนมากมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่สามารถลุกลามไปยังสมอง ทำให้สมองเสียหายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและภูมิต้านทานของแต่ละคน โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในบางรายอาจไม่ปรากฏอาการ มีอาการป่วยเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ในที่สุด
ความน่ากลัวของไข้สมองอักเสบอยู่ที่อาการเริ่มแรกคล้ายกับไข้หวัดปกติ แต่หากร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ก็สามารถพัฒนาไปสู่ภาวะฉุกเฉินได้ในเวลาสั้น ๆ แม้ว่าจะรักษาทัน ผู้ป่วยกว่าครึ่งก็มักจะมีอาการทางสมองหลงเหลืออยู่ เนื่องจากเนื้อสมองอยู่ติดกับเยื่อหุ้มสมอง จึงมีโอกาสที่เชื้อจากเนื้อสมองจะแพร่กระจายไปยังเยื่อหุ้มสมองด้วย
รู้จักโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบให้มากขึ้น อ่านต่อได้ที่ : เยื่อหุ้มสมองอักเสบเกิดจากอะไร รู้จักสังเกตอาการก่อนเป็นอันตรายถึงชีวิต
ไข้สมองอักเสบเจอี หรือ Japanese Encephalitis เป็นรูปแบบหนึ่งของไข้สมองอักเสบที่พบได้บ่อยในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย การระบาดมักมาในช่วงหน้าฝน และพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยมียุงรำคาญ (Culex tritaeniorrhynchus) เป็นพาหะจากสัตว์สู่คน
เมื่อโดนยุงที่มีเชื้อไวรัสเจอีกัด เชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ในผู้ที่มีภูมิต้านทาน การติดเชื้อดังกล่าวอาจไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง แต่หากเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ การติดเชื้ออาจลุกลามไปยังสมอง และก่อให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงที่หากรักษาล่าช้าอาจทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้
โรคไข้สมองอักเสบเกิดจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อใด ๆ ก็ตามที่สามารถลุกลามเข้าสู่ระบบประสาท เช่น ไวรัสนิปาห์ ไวรัสเริม ไวรัสพิษสุนัขบ้า ไวรัสเจอี เป็นต้น ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบขึ้นอยู่กับภูมิภาค สภาพภูมิอากาศ อย่างในเอเชียรวมถึงประเทศไทยนั้นมักจะเกิดโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเจอี ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเดงกีไวรัส (Dengue virus) ที่มียุงเป็นพาหะนำโรคเช่นกัน
นอกจากนี้ไข้สมองอักเสบยังสามารถเกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติ โดยการกระตุ้นให้เนื้อสมองเกิดอาการอักเสบและทำลายตนเอง แต่กรณีนี้เกิดขึ้นได้น้อย

โดยทั่วไป หากผู้ป่วยมีภูมิต้านทานดี เช่นในเด็กโต หรือผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง แม้ว่าจะได้รับเชื้อไวรัสเจทีที่อาจเป็นสาเหตุของโรคไข้สมองอักเสบที่รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็มักจะไม่แสดงอาการใด ๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เป็นต้น
แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การติดเชื้อไข้สมองอักเสบอาจทำให้เกิดอาการรุนแรง ได้แก่
ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิต แต่หากผ่านระยะนี้ไปแล้วความรุนแรงของอาการจะลดลง แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือปอดบวม ที่ยังคงต้องติดตามอาการต่อเนื่อง
อาการไข้สมองอักเสบในระยะเริ่มต้นจะคล้ายกับอาการไข้หวัด ทำให้การแยกโรคไข้สมองอักเสบในช่วงระยะแรกทำได้ยาก แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะสมองอักเสบ มักจะมีอาการที่รุนแรงขึ้นและเริ่มมีอาการทางสมอง แพทย์จะมีการส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลวินิจฉัย ดังนี้
ยิ่งวินิจฉัยพบโรคเร็วเท่าไร โอกาสในการรักษาและลดความรุนแรงของโรคก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยเร็วที่สุด

ไข้สมองอักเสบยังเป็นโรคที่ไม่มีวิธีรักษาเฉพาะโรค ดังนั้นการรักษาไข้สมองอักเสบจึงเป็นการรักษาแบบประคับประคอง และควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย เช่น สมองบวม ชัก หรือเสียชีวิต
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมักจะต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU และให้การรักษาตามอาการ ไม่ว่าจะการให้ยาลดไข้เมื่อไข้ขึ้นสูง การใช้เครื่องช่วยหายใจในกรณีที่ผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ การให้ยากันชักป้องกันไม่ให้เกิดอาการชักจนเซลล์สมองเสียหายเพิ่ม
หลังจากพ้นช่วงวิกฤติแล้ว การรักษาไข้สมองอักเสบจะเน้นไปที่การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสมอง เนื่องจากผู้ป่วยกว่าครึ่งที่รอดชีวิตจากระยะสมองอักเสบมักจะมีความผิดปกติทางสมองหลงเหลืออยู่

โรคไข้สมองอักเสบโดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดการติดเชื้อ ดังนั้นแนวทางป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจึงสามารถทำได้ด้วยการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งจะมีวิธีการป้องกันดังนี้
ไข้สมองอักเสบอาจไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อย แต่หากเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูง แม้จะรอดชีวิตก็มักจะหลงเหลือความพิการทางสมองไว้อยู่ การรู้เท่าทันโรคและสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงได้ อย่างไรก็ตามวิธีป้องกันโรคไข้สมองอักเสบที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ และเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการดูแล ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคในเด็กโดยทีมกุมารแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย พร้อมดูแลติดตามอาการและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กรณีที่อาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยสามารถหายขาดได้ด้วยภูมิต้านทานของตนเอง และมักไม่มีอาการหลงเหลืออยู่ แต่ในกรณีที่อาการรุนแรงแล้วมักจะไม่หายดี และต้องได้รับการรักษาในระยะยาว เนื่องจากสมองได้รับความเสียหาย แม้ว่าจะหายจากโรคไข้สมองอักเสบแล้วก็มักจะมีความพิการทางสมองหลงเหลืออยู่
มีผลอย่างมาก ไข้สมองอักเสบอาจทำให้สมองส่วนควบคุมพฤติกรรม ความคิด ความจำ การเคลื่อนไหว หรือแม้แต่การพูดเกิดความเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถาวร
สามารถติดต่อได้จากสัตว์ ได้แก่ สุกร สู่คน โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค แต่ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยมียุงเป็นพาหะนำโรคได้
References
Mayo Clinic Staff. (2024, May 16). Encephalitis. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/encephalitis/symptoms-causes/syc-20356136#:~:text=Encephalitis%20(en%2Dsef%2Duh,such%20as%20mosquitos%20and%20ticks.
Encephalitis. (2023, December 18). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/6058-encephalitis
Encephalitis. (n.d.). MedlinePlus. https://medlineplus.gov/encephalitis.html
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (3)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital