โรคอ้วน (Obesity) เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพคนในยุคปัจจุบันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพบว่าการสะสมของเนื้อเยื่อไขมันที่มากผิดปกติส่งผลให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง อาจต้องเผชิญกับภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) ที่ส่งสัญญาณอันตรายต่อระบบเผาผลาญภายในร่างกาย
การทำความเข้าใจเรื่องโรคอ้วน อ้วนลงพุงเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดขึ้น และเริ่มดูแลสุขภาพได้ตรงจุดมากขึ้น การใส่ใจดูแลสุขภาพร่วมกับการปรึกษาเพื่อให้แพทย์คอยดูแล จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายในระยะยาว
Key Takeaways
- โรคอ้วน คือภาวะสะสมไขมันส่วนเกินที่ส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอันตราย
- การประเมินความเสี่ยงโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน เบื้องต้นสามารถประเมินได้จากการตรวจดัชนีมวลกาย การวัดรอบเอว
- การป้องกันด้วยการปรับโภชนาการและออกกำลังกาย เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยลดการสะสมไขมันในช่องท้อง โดยควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสการเกิดโรคแทรกซ้อนในอนาคต
- แนวทางการรักษาโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักตัวเกินมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัดกระเพาะ ซึ่งทุกขั้นตอนต้องรักษาโดยแพทย์ และให้แพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
รู้ทันโรคอ้วน คืออะไร?
โรคอ้วน (Obesity) คือภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมในชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) และในช่องท้อง (Visceral fat) มากเกินไป จนส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งการมีภาวะอ้วนไม่ได้วัดเพียงแค่จากน้ำหนักหรือค่า BMI เท่านั้น แต่หากมีปริมาณไขมันสะสมรอบเอวสูง ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเกิดโรคอ้วน
โดยปัญหาโรคอ้วนเกิดจากการสะสมของพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายใช้ไม่หมด จนอาจส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง เหนื่อยง่าย หรือปวดข้อตามมาได้บ่อยครั้ง เราจึงต้องย้ำว่าโรคอ้วน คือความผิดปกติทางร่างกายประเภทหนึ่งที่จำเป็นต้องให้แพทย์คอยดูแลและให้คำปรึกษา เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีมากที่สุด
โรคอ้วนมีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง

1. ปัจจัยภายนอก
- การเลือกรับประทานอาหารกลุ่มที่ให้พลังงานสูงจากไขมันและน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย เป็นสาเหตุโรคอ้วนอันดับแรกที่เราพบได้บ่อย
- ฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ที่เน้นการนั่งทำงานหรืออยู่หน้าจอเป็นเวลานาน โดยขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ร่างกายสะสมพลังงานส่วนเกินจนเกิดโรคอ้วน
- สภาพแวดล้อมและสังคมที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารแปรรูป (Processed foods) ได้ง่ายเกินไป เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโรคอ้วนทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งควรได้รับการควบคุมและให้แพทย์คอยดูแล
- พฤติกรรมการกินจุบจิบหรือการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารและกลไกการหิวผิดปกติ จนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นคนอ้วนลงพุง
2. ปัจจัยภายใน
- ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine system) เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง (Hypothyroidism) หรือความผิดปกติของต่อมใต้สมอง เป็นปัจจัยภายในที่ทำให้ร่างกายเกิดโรคอ้วนได้ง่าย
- พันธุกรรม (Genetics) และการถ่ายทอดลักษณะทางครอบครัว มีส่วนสำคัญในการกำหนดอัตราการเผาผลาญและการกระจายตัวของเซลล์ไขมัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเป็นโรคอ้วนของแต่ละบุคคล
- ภาวะความเครียดสะสม (Chronic stress) ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่งสูงขึ้น จนร่างกายโหยหาอาหารที่มีน้ำตาลสูง และเกิดการสะสมไขมันในช่องท้อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโรคอ้วน
- การได้รับผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยารักษาอาการทางจิต หรือยาคุมกำเนิดบางประเภท อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเกิดโรคอ้วนได้หากไม่ระวัง
- อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อลดลงและอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate : BMR) ต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่ปรับการกินให้สอดคล้องกับวัย ก็จะทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ง่ายขึ้น
โรคอ้วนและผลกระทบต่อร่างกาย
โรคอ้วนไม่ใช่เพียงเรื่องรูปร่าง แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อหลายระบบของร่างกาย และอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังที่ต้องดูแลระยะยาว โดยผลกระทบที่เกิดจากโรคอ้วน เช่น
- โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เกิดจากไขมันสะสมเข้าไปอุดตันในผนังหลอดเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์หัวใจวาย / หัวใจขาดเลือดได้
- ภาวะดื้ออินซูลินที่เกิดจากโรคอ้วน สาเหตุสำคัญคือพฤติกรรมการบริโภคที่กระตุ้นให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และส่งผลกระทบต่อเนื่องจนกลายเป็นเบาหวานลงไตในที่สุด
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea : OSA) เป็นอาการของโรคอ้วนที่พบได้บ่อยและอันตราย เนื่องจากเนื้อเยื่อไขมันรอบคอไปอุดกั้นทางเดินหายใจ จนร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
- โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) การมีค่า BMI อ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ข้อต่อต่าง ๆ ต้องแบกรับน้ำหนักเกินจำเป็น จนนำไปสู่การเกิดโรค และอาการปวดกระดูกเรื้อรังที่ทำให้การเคลื่อนไหวลำบากขึ้น
- โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ และอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis) ตามมา
- โรคอ้วนยังส่งผลเสียต่อระบบสมดุลฮอร์โมน และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง (Cancer) หลายชนิด รวมถึงภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ที่ส่งผลให้มีบุตรยาก และรอบเดือนผิดปกติ
โรคอ้วนมีวิธีการวินิจฉัยอย่างไรบ้าง

หากคุณต้องการทราบว่าร่างกายเริ่มมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนหรือไม่ การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจะช่วยระบุระดับความรุนแรงและปัญหาสุขภาพแฝงได้อย่างชัดเจน โดยวิธีการวินิจฉัยโรคอ้วน มีดังนี้
- การประเมินดัชนีมวลกายและวัดรอบเอว เป็นการวัดค่าความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อระบุระดับความรุนแรงของโรคอ้วน ร่วมกับการวัดเส้นรอบเอวเพื่อประเมินภาวะอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome)
- การตรวจเลือดวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Lipid Profile + Blood Sugar) คือการตรวจหาระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ และระดับน้ำตาลในเลือด ที่มักผิดปกติในคนที่เป็นโรคอ้วน เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน โดยขั้นตอนเหล่านี้ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น
- การซักประวัติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ข้อมูลด้านโภชนาการ กิจกรรมทางกาย และประวัติครอบครัว เพื่อหาต้นเหตุของโรคอ้วน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผนแนวทางการป้องกันและรักษาโรคอ้วนให้ตรงจุดที่สุด
- การตรวจองค์ประกอบร่างกายด้วยเทคโนโลยี BIA เป็นการใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อแยกมวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และปริมาณน้ำในร่างกาย ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าโรคอ้วนที่เป็นอยู่นั้นมีการสะสมของเนื้อเยื่อไขมันในส่วนใดมากเป็นพิเศษ โดยต้องให้แพทย์คอยดูแลในการอ่านผล
ทำความรู้จัก Lipid Profile คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อสุขภาพ
โรคอ้วนและการรักษา
การรักษาโรคอ้วนมีเป้าหมายสำคัญในลดปริมาณไขมันสะสม เพื่อให้สุขภาพดีขึ้นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยแนวทางการรักษาโรคอ้วน มีดังต่อไปนี้
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดปริมาณแคลอรี่จากอาหารประเภทน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตและไขมันไม่ดี (LDL) เพิ่มการรับประทานใยอาหารเพิ่ม Protein ที่ดี และลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง
- การเพิ่มกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ภายใต้การแนะนำที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันและน้ำตาลมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การรักษาด้วยการใช้ยา (Pharmacotherapy) ในกรณีที่การปรับพฤติกรรมยังไม่เพียงพอต่อการควบคุมโรคอ้วน แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาควบคุมความอยากอาหาร หรือสั่งยาลดไขมันในเลือด ในรายที่มีภาวะไขมันสูงร่วมด้วย
- การผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) หากคุณมีภาวะโรคอ้วนระดับรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงจากโรคอ้วนที่อันตรายต่อชีวิต แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดกระเพาะ เช่น Gastric Bypass หรือ Gastric Sleeve ซึ่งต้องทำกับแพทย์เท่านั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
- การรักษาด้วยการส่องกล้อง (Endoscopic Procedures) เป็นทางเลือกในการรักษาโรคอ้วนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เช่น การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร (Intragastric Balloon) เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และช่วยให้คนอ้วนลงพุงลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย
การป้องกันโรคอ้วน ทำได้อย่างไร

การป้องกันโรคอ้วน เป็นการสร้างเกราะคุ้มกันสุขภาพผ่านการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เพื่อรักษาสมดุลของพลังงานในร่างกายก่อนที่ไขมันจะสะสมจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง โดยโรคอ้วน มีวิธีป้องกัน ดังนี้
- หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำกิจกรรมทางกายประเภทแอโรบิก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยเร่งการเผาผลาญและลดโอกาสการเกิดโรคอ้วน
- เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชที่ไม่ขัดสี (Whole Grains) ลดไขมันในเลือดด้วยการหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์
- ตรวจสอบดัชนีมวลกายและน้ำหนักตัว การชั่งน้ำหนักและวัดรอบเอวเป็นประจำ ถือเป็นวิธีป้องกันโรคอ้วนที่ช่วยให้คุณรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้เสมอ
- จำกัดการบริโภคน้ำตาลและแป้งขัดขาว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานและขนมขบเคี้ยว เป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้ไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนที่มีคุณภาพ ช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมนเลปตินและเกรลิน (Leptin & Ghrelin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความหิวและความอิ่มเพื่อป้องกันโรคอ้วน
- ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนสุขภาพ หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปี เพื่อให้แพทย์คอยดูแลและวางแนวทางป้องกันโรคอ้วนอย่างเหมาะสม
เริ่มต้นดูแลโรคอ้วนอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
โรคอ้วน ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่คุณไม่ควรมองข้าม การจัดการกับโรคคนอ้วนอย่างถูกวิธีมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้คุณกลับมามีร่างกายที่แข็งแรง
หากคุณกังวลเรื่องภาวะอ้วน หรือต้องการปรึกษาแนวทางการป้องกันโรคอ้วน โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้บริการรักษาโรคอ้วนด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อปรับและวางแผนสุขภาพให้คุณห่างไกลจากโรคอ้วน และมีสุขภาพร่างกายที่ดีในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอ้วน
1. เราสามารถคำนวณ BMI ได้อย่างไร?
สามารถคำนวณ BMI ได้โดยใช้สูตรน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ในคนเอเชียหากค่าที่ได้มีระดับตั้งแต่ 25 ขึ้นไป จะถือว่าเข้าข่ายเป็นโรคอ้วน
2. หากบุตรหลานมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ควรเริ่มต้นดูแลอย่างไร?
การแก้ปัญหาเด็กอ้วนควรเน้นการปรับพฤติกรรมการกิน และเพิ่มกิจกรรมทางกายร่วมกับการปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์คอยดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลเสียต่อพัฒนาการ และกลายเป็นโรคอ้วนในอนาคต
3. โรคอ้วนสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
โรคอ้วนสามารถจัดการได้ด้วยการลดระดับไขมันสะสมผ่านการปรับไลฟ์สไตล์ หรือรักษาโดยแพทย์ด้วยวิธีการใช้ยา หรือการผ่าตัดตามความเหมาะสมของความรุนแรงของโรค
References
World Health Organization. (2025, December 8). Obesity and overweight. (WHO). https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight
Osama Hamdy. (2025, September 29). Obesity. Medscape. https://emedicine.medscape.com/article/123702-overview?form=fpf
Obesity and Cancer. (2025, January 28). National Cancer Institute. https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/risk/obesity/obesity-fact-sheet