บทความสุขภาพ
Knowledge
นพ. วิศิษฐ์ ลิ่วลมไพศาล

อาหารไทยเป็นอาหารที่มีหลากหลายรสชาติ ทั้ง เปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด โดยความจัดจ้านของอาหารไทยเป็นที่ถูกปากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ แต่ภายใต้รสชาติแสนอร่อยนั้นก็ซ่อนอันตรายอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าหากเรากินโซเดียมเยอะจนเกินไป ก็มีโอกาสประสบปัญหาเรื่องโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม และขาดการออกกำลังกาย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถิติของผู้ป่วยด้วยโรค NCDs เพิ่มสูงขึ้น และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
Key Takeaways
โซเดียม จัดเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ไม่สามารถขาดได้ เนื่องจากโซเดียมมีบทบาทกับร่างกายหลาย ๆ ระบบ ตั้งแต่
กรณีที่ร่างกายขาดโซเดียม อาจทำให้ระบบต่าง ๆ สูญเสียหน้าที่ และทำให้เกิดความผิดปกติต่าง ๆ เช่น ภาวะขาดน้ำ สมดุลกรดด่างผิดปกติ ซึ่งอาจนำมาสู่อาการชักและหมดสติได้

โดยทั่วไปแล้ว ระดับโซเดียมสูงสุดที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายคือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเป็นเกลือป่นได้ประมาณ 1 ช้อนชา แต่แท้จริงแล้วคนเราต้องการโซเดียมเท่าไรนั้นมักขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงวัย และสภาวะร่างกายในขณะนั้น
อาหารธรรมชาติโดยทั่วไปมีโซเดียมเพียงพอต่อความต้องการร่างกายแล้ว แต่หลายครั้งเรามักปรุงรสจัดเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้ได้รับปริมาณโซเดียมต่อวันเกินจำเป็น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่กินโซเดียมเยอะ กินเค็มจัด เนื่องจากประสาทรับรสทำงานลดลง รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมรับประทานอาหารสำเร็จรูป อาหารฟาสฟู้ดเป็นประจำ ก็มีโอกาสได้รับโซเดียมสูงกว่าผู้ที่ทานอาหารปรุงใหม่
การทานโซเดียมในปริมาณมากเกินที่ควรได้รับต่อวัน สามารถเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคต่าง ๆ ได้หลายระบบ ได้แก่
โรคเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการเสียชีวิตของคนไทย 3 ใน 4 ล้วนเกิดจากโรค NCDs ทั้งสิ้น
อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านส่วนมากมักอุดมไปด้วยโซเดียม การทานเป็นประจำอาจเสี่ยงโรค NCDs ได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้

การคุมปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับต่อวันอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงโรคที่เกิดจากการทานโซเดียมเกินได้ โดยอาหารที่มีโซเดียมต่ำ ได้แก่
การบริโภคเค็มมากเกินพอดีในแต่ละวันอาจก่อให้เกิดโรคได้หลายชนิด จึงรณรงค์การบริโภคเค็มให้ลดโซเดียมลง จาก 4-5 กรัมต่อวัน ให้เหลือวันละ 2 กรัม เพื่อป้องกันการเกิดโรค NCDs ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
โดยเราสามารถลดปริมาณโซเดียมได้จากการปรับเปลี่ยนวิธีปรุงอาหาร และการสังเกตปริมาณโซเดียมในอาหาร ดังนี้
แนวทางข้างต้นนี้ นับว่า เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะสามารถควบคุมปริมาณการบริโภคเค็มของคนไทยที่มีเพิ่มสูงขึ้นให้มีจำนวนลดลง หากปฏิบัติตามได้ก็สามารถช่วยให้คนไทยห่างไกลจากโรค NCDs ได้
การกินโซเดียมเยอะเกินความต้องการของร่างกาย สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคไต ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่สร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว การลดโซเดียมจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ และช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวด้วยสุขภาพที่ดี
สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เราเล็งเห็นถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่มักทานอาหารที่มีโซเดียมสูง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง เราจึงให้ความสำคัญในการรณรงค์เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทยทุกคนให้ห่างไกลจากโรค NCDs อย่างมีคุณภาพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ที่มีภาวะบวมโซเดียมจะมีลักษณะของตัวบวม หน้าบวม มือเท้าบวม กระหายน้ำ หากลองใช้นิ้วกดที่ผิว ผิวมักจะคงรอยบุ๋มเอาไว้นานกว่าปกติ
References
Khan, F. A., Khalequzzaman, M., Hasan, M., Choudhury, S. R., Chiang, C., Aoyama, A., & Islam, S. S. (2021). Dietary salt intake and its correlates among adults in a slum area in Dhaka, Bangladesh: a cross-sectional study. Nagoya journal of medical science, 83(3), 589–599. https://doi.org/10.18999/nagjms.83.3.589
Reduce salt to save lives, says new WHO report. (2023, March 14). NCDAlliance. https://ncdalliance.org/stories/news-blogs/2023/reduce-salt-save-lives-says-new-who
Sodium reduction. (2025, February 7). WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sodium-reduction
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (0)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital