บทความสุขภาพ
Knowledge
นพ. ทรงวุฒิ ฐิติบุญสุวรรณ

ข้อเท้าบวม เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน และสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หลายคนมักเข้าใจว่าอาการข้อเท้าบวมเกิดจากการเดินมาก ยืนนาน หรือการบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งพักการใช้งานไม่นานก็น่าจะดีขึ้นได้เอง อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว ข้อเท้าบวมไม่ได้เป็นเพียงปัญหาธรรมดาเสมอไป
ในบางกรณี อาการข้อเท้าบวมอาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บที่รุนแรง เช่น เอ็นฉีกขาด กระดูกแตก หรือภาวะข้ออักเสบ รวมถึงอาจสะท้อนถึง โรคหรือความผิดปกติของระบบภายในร่างกาย เช่น การติดเชื้อ ภาวะหลอดเลือดผิดปกติ โรคหัวใจ หรือโรคไต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ดังนั้น หากมีอาการข้อเท้าบวมที่ ปวดมาก บวมแดงร้อน เดินลำบาก บวมเรื้อรัง หรือบวมร่วมกับอาการผิดปกติอื่นของร่างกาย ไม่ควรละเลยหรือรอให้อาการหายเอง การรู้เท่าทันสาเหตุและสัญญาณอันตรายของข้อเท้าบวมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
Key Takeaways
ข้อเท้าบวม เป็นภาวะที่เกิดจากการมีของเหลวสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อบริเวณข้อเท้า ทำให้ข้อเท้ามีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ อาการบวมอาจเกิดขึ้นได้หลายลักษณะ ตั้งแต่บวมเฉพาะรอบตาตุ่ม บวมเฉพาะจุด ไปจนถึงบวมลามตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงหน้าแข้ง และอาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้
ผู้ที่มีข้อเท้าบวมมักรู้สึก ตึง แน่น ปวด หรือปวดบวม บางรายอาจไม่สามารถลงน้ำหนักที่เท้าได้ตามปกติ ส่งผลให้การเดิน การยืน หรือการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันทำได้ลำบากมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่ซ่อนอยู่
แม้ในบางกรณี ข้อเท้าบวมอาจเป็นเพียงอาการชั่วคราวจากการใช้งานมาก ยืนนาน หรือการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่อีกหลายกรณี อาการข้อเท้าบวมอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่สำคัญ เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ ความผิดปกติของหลอดเลือด หรือโรคระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
ดังนั้น การสังเกตลักษณะของอาการข้อเท้าบวมอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่ามีอาการบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมาก บวมแดงร้อน บวมไม่ยุบ หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการ ข้อเท้าบวม สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยในชีวิตประจำวันไปจนถึงโรคหรือภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด การแยกสาเหตุให้ถูกต้องจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างตรงจุดและปลอดภัย
การยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดจากขากลับสู่หัวใจลดลง เลือดและของเหลวจึงคั่งอยู่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย โดยเฉพาะข้อเท้า ส่งผลให้เกิดอาการข้อเท้าบวมได้ง่าย มักพบบวมมากขึ้นในช่วงเย็นและดีขึ้นเมื่อได้นั่งพักหรือยกเท้าสูง
นอกจากนี้ การกดทับหรือเสียดสีบริเวณตาตุ่มเป็นเวลานาน เช่น จากรองเท้าที่คับหรือแข็ง อาจทำให้เกิด ถุงน้ำตาตุ่มอักเสบ (malleolar bursitis) ส่งผลให้ตาตุ่มบวม เจ็บ และบวมเฉพาะจุดได้
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก เช่น ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง การหกล้ม หรืออุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา การบาดเจ็บเหล่านี้อาจทำให้
เมื่อเกิดการบาดเจ็บ หลอดเลือดบริเวณนั้นจะฉีกขาด ทำให้ของเหลวรั่วออกมาสะสมในเนื้อเยื่อ ร่างกายจึงตอบสนองด้วยกระบวนการอักเสบ ส่งผลให้ข้อเท้าบวม ปวด กดเจ็บ และเคลื่อนไหวได้ลำบาก
ข้อเท้าบวมอาจเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งเชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลเปิด รอยถลอก หรือการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
ลักษณะที่พบบ่อย ได้แก่ บวม แดง ร้อน ปวด บางรายอาจมีหนองใต้ผิวหนัง หรือมีไข้ร่วมด้วย ภาวะนี้ถือว่าอันตรายและควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ในระหว่างตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ร่างกายเกิดการคั่งของน้ำ ส่งผลให้ข้อเท้าและเท้าบวมได้ โดยมักพบบวมทั้งสองข้าง
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการข้อเท้าบวมรุนแรง ร่วมกับ ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือสายตามัว ควรเข้าพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะ ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารก
ยาบางชนิดอาจทำให้ร่างกายเกิดการสะสมของน้ำและเกลือมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำและข้อเท้าบวมได้ เช่น
ผู้ที่เริ่มใช้ยาใหม่แล้วมีข้อเท้าบวม ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินและปรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ข้อเท้าบวมอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะอันตราย โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น
อาการข้อเท้าบวมจากโรคเหล่านี้มักพบบวม ทั้งสองข้าง และมีอาการอื่นร่วมตามลักษณะของโรค เช่น เหนื่อยง่าย ปัสสาวะน้อย หรือปวดข้อเรื้อรัง

อาการ ข้อเท้าบวม ของผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุ ความรุนแรง และระยะเวลาที่เป็น แต่อาการที่พบบ่อยโดยทั่วไป ได้แก่
แม้ว่าอาการ ข้อเท้าบวม ในหลายกรณีอาจไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้ด้วยการพักหรือดูแลตนเอง แต่ในบางสถานการณ์ ข้อเท้าบวมอาจเป็น สัญญาณอันตราย ของการบาดเจ็บหรือโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากพบอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

การตรวจและวินิจฉัยอาการ ข้อเท้าบวม เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความรุนแรงของอาการ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด โดยทั่วไปแพทย์จะเริ่มจากการ ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
แพทย์จะสอบถามข้อมูลสำคัญ เช่น
จากนั้น แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและค้นหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ ได้แก่
การรักษาอาการ ข้อเท้าบวม จำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงเป็นหลัก เนื่องจากข้อเท้าบวมอาจเกิดได้ตั้งแต่ภาวะไม่รุนแรงไปจนถึงโรคหรือการบาดเจ็บที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
ในกรณีที่ข้อเท้าบวมเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น การใช้งานข้อเท้ามากเกินไป การยืนหรือเดินนาน หรือการบาดเจ็บเล็กน้อย ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ เช่น การพักการใช้งานข้อเท้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ หรือรับประทานยาแก้ปวดเพื่อลดอาการ ซึ่งมักทำให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม หากอาการข้อเท้าบวมเกิดจาก การบาดเจ็บรุนแรง เช่น เอ็นข้อเท้าฉีกขาดหรือขาด กระดูกข้อเท้าหัก หรือเป็นผลจาก ภาวะแทรกซ้อนของโรค เช่น โรคหัวใจ , โรคไต โรคตับ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน การติดเชื้อ หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ จำเป็นต้องได้รับการรักษาและติดตามอาการโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตราย
แนวทางการรักษาเบื้องต้นที่แพทย์มักพิจารณา ได้แก่
ข้อเท้าบวมจาก บางสาเหตุสามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะอาการที่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การใช้งานข้อเท้าไม่เหมาะสม หรือการบาดเจ็บที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การดูแลและปรับพฤติกรรมอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดข้อเท้าบวมและภาวะแทรกซ้อนได้
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี ข้อเท้าบวมอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด การรู้เท่าทันสัญญาณอันตรายและเข้ารับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แม้ว่า ข้อเท้าบวม จะดูเหมือนเป็นอาการที่ไม่รุนแรง และหลายคนอาจเลือกอดทนหรือรอให้อาการหายเอง แต่ในความเป็นจริง อาการข้อเท้าบวมจำนวนไม่น้อยสามารถพัฒนาไปเป็นปัญหาเรื้อรัง สร้างความเจ็บปวด ยึดตึง และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ข้อเท้าบวมยังอาจเป็น สัญญาณเตือนของโรคหรือภาวะอันตราย เช่น การติดเชื้อ ลิ่มเลือดอุดตัน หรือโรคระบบต่าง ๆ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
การสังเกตอาการข้อเท้าบวมอย่างใกล้ชิด และเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง วางแผนการรักษาได้ตรงจุด ลดระยะเวลาการฟื้นตัว และ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ที่อาจส่งผลต่อการเดิน การทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม
หากคุณมีปัญหาข้อเท้าบวมเรื้อรัง หรือไม่แน่ใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ผสานด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการหาสาเหตุของข้อเท้าบวม และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
พร้อมการดูแลและติดตามผลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ป่วย ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว กลับมาเดินได้อย่างมั่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ภาวะแทรกซ้อนจาก ข้อเท้าบวม จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของอาการ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ เช่น
ดังนั้น แม้อาการข้อเท้าบวมจะดูเหมือนไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากอาการไม่ดีขึ้น บวมมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยในระยะยาวได้อย่างมาก
References
Nall, R. & Cronkleton, E. (2024, January 29). What Causes Swollen Feet, Ankles, and Legs? Healthline. https://www.healthline.com/health/swollen-ankle-and-leg
Lillis, C. (2023, October 26). 15 causes of swollen ankles and how to get rid of it. MedicalNewsToday. https://www.medicalnewstoday.com/articles/324324
Gardner, A. (2025, January 19). What Causes Swollen Feet and Ankles? Health. https://www.health.com/condition/heart-failure/swollen-feet
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (0)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital