บทความสุขภาพ

Knowledge

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจ

นพ. พีรพงษ์ สวัสดิพงษ์

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจ

ข้อสะโพก เป็นข้อต่อขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เราสามารถเคลื่อนไหวขาในทิศทางต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นจุดรับน้ำหนักจากร่างกายส่วนบนเพื่อกระจายน้ำหนักไปยังขาอีกด้วย เมื่อข้อสะโพกผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ย่อมมีโอกาสเสื่อม ทำให้เกิดอาการปวดจนส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกจึงเป็นหนทางแก้ไขเพื่อลดอาการปวด และช่วยให้ข้อสะโพกสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง


Key Takeaways


  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เป็นวิธีรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อมหรือเสียหาย จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง
  • วัสดุในการใช้ทำข้อสะโพกเทียมมีความปลอดภัย สามารถใช้เป็นอวัยวะเทียมและอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อสะโพกเสื่อมหรือเสียหาย ที่ผ่านการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ มาแล้วไม่ได้ผล
  • ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมสามารถใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อยกระดับคุณภาพการผ่าตัด ลดความเสียหายของเนื้อเยื่อรอบข้าง เพิ่มความแม่นยำในการจัดมุมและตำแหน่งของข้อสะโพกเทียม ลดระยะพักฟื้น และสามารถใช้งานข้อสะโพกได้เร็วขึ้น

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยข้อสะโพกเทียม คืออะไร?


การผ่าตัดข้อสะโพกเทียม (Hip Replacement Surgery) เป็นวิธีรักษาที่ใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดจากข้อสะโพกเสื่อม หรือข้อสะโพกเสียหายจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเสื่อมสภาพตามวัย อุบัติเหตุ หรือโรคข้ออักเสบต่าง ๆ จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะอาการเจ็บปวดที่เกิดจากการเสียดสีของกระดูกที่เสื่อมสภาพ หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ที่อาจทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ


โดยการรักษาจะเป็นการผ่าตัดนำข้อสะโพกเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยข้อสะโพกเทียม เพื่อให้ข้อสะโพกสามารถทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงปกติ ผู้ป่วยจึงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังลดความเจ็บปวดจากการเสียดสีของผิวข้อสะโพกอีกด้วย


ก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก จะต้องมีข้อบ่งชี้อะไรบ้าง?


กระดูกสะโพกเสื่อม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม มักเป็นวิธีสุดท้ายสำหรับการรักษาโรคหรือภาวะที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อม ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ว่าผู้ป่วยสมควรเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกหรือไม่


  • เปลี่ยนอิริยาบถลำบาก ไม่ว่าเดิน นั่ง หรือนอนก็ทำได้ยาก และมักจะรู้สึกเจ็บปวดมากเมื่อต้องเปลี่ยนท่าทาง
  • ปวดสะโพกรุนแรง ไม่สามารถยืดเหยียดข้อสะโพกได้
  • อาการปวดสะโพกเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานข้อสะโพกก็ตาม
  • ข้อสะโพกหัก หรือกระดูกสะโพกหัก และแพทย์พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถใช้โลหะยึดดามกระดูกได้
  • ผู้ป่วยข้อสะโพกเสื่อมที่ผ่านการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การใช้ยา หรือกายภาพบำบัดมาแล้ว แต่อาการก็ไม่ทุเลาลง หรือบรรเทาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การวินิจฉัยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


การวินิจฉัยเพื่อทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการตัดสินใจว่าจะต้องทำการผ่าตัดหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าการผ่าตัดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย โดยทั่วไปการวินิจฉัยสามารถทำได้ดังนี้


  • ประเมินอาการของผู้ป่วยโดยแพทย์ : แพทย์จะสอบถามอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ระดับความรุนแรงของอาการ และสอบถามประวัติการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อข้อสะโพก
  • การเอกซเรย์ : เป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นเพื่อให้แพทย์สามารถเห็นสภาพของข้อสะโพกแบบคร่าว ๆ เช่น ข้อสะโพกผิดรูป หรือพื้นที่ระหว่างข้อต่อน้อยลง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเสื่อมสภาพ หรือความเสียหายของข้อสะโพก
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) : เป็นการตรวจทางรังสีวินิจฉัยที่สามารถแสดงภาพโครงสร้างบริเวณข้อสะโพกได้อย่างละเอียด ซึ่งแพทย์มักจะนำผลตรวจไปประเมินและตัดสินใจว่าสมควรและเหมาะสมหรือไม่ หากจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยข้อสะโพกเทียม

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมีกี่รูปแบบ?


ผ่าตัดสะโพก

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมี 2 รูปแบบ ได้แก่


  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมบางส่วน (Patial Hip Replacement) : เป็นการผ่าตัดนำข้อสะโพกเฉพาะส่วนหัวกระดูกต้นขาออก และยังคงเบ้าสะโพกเดิมที่มีสภาพดีเอาไว้ แล้วแทนที่ด้วยข้อสะโพกเทียม การผ่าตัดวิธีนี้เหมาะกับกระดูกสะโพกหัก
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมทั้งข้อ (Total Hip Replacement) : เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกทั้งส่วนหัวกระดูกต้นขา และเบ้าสะโพกของกระดูกเชิงกราน แล้วแทนที่ด้วยข้อสะโพกเทียม วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อสะโพกเสื่อม

ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จของการผ่าตัด ให้ผู้ป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เร็วที่สุด


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการประเมินสุขภาพ เช่น การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ฯลฯ เพื่อตรวจเช็กว่าผู้ป่วยมีความพร้อมหรือไม่ หลังจากนั้นแพทย์จะให้ผู้ป่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมดังนี้


  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานประจำ ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจต้องพิจารณาหยุดยาก่อนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการผ่าตัด
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไม่มีปัญหาติดเชื้อที่ส่วนใดของร่างกาย หากมีให้รีบแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาเลื่อนการผ่าตัด
  • งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารให้ครบหมู่ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
  • ดูแลความสะอาดของผิวหนัง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมงจะต้องงดน้ำงดอาหารตามคำแนะนำจากแพทย์

ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้


  1. วิสัญญีแพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึกแก่ผู้ป่วย
  2. เมื่อผู้ป่วยพร้อม ศัลยแพทย์จะผ่าตัดเพื่อทำการตัดข้อสะโพกส่วนที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายออก
  3. แพทย์ใส่ข้อสะโพกเทียม (เบ้าสะโพกเทียม, ผิวเบ้าสะโพกเทียม, หัวสะโพกเทียม และก้านสะโพกเทียม) แทนที่ข้อสะโพกเดิมที่ถูกตัดออก
  4. แพทย์เย็บซ่อมเยื่อหุ้มข้อ แล้วเย็บปิดแผล ก่อนส่งตัวผู้ป่วยไปพักฟื้นที่ห้องไอซียู หรือห้องพักผู้ป่วยต่อไป

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ที่จะช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถทำหัตถการได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้นในระดับมิลลิเมตรหรือองศา ด้วยความแม่นยำจึงลดโอกาสความผิดพลาดจาก Human Error ให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ไว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น


หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ผู้ป่วยจะยังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ระหว่างการพักฟื้นนี้ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากพยาบาล และติดตามอาการจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งการดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดมีดังนี้


  • กรณีผู้ป่วยมีอาการปวด สามารถแจ้งแพทย์หรือพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดได้เสริมนอกเหนือจากที่แพทย์ให้การรักษา
  • หลังผ่าตัดในวันถัดไป แพทย์มักจะให้ผู้ป่วยฝึกเคลื่อนไหวข้อสะโพกด้วยการเดิน โดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบสะโพกฟื้นฟูและแข็งแรงขึ้น

การดูแลตนเองและข้อควรระวัง หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


หลังแพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว จะต้องดูแลตนเองตามข้อปฏิบัติและข้อควรระวังที่แพทย์แนะนำ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดี และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ดังนี้


  • ระมัดระวังในการเคลื่อนไหวข้อสะโพก หลีกเลี่ยงท่าทางที่มีการบิดหรืองอข้อสะโพกมาก ๆ เช่น การไขว้ขา การนั่งพับเพียบ การก้มตัวเก็บของ ฯลฯ เนื่องจากอาจทำให้ข้อสะโพกเทียมเคลื่อนหรือหลุดได้
  • ในช่วงแรก ๆ ควรใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน จนกว่ากล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกจะแข็งแรง และสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์
  • ระมัดระวังไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ทำกายภาพและกายบริหาร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อรอบข้อสะโพก
  • ผู้ดูแลควรปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่พัก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยหลังผ่าตัด อาทิ การติดตั้งราวจับในห้องน้ำ การวางเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ การเสริมที่นั่งบนชักโครก การจัดพื้นที่เพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางเดิน แม้กระทั่งการใช้เครื่องมือช่วยหยิบจับเพื่อไม่ให้มีการก้มหรืองอสะโพกมากเกินไป
  • งดการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสี่ยงต่อการเคลื่อนตัวของข้อสะโพก เช่น การวิ่ง การกระโดด การยกของหนัก เป็นต้น
  • ระมัดระวังในการรับประทานอาหาร และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อต่าง ๆ
  • สังเกตอาการตนเองอยู่เสมอ หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูง รอบแผลผ่าตัดอักเสบ มีเลือดหรือหนองซึม มีอาการปวดรอบสะโพกมากผิดปกติ ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือเกิดอุบัติเหตุกระแทกบริเวณสะโพก ให้รีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาโดยทันที

ผลลัพธ์หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีอัตราความสำเร็จสูง ผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่ที่ได้รับการเปลี่ยนข้อสะโพกจะมีอาการปวดข้อสะโพกลดลงอย่างชัดเจน และสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติ สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่น การเดิน นั่ง หรือขึ้นลงบันไดก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นอีกต่อไป


ข้อสะโพกเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 ปี หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้งานข้อสะโพกใหม่ได้นาน ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำบ่อยเพื่อเปลี่ยนข้อสะโพก สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ การเปลี่ยนข้อสะโพกเพียงครั้งเดียวก็อาจเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดชีวิต


อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลข้อสะโพกเทียมหลังผ่าตัด หากผู้ป่วยยังคงทำกิจกรรมเสี่ยงให้ข้อสะโพกเสียหายหรือเสื่อมไว ก็อาจทำให้อายุการใช้งานของข้อสะโพกเทียมลดลง


ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง?


ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมีอัตราสำเร็จสูง อย่างไรก็ตามทุกการผ่าตัดคือความเสี่ยง ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมได้ดังนี้


  • แผลผ่าตัดข้อสะโพกเทียมเกิดการติดเชื้อ
  • ข้อสะโพกเทียมเคลื่อนหรือหลุดออกจากตำแหน่งปกติ
  • กระดูกรอบข้อสะโพกเทียมหัก
  • เกิดภาวะข้อติดแข็ง มีหินปูนเกาะรอบข้อสะโพกเทียม
  • ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
  • ไม่สามารถงอข้อสะโพกได้เช่นเดียวกับข้อสะโพกธรรมชาติ
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ลดอาการปวด เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการเคลื่อนไหว


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นการผ่าตัดที่มีโอกาสสำเร็จสูง และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากข้อสะโพกเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยหลังรับการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมโดยส่วนมากมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เจ็บปวดน้อยลง และสามารถเคลื่อนไหวได้ดีใกล้เคียงปกติ เพื่อการใช้ชีวิตที่มั่นใจกว่าที่เคย


ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการรักษาผู้ป่วยโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้อย่างการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด เพื่อยกระดับคุณภาพการผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


1. ผ่าตัดข้อสะโพกเทียมกี่วันเดินได้


หลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียมต้องพักฟื้นกี่วัน? ผู้ป่วยจะสามารถเดินได้ทันทีด้วยการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน และควรใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินไปก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์แรก ก่อนจะสามารถกลับมาเดินได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน


2. ข้อสะโพกเทียมอันตรายต่อร่างกายหรือไม่?


ข้อสะโพกเทียมไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำข้อสะโพกเทียมเป็นวัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์ ที่สามารถใช้และอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ


3. ผู้ป่วยกลุ่มไหนที่ไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกได้


ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ได้แก่


  • ผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบจากการติดเชื้อ
  • ผู้ที่กล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกอ่อนแรงมาก
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการผ่าตัด

References


Mayo Clinic Staff. (2025, March 4). Hip replacement. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042


Total Hip Replacement. (n.d.). orthoinfo. https://orthoinfo.aaos.org/en/treatment/total-hip-replacement/


Hip Replacement Surgery. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/hip-replacement-surgery

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (9)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital