บทความสุขภาพ
Knowledge
รศ.พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เป็นหนึ่งในโรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุด ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องสัมผัสฝุ่น มลภาวะ หรือสารก่อภูมิแพ้เป็นประจำ
แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับชื่อ "แพ้อากาศ" แต่ความจริงแล้วโรคนี้เกิดจาก กระบวนการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจกระทบต่อการนอนหลับ การทำงาน การเรียนรู้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ในระยะยาว

ลักษณะสำคัญของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คืออาการมักเป็นซ้ำ โดยเฉพาะช่วงที่มีสิ่งกระตุ้น เช่น อากาศเย็น ฝุ่นในห้องนอน การเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือหลังตื่นนอน โดยมักพบอาการหลักอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อ ดังนี้
อาการร่วมที่พบบ่อย: คันตา, ตาแดง, ไอเรื้อรัง, น้ำตาไหล และนอนกรนจากการที่ทางเดินหายใจส่วนต้นอุดตัน และหากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ขึ้นไป หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรังในโพรงจมูก
โรคนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองไวเกินต่อ สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) ทำให้ร่างกายหลั่งสาร ฮิสตามีน (Histamine) จนเยื่อบุจมูกบวมและเกิดการอักเสบ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่
เพื่อให้การรักษาถูกต้องและแม่นยำที่สุด แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย เช่น เยื่อบุจมูกบวม ซีด และมีน้ำมูกใสค้างอยู่ภายในโพรงจมูก และอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
Skin Test เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้สารก่อภูมิแพ้หยดบนผิวหนังแล้วประเมินปฏิกิริยา สามารถทราบผลได้ภายในประมาณ 15–20 นาที
เหมาะสำหรับผู้ที่หยุดยาแก้แพ้ไม่ได้ หรือมีข้อจำกัดในการทำ Skin Test
การอักเสบที่สะสมนานเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น ได้แก่
การจัดการโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที่มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม ดังนี้
การดูแลสุขภาพองค์รวมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น:
จัดสภาพแวดล้อม: เน้นความสะอาดของห้องนอนเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงควันธูป ควันบุหรี่หรือมลภาวะ
สร้างวินัยสุขภาพ: พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอาการได้อย่างชัดเจน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เมื่อมีอาการคัดจมูกเรื้อรัง จามทุกเช้า น้ำมูกใสต่อเนื่อง ไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสเกิดโรคเรื้อรังได้อย่างมาก
ยาพ่นจมูกกลุ่มนี้ออกฤทธิ์เฉพาะที่และมีปริมาณยาน้อยมาก ไม่เหมือนสเตียรอยด์ชนิดกิน แพทย์มักแนะนำให้ใช้ต่อเนื่องเพื่อลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งปลอดภัยกว่าการปล่อยให้โรคกำเริบจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหืด หรือไซนัสอักเสบ
ด้วยการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ผู้ป่วยบางรายมีโอกาสหายขาดในระยะยาว แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital