บทความสุขภาพ

Knowledge

อัมพาตครึ่งซีก เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม? แนะนำวิธีดูแลฟื้นฟู

พญ. ณิชนันทน์ เอกพิทักษ์ดำรง

อัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia and/or hemiparesis) ไม่ได้เป็นเพียงอาการอ่อนแรงทางร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน รวมถึงสภาพจิตใจ หลายคนอาจมองว่าภาวะนี้เป็นเรื่องไกลตัว เกิดขึ้นแค่กับกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้วสามารถพบในวัยรุ่นและวัยทำงานได้เช่นกัน ถือเป็นภาวะที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง


บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า อัมพาตครึ่งซีก คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาหายไหม? รวมถึงแนวทางการดูแลฟื้นฟูที่เหมาะสม เพื่อให้คุณรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมืออย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะยิ่งรู้ตัวเร็ว รักษาทัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความพิการถาวร


Key Takeaways


  • อัมพาตครึ่งซีก คือภาวะที่ร่างกายซีกใดซีกหนึ่งเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากความผิดปกติของสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) หรือการบาดเจ็บที่สมองรวมถึงไขสันหลัง
  • การรักษาอย่างทันท่วงที และการทำกายภาพบําบัดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
  • การป้องกันอาการอ่อนแรงครึ่งซีกเริ่มต้นได้จากการดูแลสุขภาพประจำวัน ควบคุมน้ำหนัก ดูแลเบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดให้ดี เลิกสูบบุหรี่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ทำความรู้จักอัมพาตครึ่งซีก คืออะไร?


อัมพาตครึ่งซีก คือภาวะทางระบบประสาทที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ติดแข็ง หรือมีความอ่อนแรงอย่างรุนแรงจนกลายเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์ ภาวะนี้เกิดจากความเสียหายของระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ สมองและไขสันหลังส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย มักทำให้มีอาการในแขนขาข้างเดียวกัน อาจรวมถึงบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้าซีกนั้นด้วย


อัมพาตครึ่งซีก ต่างจากอัมพฤกษ์ครึ่งซีกอย่างไร?


อัมพฤกษ์ครึ่งซีก (Hemiparesis) คือภาวะที่กล้ามเนื้อซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายอ่อนแรงบางส่วน ผู้ป่วยยังสามารถขยับแขนขาได้แต่แรงลดลง

ส่วนอัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia) เป็นภาวะที่รุนแรงกว่า เนื่องจากกล้ามเนื้อสูญเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย


อัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?


สาเหตุอ่อนแรงครึ่งซีก

อัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก เป็นภาวะที่เกิดจากความเสียหายของสมองหรือไขสันหลัง ซึ่งมักมาจากสาเหตุเหล่านี้


  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน, ตีบหรือแตก ทำให้เนื้อเยื่อสมองขาดเลือดและออกซิเจน จนเซลล์สมองตาย
  • เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) : การเจริญเติบโตของเนื้องอกในสมองอาจไปกดทับทำลายเนื้อสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงครึ่งซีกได้
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือไขสันหลัง : การบาดเจ็บรุนแรงบริเวณศีรษะหรือกระดูกสันหลังบริเวณต้นคอจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถชน ถูกของแข็งกระแทก หรือการล้มหัวฟาดพื้น อาจทำให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์/อัมพาตได้
  • การติดเชื้อในสมอง : การติดเชื้อบางชนิด เช่น ไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาจทำให้เกิดการอักเสบในสมอง เซลล์สมองถูกทำลาย จนนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์/อัมพาต
  • ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) : เกิดจากภูมิคุ้มกันไปทำลายปลอกหุ้มประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรง สูญเสียการทรงตัว

นอกจากนี้ ยังมีอาการที่คล้ายกับอัมพาตครึ่งซีกที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เรียกว่า ‘โรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก’ (Bell's Palsy) เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำให้มุมปากตกข้างใดข้างหนึ่งและหลับตาไม่สนิทในข้างเดียวกัน


ปัจจัยเสี่ยง เพิ่มโอกาสเป็นอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก


นอกจากสาเหตุหลักที่มาจากโรคต่าง ๆ แล้ว บางปัจจัยอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีกได้ ดังนี้


  • อายุ : ความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้จะเพิ่มขึ้นตามอายุ
  • โรคประจำตัว : โรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อที่ไม่ได้ควบคุมอย่างเหมาะสม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้
  • วิถีชีวิต : การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และการขาดการออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะความเครียด : ความเครียดสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
  • โรคหัวใจ : ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดในห้องหัวใจ นำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดสมอง

การวินิจฉัยอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก ทำอย่างไร


การวินิจฉัยภาวะอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีกอย่างแม่นยำ มีความสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนรักษา โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และใช้การตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้


การซักประวัติและการตรวจการทำงานของระบบประสาท


แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจประเมินการทำงานของระบบประสาทอย่างละเอียด เช่น การตอบสนองต่อสิ่งเร้า การรับความรู้สึก การควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และความสามารถในการทรงตัว


การตรวจเลือด


การตรวจเลือดช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะบางอย่างที่อาจเป็นสาเหตุของอัมพฤกษ์/อัมพาตได้ เช่น น้ำตาลในเลือด, ไขมันในเลือด, การติดเชื้อ หรือลิ่มเลือดอุดตัน


การตรวจรังสีวินิจฉัย


  • CT Scan (Computerized Tomography Scan) : เป็นการตรวจที่ใช้รังสีเอกซเรย์เพื่อสร้างภาพตัดขวางของสมอง ช่วยให้แพทย์เห็นถึงความผิดปกติ เช่น ภาวะสมองขาดเลือด เลือดออกในสมอง หรือเนื้องอกในสมอง
  • MRI (Magnetic Resonance Imaging) : เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการสร้างภาพสมองและไขสันหลังที่ให้รายละเอียดสูงกว่า CT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย

การรักษาอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วย


วิธีรักษาอาการชาครึ่งซีก

อัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก หายได้ไหม? หากผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ทันท่วงที จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัว กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยวิธีรักษาอาการอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ดังนี้


  • กายภาพบำบัด : การทํากายภาพบําบัดผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง เป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง โดยผู้ป่วยจะได้รับการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การฝึกเคลื่อนไหว นั่ง ยืน เดิน ร่วมกับการบริหารข้อต่าง ๆ เพื่อป้องกันข้อติด และฝึกใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แปรงฟัน หรือแต่งกายด้วยตนเอง เป็นต้น
  • การบำบัดแบบ CIMT (Constraint-Induced Movement Therapy) : เป็นเทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำกัดการใช้งานแขนขาข้างที่ปกติ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยต้องใช้แขนขาข้างที่อ่อนแรงให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของระบบประสาท
  • การฝึกพูดและกลืน : หากผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบาก หรือมีปัญหาในการสื่อสาร นักกิจกรรมบำบัดหรือนักอรรถบำบัด จะเข้ามาช่วยฝึกกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการกลืน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถสื่อสารได้ดีขึ้นและรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย
  • การรักษาด้วยยา : แพทย์จะให้ยาตามสาเหตุของอาการ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ในกรณีที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด การควบคุมความดันโลหิตหากมีภาวะเลือดออกในสมอง หรือยาปฏิชีวนะในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อ เป็นต้น
  • การผ่าตัด : ในกรณีที่มีเนื้องอกในสมองหรือเลือดออกในสมอง อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด เพื่อเอาเนื้องอกออกหรือลดแรงดันในสมอง

การดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก ให้ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด


การดูแลผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทน การฟื้นฟูที่บ้านควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


  • ผู้ป่วยควรทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อลีบ ป้องกันข้อติด และฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
  • การดูแลอาหารและโภชนาการ หากผู้ป่วยมีปัญหากลืนลำบาก ควรเลือกอาหารที่อ่อนนุ่มและเหมาะสม เพื่อป้องกันการสำลักที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อแทรกซ้อนได้
  • ผู้ป่วยอาจรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ หรือมีอาการซึมเศร้า การให้กำลังใจและสร้างบรรยากาศเชิงบวกจะช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการฟื้นฟูตนเอง และหากมีอาการซึมเศร้าระดับรุนแรง ทีมแพทย์อาจพิจารณาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อร่วมประเมินและให้การรักษาร่วมด้วย
  • จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย ไม่มีสิ่งกีดขวาง และติดตั้งราวจับในห้องน้ำเพื่อป้องกันการหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บซ้ำ

การป้องกันอัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก มีวิธีการอย่างไร


สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปฏิตามคำแนะนำเหล่านี้


  • ควบคุมโรคประจำตัว : ผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และความดันโลหิตให้เป็นปกติ
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองรวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : ควบคุมปริมาณน้ำตาล ลดอาหารเค็ม, มัน
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ : ควรขับขี่พาหนะด้วยความระมัดระวัง คาดเข็มขัดหรือสวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง ในผู้สูงอายุระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุเรื่องการหกล้ม

อัมพฤกษ์/อัมพาตครึ่งซีก สัญญาณโรคอันตราย ตรวจรักษาแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความรุนแรงโรค


อัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia) เป็นอาการที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของสมองที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การสังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีอาการชา และ/หรือ อ่อนแรงครึ่งซีก มีปัญหาด้านการทรงตัว การสื่อสารผิดปกติ รีบเข้ารับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว ลดความเสี่ยงพิการถาวรได้


หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการดังกล่าว อย่าละเลยที่จะปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ที่ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพระยาบาลพระรามเก้า มีแพทย์เฉพาะทางโรคสมองและระบบประสาท ร่วมกับบุคลากรที่มีประสบการณ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน ใช้เครื่องมือทันสมัย เพื่อให้วินิจฉัยโรคได้แม่นยำมากขึ้น อีกทั้งยังมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หน่วยกายภาพบำบัด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการอัมพาตครึ่งซีก


1. อัมพาตครึ่งซีกอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างไรได้บ้าง?


อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง เช่น แผลกดทับจากการนอนนาน ๆ มีปัญหาด้านการขับถ่าย ปัญหาระบบหายใจและระบบเลือด นอกจากนี้อาจมีโอกาสเป็นโรคลมชักตามหลังภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (Post Stroke Epilepsy) รวมถึงโรคซึมเศร้าจากการต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางร่างกาย (Post Stroke Depression)


References


Hemiplegia. (2022, July 23). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/23542-hemiplegia


Yetman, D. (2020, January 27). Hemiplegia: Causes and Treatments for Partial Paralysis. Healthline. https://www.healthline.com/health/hemiplegia


Fletcher, J. (2022, October 6). Everything you should know about hemiplegia. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/hemiplegia

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital