บทความสุขภาพ

Knowledge

ปากกาลดน้ำหนัก…ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. ณัฐกานต์ มยุระสาคร

ปากกาลดน้ำหนัก…ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคอ้วน” หรือ “ภาวะน้ำหนักเกิน” ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งที่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่โรคอ้วนจะทำให้เสียบุคลิกภาพและส่งผลต่อความมั่นใจแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคร้ายต่าง ๆ การรักษาโรคอ้วนโดยการควบคุมน้ำหนักที่ไม่ถูกวิธี เช่น การอดอาหาร การรับประทานแต่ผัก เนื้อสัตว์และผลไม้ โดยที่ไม่รับประทานแป้งหรือไขมันเลย และไม่รับประทานอาหารให้ครบตามความต้องการของร่างกาย แม้ว่าอาจจะทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่จะเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร ส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้น้อยลง สลายไขมันได้ยากขึ้น จึงทำให้ระยะยาวไม่สามารถลดน้ำหนักได้จริง และอาจทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จะเห็นได้ว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนอาจประสบผลสำเร็จ บางคนอาจล้มเหลว


ปัจจุบันการรักษาโรคอ้วนหรือการลดน้ำหนักมีทางเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นทางเลือกการรักษาโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเป็นการรักษาโรคอ้วนที่มีประสิทธิภาพ และได้ผลในระยะยาวหากทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางเพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่ดีที่สุด


ความอ้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร?


ปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ที่เกิดจากการสะสมไขมันที่ผิดปกติหรือมากเกินไป โดยผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 23 ถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน และหากมากกว่า 25 ถือว่าเป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้อเข่าเสื่อม รวมถึงมะเร็งบางชนิด


จากการศึกษาพบว่าโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และพบอีกว่าการลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว สามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้


ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?


ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาลดน้ำหนักชนิดหนึ่งในกลุ่มฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) และกลุ่มฮอร์โมน GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) โดยบรรจุภัณฑ์ของยามีลักษณะเป็นแท่งคล้ายกับปากกา ซึ่งปากกาลดน้ำหนักจะไปออกฤทธิ์ควบคุมสมองให้ลดความอยากอาหาร ไม่รู้สึกหิว จึงทำให้ผู้ที่ใช้ปากกาลดน้ำหนัก จะสามารถช่วยควบคุมการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวลง นอกจากนี้ยาตัวนี้ยังออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้การย่อยอาหารช้าลง ทำให้อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานขึ้น จึงนับว่าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยในการลดน้ำหนัก และกลุ่มฮอร์โมน GIP ( Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) ออกฤทธิ์ที่เซลล์ไขมัน (Adipose cell ) ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินและลดอาการคลื่นไส้อาเจียน


ซึ่งปากกาลดน้ำหนัก ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย และ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในการลดน้ำหนัก และยังเป็นยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากทำร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะทำให้ลดน้ำหนักได้ดีและยั่งยืนมากขึ้น


กลไกการออกฤทธิ์ของปากกาลดน้ำหนัก


ยาออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่ควบคุมความอิ่ม ที่ชื่อว่า GLP-1 (glucagon-like peptide 1) และ GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) โดยปากกาลดน้ำหนัก มีความใกล้เคียงกับ GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายถึง 97% ไม่ได้ทำหน้าที่เผาผลาญไขมันโดยตรง แต่ช่วยปรับพฤติกรรมการกิน โดยออกฤทธิ์ช่วยลดความอยากอาหาร ช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นย่อยช้าลง และทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) มากขึ้น ช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด และ GIP ออกฤทธิ์ที่เซลล์ไขมัน ซึ่งช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน และลดอาการข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน


ปากกาลดน้ำหนักใช้อย่างไร?


วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
  • ฉีดยาเข้าบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน
  • ใช้ยาต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และควรเป็นวันเดิมในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ระดับยาในร่างกายสม่ำเสมอ
  • ฉีดยาต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?


  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับและมีดัชนีมวลกายมากกว่า 27

ควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม โดยลดพลังงานจากอาหารประมาณ 500 กิโลแคลอรีต่อวันและออกกำลังกายแอโรบิก 150 นาทีต่อสัปดาห์ และออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลที่ต่อเนื่อง


ข้อดีของปากกาลดน้ำหนัก


  • เป็นตัวช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น
  • ปากกาลดน้ำหนักเป็นสารที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมนในร่างกาย (GLP-1)
  • ช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ลดการกินจุกจิก กินไม่เป็นเวลา
  • ช่วยปรับการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ลดการบีบตัวของกระเพาะและลำไส้
  • ทำให้อาหารเคลื่อนที่ช้าลง มีผลให้อิ่มเร็วและนานขึ้น รับประทานอาหารน้อยลงกว่าเดิม
  • เจ็บน้อยกว่าการฉีดยาทั่วไปเพราะเข็มมีขนาดเล็ก
  • ไม่มีผลต่ออารมณ์ หงุดหงิด หรือซึมเศร้าเหมือนยาลดน้ำหนักเดิม

ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนัก


ผลข้างเคียงจากการใช้ยาฮอร์โมน GLP-1 ที่พบได้มีดังนี้


  • ผลต่อระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือท้องผูก ป้องกันโดยเริ่มฉีดยาในขนาดต่ำและค่อยปรับปริมาณช้าๆ หากรู้สึกอิ่ม ควรหยุดรับประทานอาหาร เมื่อใช้ต่อเนื่อง ร่างกายปรับตัวอาการข้างเคียงจะลดลง
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาปรับลดยาชนิดอื่น และควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจภาวะเบาหวานขึ้นตาก่อนเริ่มยา เนื่องจากมีความเสี่ยงก่อให้เกิดเบาหวานขึ้นตามากขึ้น
  • มีรายงานจากการศึกษาว่าพบนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น ภาวะถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะตับอ่อนอักเสบ หากมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนมากผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ยา


  • ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งไทรอยด์ ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma
  • สตรีวางแผนตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • ผู้ที่มีประวัติโรคตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเริ่มยา
  • ผู้ป่วยโรคไต ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเริ่มยา
  • หยุดยาก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการสำลักในระหว่างการดมยาสลบ

สรุป


ปากกาลดน้ำหนักเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดน้ำหนัก และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน โดยการใช้ปากกาลดน้ำหนักควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวิธีการใช้ที่ถูกต้องและเหมาะสมของแต่ละบุคคล ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน


อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมในการเลือกรับประทานอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่การลดความอ้วนหรือการลดน้ำหนัก แต่เป็นการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก


1. ปากกาลดน้ำหนักต้องฉีดทุกวันไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดของยา บางชนิดฉีดวันละครั้ง และบางชนิดฉีดสัปดาห์ละครั้ง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินรูปแบบการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละราย


2. หากหยุดฉีดปากกาลดน้ำหนัก น้ำหนักจะกลับมาไหม?

หากหยุดใช้ยาแต่ยังคงควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม น้ำหนักอาจคงที่ได้ แต่หากกลับไปใช้พฤติกรรมเดิม เช่น รับประทานเกินความต้องการของร่างกาย น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน


3. ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับคนที่ลดน้ำหนักเองไม่สำเร็จหรือไม่?

เหมาะสำหรับผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด หรือมีโรคร่วมจากภาวะอ้วน โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยควบคุมน้ำหนักตามความเหมาะสม


4. ถ้าใช้ปากกาลดน้ำหนักอยู่แล้ว เปลี่ยนมาใช้ยี่ห้ออื่นได้ไหม?

เปลี่ยนมาใช้ปากกาลดน้ำหนักตัวใหม่ได้เลย ทั้งนี้ก่อนเปลี่ยนควรแจ้งรายละเอียดการใช้ให้แพทย์ทราบ เพื่อแนะนำยี่ห้อ/ตัวยาที่เหมาะสมกับคนไข้ได้


5. ต้องฉีดปากกาลดน้ำหนักตลอดไปไหม ควรหยุดเมื่อไหร่?

เมื่อใช้ปากกาลดน้ำหนักจนได้น้ำหนักที่พอใจแล้ว สามารถหยุดยาได้ แต่ควรดูแลตัวเองร่วมตามที่อธิบายไว้ข้างต้น เพราะหากไม่ควบคุมการทานอาหารหรือไม่ออกกำลังกาย ก็มีโอกาสกลับมาอ้วนได้อีก


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital